“ดงก่อเป็นจุดชมวิวที่งดงามบนยอดสูงสุดของภูผาเหล็ก มีก้อนหินพาดไว้เป็นเอกลักษณ์ สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาภูพานและพื้นที่ของอำเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานีได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและถ่ายภาพ”
ผาดงก่อ (Pha Dong Kor) เปรียบเสมือนปีกแห่งขุนเขาที่ยื่นออกมาใจกลาง อุทยานแห่งชาติภูพาน มรดกทางธรรมชาติอันล้ำค่าของจังหวัดสกลนคร ในทางธรณีวิทยาที่นี่คือหน้าผาหินทรายที่มีความสูงชันและโดดเด่นด้วย ลานหินทรายกว้างขวาง ซึ่งเกิดจากการสะสมตัวของตะกอนหินทรายนานนับร้อยล้านปี ก่อนจะถูกกระบวนการทางธรรมชาติ ทั้งการกัดเซาะของกระแสลม แสงแดด และสายฝน ขัดเกลาพื้นผิวหินให้มีลวดลายริ้วคลื่นและร่องลึกที่ดูแปลกตา ราวกับลานศิลปะกลางแจ้งที่ธรรมชาติบรรจงสร้างขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน พื้นผิวหินบางส่วนมีตะไคร่น้ำและไลเคนสีสวยขึ้นปกคลุม สะท้อนถึงความบริสุทธิ์ของอากาศในบริเวณนี้ได้เป็นอย่างดี
ในด้านของบรรยากาศ ผาดงก่อคือ จุดยุทธศาสตร์แห่งการชมทัศนียภาพ ที่ไม่มีที่ใดเหมือน เมื่อยืนอยู่บริเวณริมหน้าผา นักท่องเที่ยวจะสามารถมองเห็นทัศนียภาพแบบ พาโนรามา 180 องศา ที่ครอบคลุมผืนป่าอันไกลโพ้นและอ่างเก็บน้ำห้วยหวดที่สะท้อนแสงแดดเป็นประกายอยู่เบื้องล่าง ในช่วงฤดูหนาว ลานหินแห่งนี้จะกลายเป็นเวทีธรรมชาติสำหรับชม ทะเลหมอกที่ไหลเอื่อย ประหนึ่งสายน้ำสีขาวที่โอบกอดทิวเขาภูพานเอาไว้ โดยมีแสงแรกของ พระอาทิตย์ขึ้นสีทองอำพัน ค่อยๆ ไล่เฉดสีผ่านม่านหมอก เป็นภาพที่ดึงดูดนักถ่ายภาพและผู้รักธรรมชาติจากทั่วประเทศให้มาสัมผัสด้วยตาตนเองสักครั้งในชีวิต
สิ่งที่ทำให้ผาดงก่อแตกต่างจากจุดชมวิวอื่นคือ ร่องรอยประวัติศาสตร์การเมืองไทย ที่ฝังรากลึกอยู่ทุกตารางนิ้ว ในช่วงทศวรรษที่ 2510 ถึง 2525 พื้นที่แห่งนี้เคยเป็น ฐานที่มั่นสำคัญของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ภูพานได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งการต่อสู้ และผาดงก่อก็คือ "หอคอยเฝ้าระวัง" ที่ดีที่สุด เนื่องจากชัยภูมิที่สูงข่ม สามารถมองเห็นการเคลื่อนพลของเจ้าหน้าที่รัฐได้จากระยะไกล อีกทั้งยังมีโขดหินที่สลับซับซ้อนใช้เป็นที่กำบังและวางแผนยุทธศาสตร์ได้อย่างมิดชิด การได้เดินอยู่บนลานหินแห่งนี้จึงเหมือนกับการได้ย้อนเวลากลับไปสัมผัสถึง อุดมการณ์และการสู้รบ ที่เคยอุบัติขึ้นในอดีต ซึ่งปัจจุบันได้แปรเปลี่ยนเป็นความเงียบสงบและสันติภาพภายใต้ร่มเงาของพรรณไม้
นอกจากนี้ ในเชิงนิเวศวิทยา ผาดงก่อยังเป็นแหล่งรวมความหลากหลายของ พรรณไม้ป่าและดอกไม้ดิน ที่หาชมได้ยาก โดยเฉพาะในช่วงปลายฤดูฝนต้นฤดูหนาว ลานหินที่ดูเหมือนจะแห้งแล้งจะกลับมีชีวิตชีวาด้วยดอกไม้ขนาดเล็ก เช่น ดอกดุสิตา (สีม่วงเข้ม) ดอกสร้อยสุวรรณา (สีเหลืองทอง) และดอกทิพเกสร ที่พร้อมใจกันบานสะพรั่งเต็มลานหิน สร้างความเปรียบต่างที่งดงามระหว่างความแข็งแกร่งของโขดหินและความอ่อนโยนของดอกไม้ป่า บรรยากาศรอบข้างยังรายล้อมด้วย ป่าเต็งรังที่อุดมสมบูรณ์ ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ของมวลไม้และเสียงนกป่าที่ขับขานอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผาดงก่อเป็นพื้นที่ที่เยียวยาทั้งร่างกายและจิตวิญญาณของผู้มาเยือนอย่างแท้จริง
วิธีการเดินทาง
-
จากตัวเมืองสกลนคร ใช้ทางหลวงหมายเลข 213 (สกลนคร-กาฬสินธุ์) ไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูพาน (กิโลเมตรที่ 14) จากนั้นสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อนำทางไปยังจุดผาดงก่อ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่ทำการและเข้าถึงได้ด้วยการเดินเท้าตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ
คำแนะนำ
-
การท่องเที่ยวในหน้าฝนจะทำให้คุณได้สัมผัสกับความเขียวขจีและบรรยากาศที่สดชื่น แต่ควรเตรียมเสื้อกันฝนและรองเท้าที่เหมาะสม
-
หากเดินทางมาในช่วงฤดูหนาว ป่าจะเปลี่ยนสีสวยงาม และอากาศจะเย็นสบาย เหมาะกับการพักแรม
-
หากจะเข้าอุทยานฯ ควรตรวจสอบเวลาทำการและข้อจำกัดต่างๆ โดยสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานได้โดยตรง
ค่าเข้าชม:
-
ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 20 บาท / เด็ก 10 บาท
-
ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 100 บาท / เด็ก 50 บาท
เวลาเปิดปิดทำการ:
- เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 – 16:30 น. (แนะนำให้เดินทางไปถึงช่วงเช้าตรู่ประมาณ 06:00 - 06:30 น. หากต้องการชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอก โดยควรติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานล่วงหน้า)