“ชมความมหัศจรรย์ของ "ค้างคาวแม่ไก่" สัตว์ป่าคุ้มครองที่รวมตัวกันเป็นฝูงใหญ่ที่สุดในอ่างทอง ท่ามกลางบรรยากาศวัดเก่าแก่ที่เปี่ยมด้วยตำนานและความศักดิ์สิทธิ์”
ค้างคาวแม่ไก่วัดจันทาราม (Chantharam Temple) หรือที่ชาวบ้านในพื้นที่เรียกกันติดปากว่า “วัดบ้านช้าง” เป็นวัดโบราณที่มีความสำคัญทั้งในด้านศาสนา ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และระบบนิเวศธรรมชาติของจังหวัดอ่างทอง สันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้สร้างขึ้นในช่วงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยา เพื่อเป็นศูนย์กลางของชุมชนเกษตรกรรมที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ริมพื้นที่ลุ่มน้ำ วัดทำหน้าที่ไม่เพียงเป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่ยังเป็นพื้นที่หลอมรวมวิถีชีวิต ความเชื่อ และความผูกพันของผู้คนกับธรรมชาติรอบตัวมาอย่างยาวนาน
เอกลักษณ์ที่ทำให้วัดจันทารามเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายคือ การเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของค้างคาวแม่ไก่จำนวนมหาศาลนับหมื่นตัว ซึ่งเข้ามาอาศัยและแพร่พันธุ์ตามต้นไม้ใหญ่ภายในวัดต่อเนื่องกันมานานกว่า 100 ปี ค้างคาวแม่ไก่ถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองที่มีบทบาทสำคัญต่อระบบนิเวศ โดยช่วยผสมเกสรและกระจายเมล็ดพันธุ์พืช วัดจันทารามจึงกลายเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่มีคุณค่า และเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมที่หาได้ยากในปัจจุบัน
ค้างคาวแม่ไก่ที่วัดแห่งนี้มีลักษณะเด่นคือมีขนาดตัวค่อนข้างใหญ่ ปีกกว้าง และมีขนสีน้ำตาลทองแซมดำ เมื่อถึงเวลากลางวันจะพากันห้อยหัวพักอาศัยตามกิ่งไม้ใหญ่ ทำให้มองเห็นเป็นกลุ่มสีเข้มปกคลุมทั่วบริเวณวัดอย่างน่าอัศจรรย์ ภาพเหล่านี้ไม่เพียงสร้างความตื่นตาตื่นใจแก่ผู้มาเยือน แต่ยังสะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่สีเขียวที่วัดและชุมชนร่วมกันดูแลรักษามาอย่างต่อเนื่อง
นอกจากคุณค่าทางธรรมชาติแล้ว วัดจันทารามยังมีความสำคัญทางศาสนาอย่างยิ่ง ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อเพชร” พระพุทธรูปปางสมาธิ สร้างจากศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น ซึ่งเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่ชาวบ้านให้ความเคารพศรัทธามาแต่โบราณ มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่าหลวงพ่อเพชรทรงคุ้มครองทั้งวัดและฝูงค้างคาวแม่ไก่ ผู้ใดคิดเบียดเบียนหรือทำร้ายสัตว์เหล่านี้มักจะประสบเคราะห์กรรม ทำให้ความเชื่อทางศาสนาและการอนุรักษ์ธรรมชาติหลอมรวมกันอย่างแนบแน่น
บรรยากาศโดยรอบวัดเต็มไปด้วยความร่มรื่นและเงียบสงบจากต้นไม้ใหญ่นานาชนิดที่ขึ้นหนาแน่น สภาพอากาศภายในวัดเย็นสบายตลอดทั้งวัน นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมวิถีชีวิตของค้างคาวแม่ไก่ได้อย่างใกล้ชิดในพื้นที่ที่ทางวัดจัดเตรียมไว้ โดยมีการให้ความรู้และขอความร่วมมือไม่รบกวนสัตว์ป่า สะท้อนแนวคิดของการอยู่ร่วมกันระหว่างศาสนสถาน มนุษย์ และธรรมชาติอย่างสมดุล
ในช่วงเวลายามเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก ฝูงค้างคาวแม่ไก่นับหมื่นจะพร้อมใจกันบินออกจากวัดเพื่อออกหากิน กลายเป็นภาพที่ยิ่งใหญ่และทรงพลัง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักถ่ายภาพ ช่างวิดีโอ และผู้ที่สนใจศึกษาธรรมชาติ ปรากฏการณ์นี้ยังช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และสร้างรายได้เสริมให้กับชุมชนโดยรอบโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
การเดินทางมาสักการะวัดจันทารามจึงเป็นมากกว่าการท่องเที่ยว แต่เป็นการเรียนรู้ถึงความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างศรัทธาทางศาสนา วิถีชีวิตชุมชน และการอนุรักษ์สัตว์ป่า วัดแห่งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของความเมตตาและการอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูล เป็นจุดหมายปลายทางที่สะท้อนอัตลักษณ์ของจังหวัดอ่างทองได้อย่างงดงามและทรงคุณค่า
วิธีการเดินทาง
โดยรถยนต์ส่วนตัว:
- จากที่ว่าการอำเภอโพธิ์ทอง ไปทางทิศตะวันตกใช้เส้นทางสายโพธิ์ทอง-แสวงหา (ทางหลวงหมายเลข 3064) ประมาณ 1 กิโลเมตร แล้วแยกซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 3454 ไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร จะถึงที่ตั้งวัด
โดยรถสาธารณะ:
- สามารถนั่งรถตู้สายกรุงเทพฯ-โพธิ์ทอง แล้วต่อรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือรถโดยสารท้องถิ่นมายังวัดจันทาราม (บ้านพระ)
คำแนะนำ
-
ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์อากาศจะดีเป็นพิเศษ เหมาะสำหรับการเดินชมค้างคาวแม่ไก่โดยไม่ร้อนจนเกินไป
-
สวมใส่รองเท้าที่เดินสะดวกและเสื้อผ้าที่มิดชิด เนื่องจากในวัดมีต้นไม้เยอะและควรระวังมูลค้างคาวที่อาจหยดลงมาในบางจุด
-
แนะนำให้มาถึงวัดช่วงประมาณ 17:00 - 18:00 น. เพื่อรอดูวินาทีที่ฝูงค้างคาวบินออกจากวัดไปหากินพร้อมกัน ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามที่สุด
-
ควรเที่ยวชมด้วยความสงบ ไม่ใช้เสียงดังหรือกระทำการใดๆ ที่เป็นการรบกวนการนอนของค้างคาวในเวลากลางวัน
ค่าเข้าชม
-
นักท่องเที่ยวชาวไทย: ผู้ใหญ่ ฟรี, เด็ก ฟรี
-
นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ ฟรี, เด็ก ฟรี
เวลาเปิด-ปิด:
-
เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08:00 – 18:00 น. (เพื่อรอชมค้างคาวออกหากินในช่วงเย็น)