“เกาะที่ยังคงวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านไว้อย่างบริสุทธิ์ โดดเด่นด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นแหล่งอาหารทะเลสดโดยเฉพาะปูม้าที่ส่งตรงจากเรือประมง”
เกาะปุย (Koh Pui) เป็นเกาะขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากฝั่งอำเภอแหลมงอบ ภูมิประเทศส่วนใหญ่ถูกโอบล้อมด้วยป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์และผืนน้ำที่ราบเรียบของอ่าวตราด ความน่าสนใจของเกาะแห่งนี้คือการเป็นพื้นที่ที่ ไม่ได้รับอิทธิพลจากกระแสท่องเที่ยวหลัก ทำให้สภาพแวดล้อมและบ้านเรือนของชาวบ้านยังคงความเป็นระเบียบเรียบง่าย บ้านเรือนส่วนใหญ่เป็นบ้านไม้ที่สร้างลดหลั่นไปตามแนวชายฝั่ง เชื่อมต่อกันด้วยสะพานไม้ที่ทอดยาวเลียบทะเล ซึ่งเป็นภาพลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของชุมชนประมงในเขตจังหวัดตราด
ความพิเศษที่เป็นอัตลักษณ์ของเกาะปุยคือ วิถีชีวิตการทำประมงพื้นบ้านแบบยั่งยืน ชาวบ้านบนเกาะส่วนใหญ่ประกอบอาชีพหาปูม้า ปลากะพง และกุ้งสดๆ โดยใช้วิธีการแบบดั้งเดิมที่รักษาความสมดุลของธรรมชาติ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้สัมผัสประสบการณ์การชม "ธนาคารปูม้า" และการเรียนรู้วิธีการแกะปูที่เป็นทักษะเฉพาะตัวของคนบนเกาะ บรรยากาศโดยรอบจึงเปี่ยมไปด้วยความอบอุ่น เป็นกันเอง และให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสัมผัสบรรยากาศการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตที่หาได้ยากในปัจจุบัน
การเดินทางมาสัมผัสเกาะปุยจะมอบประสบการณ์ที่แตกต่างจากการไปเที่ยวเกาะทั่วไป เพราะที่นี่ไม่มีหาดทรายขาวกว้างใหญ่สำหรับเล่นน้ำ แต่มี เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนและวิถีชุมชน ที่เงียบสงบ ผู้มาเยือนสามารถเดินเล่นบนสะพานไม้เลียบทะเลเพื่อชมทัศนัยภาพของป่าโกงกางและรับลมทะเลที่บริสุทธิ์ ในช่วงเย็นน้ำทะเลจะลดระดับลงเผยให้เห็นร่องรอยของระบบนิเวศชายฝั่งที่สมบูรณ์ เป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับการนั่งพักผ่อนชมพระอาทิตย์ตกดินในบรรยากาศที่ไม่มีเสียงรบกวนจากยานพาหนะใดๆ
นอกจากนี้ เกาะปุยยังเป็น จุดหมายปลายทางสำหรับผู้ที่รักอาหารทะเลรสชาติแท้จริง เนื่องจากเป็นแหล่งวัตถุดิบต้นทาง อาหารที่เสิร์ฟบนเกาะจึงมีความสดใหม่และมีราคาย่อมเยา การได้นั่งทานปูม้านึ่งร้อนๆ ในบ้านไม้ริมน้ำ พร้อมฟังเรื่องราวการออกเรือจากปากของชาวประมงโดยตรง เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้เกาะเล็กๆ แห่งนี้ครองใจนักเดินทางสายลึกที่แสวงหามากกว่าเพียงแค่ความสวยงามทางกายภาพ แต่เป็นการซึมซับจิตวิญญาณของท้องทะเลตราด
เกาะปุยจึงเป็นหมุดหมายที่สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวายมาเรียนรู้วิถีที่เรียบง่าย เป็นสถานที่ที่ย้ำเตือนให้เราเห็นถึงความสำคัญของธรรมชาติและการรักษารากเหง้าทางวัฒนธรรม การมาเยือนที่นี่จึงไม่ใช่เพียงการมาท่องเที่ยว แต่เป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวโดยชุมชนเพื่อให้ชาวบ้านสามารถรักษาเกาะปุยให้งดงามเช่นนี้สืบต่อไป
วิธีการเดินทาง
-
โดยเรือหางยาว: นักท่องเที่ยวสามารถเหมาเรือหางยาวข้ามฟากได้จากท่าเรือแหลมงอบ หรือท่าเรือบ้านธรรมชาติล่าง จุดเดียวกับ ท่าเรือเฟอร์รี่ไปเกาะช้าง โดยแจ้งความประสงค์ข้ามไปเกาะปุย ใช้เวลาเดินทางประมาณ 10-15 นาที
-
การเดินทางบนเกาะ: บนเกาะไม่มีถนนสำหรับรถยนต์ ทางเดินทั้งหมดเป็นสะพานไม้และทางคอนกรีตขนาดเล็ก การสำรวจเกาะต้องใช้วิธีเดินเท้าเท่านั้น
คำแนะนำ
-
ช่วงเวลาที่แนะนำ: สามารถเที่ยวได้ตลอดปี แต่ช่วงพฤศจิกายนถึงเมษายนจะคลื่นลมสงบที่สุด หากต้องการนั่งเรือข้ามฟากแนะนำให้เดินทางช่วงเช้าหรือบ่ายก่อนแสงหมดเพื่อความปลอดภัย
-
อุปกรณ์และเครื่องแต่งกาย: แนะนำรองเท้าที่ยึดเกาะพื้นได้ดีเนื่องจากสะพานไม้บางจุดอาจลื่น เตรียมน้ำดื่มและอุปกรณ์กันแดดให้พร้อม
-
การปฏิบัติตน: เนื่องจากพื้นที่ทั้งหมดคือชุมชนที่พักอาศัย ควรใช้เสียงเบา ไม่ส่งเสียงดังรบกวน และห้ามทิ้งขยะทุกชนิดลงสู่ทะเลหรือป่าชายเลน
-
อาหาร: ควรติดต่อร้านอาหารหรือชุมชนล่วงหน้าหากต้องการรับประทานอาหารทะเลบนเกาะ เพื่อให้ชาวบ้านเตรียมวัตถุดิบที่สดใหม่จากเรือ
-
การวางแผนเดินทาง: การข้ามเรือกลับฝั่งควรนัดหมายเวลากับคนขับเรือให้ชัดเจน เนื่องจากบนเกาะไม่มีคิวรถหรือเรือสาธารณะที่วิ่งตลอดเวลา
ค่าเข้าชม:
- ไม่มีการเรียกเก็บค่าเข้าพื้นที่ชุมชน
เวลาเปิด-ปิด:
-
เปิดให้บริการทุกวัน: ตลอด 24 ชั่วโมง
-
หมายเหตุ: การเดินทางด้วยเรือข้ามฟากมีให้บริการเฉพาะในช่วงที่มีแสงสว่าง 06:00 น. – 18:00 น. และกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชนแนะนำให้มาในช่วงเวลากลางวัน