พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สงขลา (Songkhla National Museum) เดิมเป็นคฤหาสน์ของ พระยาสุนทรานุรักษ์ (เนตร ณ สงขลา) สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2421 ในช่วงที่สงขลาเป็นเมืองท่าการค้าที่รุ่งเรืองและมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงการค้าระหว่างคาบสมุทรมลายูกับนานาชาติ ตัวอาคารโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมแบบจีนฮกเกี้ยนผสมยุโรป (Sino-European) มีผังเรือนล้อมลานกลางบ้าน (Courtyard) ที่ช่วยระบายอากาศและรับแสงธรรมชาติได้อย่างเหมาะสมกับภูมิอากาศร้อนชื้นของภาคใต้ พร้อมรายละเอียดทางสถาปัตยกรรม เช่น หลังคากระเบื้องดินเผาซ้อนสองชั้น ปลายหลังคาโค้งแบบจีน ช่องลม ผนังหนา และหน้าต่างไม้ที่ออกแบบเพื่อการถ่ายเทอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ
ภายในอาคารประดับด้วยงานศิลป์ชั้นสูง โดยเฉพาะบานประตูไม้แกะสลักลวดลายจากวรรณคดีจีน เช่น สามก๊ก และเรื่องมงคลต่าง ๆ ซึ่งแสดงถึงรสนิยม ฐานะ และอิทธิพลทางวัฒนธรรมจีนของชนชั้นนำในพื้นที่ อีกทั้งยังมีภาพเขียนเทพเจ้าจีนบริเวณเสาและคาน สื่อถึงความเชื่อเรื่องการคุ้มครองและความเป็นสิริมงคลของผู้อยู่อาศัย
ในด้านประวัติการใช้งาน อาคารแห่งนี้เคยเป็นทั้งที่พำนักของข้าหลวงเทศาภิบาลและศาลากลางจังหวัด ก่อนจะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน และพัฒนาเป็นพิพิธภัณฑ์ในปี พ.ศ. 2525 เพื่ออนุรักษ์และถ่ายทอดเรื่องราวสำคัญของท้องถิ่น โดยการจัดแสดงแบ่งออกเป็นหลายโซนครอบคลุมตั้งแต่ภูมิประเทศของคาบสมุทรสทิงพระ หลักฐานทางโบราณคดีในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ศิลปะทวารวดีและศรีวิชัย อิทธิพลของการค้าทางทะเล วิถีชีวิตของผู้คนในอดีต ตลอดจนบทบาทของตระกูล ณ สงขลา ในการพัฒนาเมือง
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงไม่เพียงเป็นแหล่งรวบรวมโบราณวัตถุ แต่ยังเป็นภาพสะท้อนของพัฒนาการทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างไทย จีน และโลกตะวันตกในอดีต อีกทั้งยังตั้งอยู่ใกล้ ทะเลสาบสงขลา ซึ่งเคยเป็นเส้นทางคมนาคมและการค้าหลัก ยิ่งตอกย้ำความสำคัญของสงขลาในฐานะเมืองท่าประวัติศาสตร์ที่มีบทบาทเชื่อมโยงภูมิภาคนี้กับโลกภายนอกอย่างลึกซึ้ง