“สระน้ำโบราณ ที่ผูกพันกับตำนานทางวรรณคดีไทยอันเลื่องชื่อ และ อนุสาวรีย์ศรีปราชญ์ ซึ่งประดิษฐานรูปหล่อกวีเอกในอิริยาบถกำลังร่ายคำประพันธ์ พร้อมถ้อยคำอมตะ “ธรณีนี่นี้เป็นพยาน””
สระล้างดาบศรีปราชญ์ (Sri Prach Sword-Washing Pond) เป็นสระน้ำเก่าแก่ที่มีความสำคัญทั้งในเชิงประวัติศาสตร์และวรรณคดีไทย เชื่อมโยงกับตำนานชีวิตของ ศรีปราชญ์ กวีเอกในรัชสมัยของ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยา ตามตำนานเล่าว่า ศรีปราชญ์ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดเกี่ยวกับชู้สาวในราชสำนัก จึงถูกเนรเทศมายังเมืองนครศรีธรรมราช
ต่อมา ศรีปราชญ์ถูกใส่ร้ายโดยเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชว่ากระทำผิดกฎมณเฑียรบาลอีกครั้ง จนนำไปสู่การถูกตัดสินประหารชีวิต ณ บริเวณ ป่าขาม ซึ่งเป็นพื้นที่ของ โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช ในปัจจุบัน ก่อนสิ้นใจ ศรีปราชญ์ได้เขียนโคลงบทสุดท้ายลงบนพื้นดิน เพื่อประกาศความบริสุทธิ์ของตน และขอให้แผ่นดินเป็นพยาน พร้อมทั้งกล่าวคำสาปแช่งว่า หากตนมิได้กระทำผิดจริง ขอให้ดาบที่ใช้ประหารนั้นย้อนกลับไปสนองผู้สั่งการ
โคลงบทสำคัญที่เลื่องลือมาจนถึงปัจจุบัน คือ
“ธรณีนี่นี้เป็นพยาน
เราก็ศิษย์มีอาจารย์หนึ่งบ้าง
เราผิดท่านประหารเราชอบ
เราบ่ผิดท่านมล้าง
ดาบนี้คืนสนอง”
ภายหลัง สมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงทราบความจริงว่าศรีปราชญ์เป็นผู้บริสุทธิ์ จึงมีพระราชโองการให้ประหารชีวิตเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชด้วย ดาบเล่มเดียวกัน ตามคำสาปแช่งในโคลงนั้น เชื่อกันว่าเพชฌฆาตได้นำดาบมาล้างคราบเลือด ณ สระน้ำแห่งนี้ จึงเป็นที่มาของชื่อ “สระล้างดาบ”
ในปี พ.ศ. 2552 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิด อนุสาวรีย์ศรีปราชญ์ อย่างเป็นทางการ เพื่อเป็นอนุสรณ์และแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวรรณคดีให้แก่ชนรุ่นหลัง
วิธีการเดินทาง
- รถยนต์ส่วนตัว: ใช้ถนนราชดำเนิน ซึ่งเป็นถนนสายหลักในตัวเมืองนครศรีธรรมราช โรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราชตั้งอยู่ริมถนน ตรงข้ามเยื้องกับสนามหน้าเมือง สามารถจอดรถภายในโรงเรียนตามจุดที่กำหนด หรือบริเวณริมถนนโดยรอบ
- รถสาธารณะ: นั่งรถสองแถวสาย สนามกีฬา – หัวถนน (รถสีน้ำเงิน) ลงที่หน้าโรงเรียนกัลยาณีศรีธรรมราช จากนั้นเดินเข้าไปยังบริเวณสระล้างดาบได้ไม่ไกล
คำแนะนำ
-
เนื่องจากสถานที่ตั้งอยู่ภายในสถานศึกษา ควรแต่งกายสุภาพ และปฏิบัติตามระเบียบของโรงเรียน
-
วันและเวลาราชการ อาจต้องแจ้งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก่อนเข้าชม
-
บริเวณโดยรอบร่มรื่น เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ ศึกษาประวัติศาสตร์ และซึมซับบรรยากาศวรรณคดีไทย
-
สามารถเดินเท้าไปเที่ยวต่อยัง พระวิหารสูง และ สนามหน้าเมือง ซึ่งอยู่ใกล้กันมาก
ค่าเข้าชม:
- ไม่มีค่าเข้าชม (ฟรี)
เวลาเปิด-ปิด:
- เปิดให้เข้าชมตามวันและเวลาราชการ วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 08:30 – 16:30 น.
- วันเสาร์–อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ แนะนำให้ติดต่อสอบถามทางโรงเรียนก่อนเข้าชม