“สักการะพระบรมสารีริกธาตุที่ชั้นบนสุดของเจดีย์สีทองที่มองเห็นได้แต่ไกล และชมวิว "หลวงพ่อโต" วัดม่วง ที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากชั้น 8 ของพระธาตุเจดีย์”
วัดท่าอิฐ (Tha It Temple) เป็นวัดราษฎร์เก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2304 ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ชื่อของวัดมีที่มาจากประวัติศาสตร์ท้องถิ่นซึ่งเล่าต่อกันมาว่า บริเวณแห่งนี้เคยเป็นแหล่งปั้นและเผาอิฐ รวมถึงเป็นท่าขนส่งอิฐทางน้ำ เพื่อนำไปใช้ในการก่อสร้างวัดขุนอินทประมูลซึ่งตั้งอยู่ใกล้เคียง เมื่อชุมชนขยายตัวและมีการสร้างวัดขึ้นในพื้นที่ จึงเรียกขานวัดแห่งนี้ว่า “วัดท่าอิฐ” เพื่อสะท้อนถึงรากเหง้าของพื้นที่และวิถีชีวิตของผู้คนในอดีต
ภายในวัดเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์หลายองค์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพศรัทธาอย่างสูง ได้แก่ “หลวงพ่อเพ็ชร” พระประธานในพระอุโบสถ ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน และ “หลวงพ่อขาว” พระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย ศิลปะสมัยอยุธยา ประดิษฐานอยู่ในวิหารมหาอุตม์ พระพุทธรูปทั้งสององค์สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของพุทธศาสนาและความศรัทธาที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน
จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของวัดท่าอิฐ คือ “พระธาตุเจดีย์ศรีโพธิ์ทอง” เจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมขนาดใหญ่ มีความสูงถึง 73 เมตร และกว้าง 40 เมตร โดดเด่นด้วยสีทองอร่ามอันสง่างาม รูปแบบสถาปัตยกรรมผสมผสานศิลปะลังกา อยุธยา และรัตนโกสินทร์เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน พระธาตุเจดีย์แห่งนี้สร้างขึ้นตามดำริของหลวงพ่อหอม (พระครูสุคนธศีลคุณ) เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระศอขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และสร้างถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เมื่อครั้งที่ทรงหายจากอาการประชวร โดยได้รับพระราชทานนามอย่างเป็นทางการว่า “พระธาตุเจดีย์ศรีโพธิ์ทอง”
บรรยากาศภายในวัดมีความเงียบสงบ เป็นระเบียบ และเอื้อต่อการปฏิบัติธรรม นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปภายในพระธาตุเจดีย์ซึ่งมีทั้งหมด 10 ชั้น โดยแต่ละชั้นประดิษฐานพระพุทธรูปในอิริยาบถและปางต่างๆ พร้อมลวดลายตกแต่งที่งดงามและเปี่ยมด้วยคติธรรม ชั้นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือชั้นที่ 8 ซึ่งเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ทุ่งนาเขียวขจีโดยรอบอำเภอโพธิ์ทอง และหากมองไปทางทิศตะวันตกจะสามารถเห็น “หลวงพ่อโต” วัดม่วง พระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งตระหง่านอยู่กลางทุ่งนาได้อย่างชัดเจน
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานสถาปัตยกรรมและพุทธศิลป์ การมาเยือนวัดท่าอิฐจะทำให้ได้สัมผัสถึงพลังแห่งศรัทธาที่ถ่ายทอดผ่านงานก่อสร้างอันยิ่งใหญ่และประณีต ช่างภาพสามารถบันทึกภาพพระธาตุเจดีย์ที่สะท้อนแสงแดดสีทอง หรือภาพมุมสูงของทัศนียภาพชนบทที่หาชมได้ยาก ผู้มาเยือนจำนวนมากต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า เจดีย์แห่งนี้มีความอลังการ สามารถเดินขึ้นไปชมวิวด้านบนได้ และเป็นสถานที่ที่ควรมาเยือนอย่างน้อยหนึ่งครั้งเมื่อเดินทางมาจังหวัดอ่างทอง
การมาเยือนวัดท่าอิฐจึงเป็นการผสานการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์เข้ากับการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สถานที่แห่งนี้มอบทั้งความร่มเย็นทางจิตใจ ความรู้ทางประวัติศาสตร์ และความประทับใจทางสายตา จนกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ความงดงามทางศาสนาและวัฒนธรรมที่สำคัญของจังหวัดอ่างทอง
วิธีการเดินทาง
โดยรถยนต์ส่วนตัว:
- จากตัวเมืองอ่างทอง ใช้ทางหลวงหมายเลข 3064 (เส้นอ่างทอง-โพธิ์ทอง) ประมาณกิโลเมตรที่ 7-8 วัดจะตั้งอยู่ในตำบลบางพลับ มีป้ายบอกทางขนาดใหญ่และสามารถมองเห็นเจดีย์สีทองได้แต่ไกล
โดยรถสาธารณะ:
- สามารถนั่งรถตู้สายกรุงเทพฯ-อ่างทอง หรือกรุงเทพฯ-โพธิ์ทอง แล้วต่อรถประจำทางท้องถิ่นมายังวัดท่าอิฐ
คำแนะนำ
-
การเดินขึ้นไปยังชั้นบนของพระธาตุเจดีย์อาจต้องใช้พละกำลังพอสมควรเนื่องจากมีหลายชั้น ควรเตรียมตัวและสวมรองเท้าที่ใส่สบาย
-
ภายในเจดีย์อาจมีฝุ่นหรือพื้นที่รกร้างในบางจุดตามความเห็นของผู้เข้าชมบางท่าน ดังนั้นควรระมัดระวังในการเดินชม
-
แนะนำให้ขึ้นไปถึงชั้น 8 และชั้น 10 เพื่อชมวิวรอบทิศทางและสักการะพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นส่วนที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด
-
สวมใส่ชุดสุภาพเรียบร้อยเพื่อเป็นการให้เกียรติสถานที่ทางศาสนา
ค่าเข้าชม
-
นักท่องเที่ยวชาวไทย: ฟรี
-
นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ: ฟรี
เวลาเปิด-ปิด
-
เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08:00 – 18:00 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 1 รายการ)รีวิวเมื่อ 27 มิ.ย. 60