“ชมความประณีตของ "กระบุงบางเจ้าฉ่า" และผลิตภัณฑ์หัตถกรรมจากไม้ไผ่ที่มีดีไซน์ร่วมสมัย พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนที่ได้รับพระราชทานคำแนะนำจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ”
หมู่บ้านจักสาน (Wickerwork Village) เป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานย้อนไปถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา โดยตั้งอยู่ในพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยไม้ไผ่สีสุก ซึ่งกลายเป็นทรัพยากรสำคัญในการดำรงชีวิตของชาวบ้านตั้งแต่อดีต เดิมทีการจักสานเกิดขึ้นเพื่อใช้สอยในครัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นตะกร้า กระบุง หรือเครื่องมือทางการเกษตร ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาฝีมือจนกลายเป็นอาชีพหลักที่สร้างชื่อเสียงให้กับชุมชนในเวลาต่อมา
ความโดดเด่นของหมู่บ้านบางเจ้าฉ่าอยู่ที่การพัฒนางานจักสานไม้ไผ่จากของใช้พื้นบ้านสู่ผลิตภัณฑ์ร่วมสมัยที่มีคุณภาพระดับสากล ชาวบ้านได้ปรับรูปแบบ ลวดลาย และการออกแบบให้ตอบโจทย์ตลาดสมัยใหม่ จนได้รับการยอมรับเป็นสินค้า OTOP ระดับ 5 ดาว ผลิตภัณฑ์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตะกร้าหรือภาชนะเท่านั้น แต่ยังรวมถึงกระเป๋าถือแฟชั่น ของตกแต่งบ้าน และของที่ระลึกที่ส่งออกไปยังต่างประเทศ สร้างรายได้และความภาคภูมิใจให้กับคนในชุมชน
หมู่บ้านจักสานบางเจ้าฉ่ายังได้รับการพัฒนาให้เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านอย่างใกล้ชิด ภายในหมู่บ้านมีพิพิธภัณฑ์เครื่องใช้ไม้ไผ่ ตั้งอยู่ภายในวัดยางทอง ซึ่งจัดแสดงเครื่องมือดักสัตว์ ภาชนะ และเครื่องใช้พื้นบ้านโบราณที่สะท้อนถึงภูมิปัญญาและความคิดสร้างสรรค์ของบรรพบุรุษที่สืบทอดต่อกันมาหลายชั่วอายุคน
อีกหนึ่งเหตุการณ์สำคัญที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับชุมชน คือการที่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินมาเยือนหมู่บ้าน และทรงมีพระราชดำริแนะนำให้ชาวบ้านปลูกไม้ไผ่สีสุกเพื่ออนุรักษ์วัตถุดิบและอาชีพจักสานให้คงอยู่ต่อไป พระราชดำริดังกล่าวกลายเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
บรรยากาศภายในหมู่บ้านมีความร่มรื่น เรียบง่าย และสงบแบบชนบทไทย นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรถอีแต๋นชมรอบชุมชน แวะชมสวนเกษตร สวนกระท้อนทองใบใหญ่ และไปเยี่ยมชม “ต้นยางนาคู่” อายุกว่า 400 ปี ซึ่งมีขนาดใหญ่และสูงติดอันดับ 3 ของประเทศไทย เสน่ห์ของชุมชนยังอยู่ที่ความเป็นมิตรของชาวบ้าน ที่เปิดบ้านให้ผู้มาเยือนได้พูดคุยและชมการสานไม้ไผ่อย่างใกล้ชิด
สำหรับผู้ที่สนใจงานออกแบบ งานศิลปหัตถกรรม หรือนักสะสมผลงานฝีมือ สินค้าจักสานจากบางเจ้าฉ่าถือเป็นสัญลักษณ์ของความละเอียด ประณีต และความคงทน ลวดลายการสานมีความซับซ้อนและงดงาม ช่างภาพสามารถบันทึกภาพวิถีชีวิตของช่างฝีมือที่นั่งสานไม้ไผ่อย่างตั้งใจท่ามกลางบ้านไม้ไทยเดิม ซึ่งสะท้อนถึงการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนของศิลปวัฒนธรรมและเศรษฐกิจชุมชน
การมาเยือนหมู่บ้านจักสานบางเจ้าฉ่าจึงไม่ใช่เพียงการเลือกซื้อของฝาก แต่คือการเรียนรู้และสืบสานพลังแห่งภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นบทพิสูจน์ว่างานฝีมือดั้งเดิมสามารถพัฒนา ก้าวไกล และยืนหยัดในเวทีสากลได้อย่างสง่างาม พร้อมทั้งยังคงรากเหง้าทางวัฒนธรรมของจังหวัดอ่างทองไว้อย่างมั่นคง
วิธีการเดินทาง
โดยรถยนต์ส่วนตัว:
- จากตัวเมืองอ่างทอง ใช้เส้นทางสายอ่างทอง-โพธิ์ทอง (ทางหลวงหมายเลข 3064) ประมาณ 9 กิโลเมตร ถึงคลองชลประทานยางมณี เลี้ยวขวาเลียบคลองไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาตามป้ายเข้าวัดยางทอง แหล่งจักสานจะอยู่บริเวณหลังวัด
โดยรถสาธารณะ:
- ขึ้นรถตู้หรือรถประจำทางมาลงที่อำเภอโพธิ์ทอง แล้วต่อรถจักรยานยนต์รับจ้างหรือรถโดยสารท้องถิ่นเข้าไปยังตำบลบางเจ้าฉ่า
คำแนะนำ
-
แนะนำให้ติดต่อศูนย์จำหน่ายสินค้าหัตถกรรมล่วงหน้าหากต้องการเข้าชมเป็นหมู่คณะหรือต้องการวิทยากรสาธิตการจักสาน
-
อย่าพลาดการชิม "กระท้อนทองใบ" หากมาในช่วงฤดูกาล (ประมาณเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม) ซึ่งเป็นผลไม้ขึ้นชื่อของที่นี่
-
ควรเตรียมถุงผ้ามาใส่สินค้าเพื่อช่วยลดการใช้พลาสติกและเข้ากับธีมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
-
การปั่นจักรยานเที่ยวรอบหมู่บ้านเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่สนุกและได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์อย่างใกล้ชิด
ค่าเข้าชม
-
นักท่องเที่ยวชาวไทย: ฟรี (พิพิธภัณฑ์และศูนย์เรียนรู้)
-
นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ: ฟรี
เวลาเปิด-ปิด
-
เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08:30 – 17:00 น.