“ทัศนียภาพของอ่างเก็บน้ำที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาเขียวขจี บรรยากาศร่มรื่นตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจะมีหมอกบางๆ เหนือผิวน้ำ และเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ตกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในจังหวัดสกลนคร”
เขื่อนน้ำพุง (Nam Phung Dam) เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำเอนกประสงค์ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในเชิงยุทธศาสตร์และประวัติศาสตร์ของประเทศไทย โดยเป็นเขื่อนแห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการผลิตกระแสไฟฟ้าและการชลประทานควบคู่กัน โครงการนี้เกิดขึ้นภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 1 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีเปิดเขื่อนเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2508 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการนำพลังงานสะอาดจากน้ำมาใช้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมในเขตจังหวัดสกลนครและนครพนม
ในด้านวิศวกรรมและการก่อสร้าง เขื่อนน้ำพุงถูกออกแบบเป็นเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียว ซึ่งมีความแข็งแรงและยืดหยุ่นสูงต่อสภาพทางธรณีวิทยาของเทือกเขาภูพาน ตัวเขื่อนมีความสูง 40 เมตร ความยาวสันเขื่อน 1,720 เมตร และความกว้างของสันเขื่อน 10 เมตร อ่างเก็บน้ำมีพื้นที่ผิวน้ำประมาณ 21 ตารางกิโลเมตร สามารถกักเก็บน้ำได้สูงสุดถึง 165 ล้านลูกบาศก์เมตร ภายในโรงไฟฟ้าติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าจำนวน 2 เครื่อง มีกำลังผลิตเครื่องละ 3,000 กิโลวัตต์ รวมกำลังผลิตทั้งสิ้น 6,000 กิโลวัตต์ สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้เฉลี่ยปีละ 17 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ซึ่งไฟฟ้าที่ผลิตได้จะถูกส่งผ่านระบบสายส่งเชื่อมโยงกับสถานีไฟฟ้าแรงสูงสกลนครเพื่อกระจายสู่ครัวเรือน
ด้านการท่องเที่ยวและระบบนิเวศ เขื่อนน้ำพุงถือเป็น "ปอด" ของจังหวัดสกลนคร เนื่องจากตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูพาน ทำให้พื้นที่รอบเขื่อนยังคงความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ดิบแล้งและป่าเบญจพรรณ ทัศนียภาพของอ่างเก็บน้ำที่ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาซับซ้อนทำให้มีลักษณะคล้ายทะเลสาบในหุบเขา บรรยากาศจะมีความพิเศษในช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน - มกราคม) ที่อุณหภูมิอาจลดต่ำลงเหลือ 10-15 องศาเซลเซียส พร้อมหมอกปกคลุมผิวน้ำ นอกจากนี้ น้ำที่ระบายออกจากเขื่อนยังช่วยหล่อเลี้ยงพื้นที่การเกษตรในเขตโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำพุงกว่า 100,000 ไร่ และยังเป็นแหล่งประมงน้ำจืดที่สำคัญซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนและอาชีพหลักของชุมชนโดยรอบ ทำให้เขื่อนแห่งนี้เป็นต้นแบบของการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืนระหว่างวิศวกรรมสมัยใหม่และวิถีธรรมชาติ
วิธีการเดินทาง
- จากตัวเมืองสกลนคร ใช้ทางหลวงหมายเลข 213 (สกลนคร - กาฬสินธุ์) ไปทางอำเภอภูพาน ประมาณ 30 กิโลเมตร จะเห็นป้ายทางเข้าเขื่อนน้ำพุงอยู่ทางด้านซ้ายมือ เลี้ยวเข้าไปตามทางลาดยางอีกประมาณ 2 กิโลเมตรจะถึงตัวเขื่อน
คำแนะนำ
-
หากต้องการสัมผัสอากาศเย็นและชมทะเลหมอกเหนือผิวน้ำ ควรเดินทางมาในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนมกราคม โดยเฉพาะช่วงเช้าตรู่ (06:30 – 08:00 น.) จะเป็นช่วงที่อากาศสดชื่นและมีแสงละมุนที่สุด
-
สันเขื่อนมีความยาวกว่า 1.7 กิโลเมตร (ไป-กลับรวม 3.4 กิโลเมตร) เป็นที่นิยมมากสำหรับนักวิ่งและคนชอบเดินกินลมชมวิว แนะนำให้สวมรองเท้าผ้าใบที่เดินสบายเนื่องจากพื้นผิวเป็นถนนลาดยาง
-
บริเวณตัวเขื่อนจะเน้นความเงียบสงบ จึงไม่มีร้านอาหารขนาดใหญ่บนสันเขื่อน แนะนำให้เตรียมน้ำดื่มหรือของว่างเบาๆ มาเอง แต่ควรช่วยกันรักษาความสะอาดอย่างเคร่งครัด
-
แม้จะเป็นช่วงกลางวัน แต่อากาศบนยอดภูพานอาจมีลมพัดแรงและเย็นกว่าในตัวเมืองสกลนคร 2-3 องศาเซลเซียส การพกเสื้อคลุมบางๆ ติดตัวไว้จะช่วยให้เดินเที่ยวได้นานขึ้น
-
หากพบชาวบ้านนำผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นหรือปลาแห้งจากอ่างเก็บน้ำมาวางขายบริเวณทางเข้า แนะนำให้ช่วยอุดหนุนเพราะเป็นสินค้าสดใหม่และราคาไม่แพง
ค่าเข้าชม:
- ไม่มีค่าเข้าชม (ฟรี)
เวลาเปิดปิดทำการ:
- เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 – 18:00 น.