“เรียนรู้พระราชประวัติผ่านนิทรรศการ 8 ห้อง ชมสวนดอกไม้เปลี่ยนสีตามฤดูกาล สัมผัสบ้านหลังแรกของสมเด็จย่า และสักการะพระธาตุส่วนไหปลาร้าของพระพุทธเจ้า”
พระตำหนักดอยตุง (Doi Tung Royal Villa) เริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2531 จากพระราชดำริของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงต้องการที่ประทับเพื่อทรงงานพัฒนาพื้นที่ดอยตุงอย่างใกล้ชิด โดยทรงมีพระราชดำรัสว่า ฉันจะปลูกป่าบนดอยตุง นำไปสู่การสร้างพระตำหนักที่เรียบง่ายเพื่อเป็นศูนย์กลางในการเปลี่ยนภูเขาหัวโล้นให้กลายเป็นป่าไม้ที่สมบูรณ์ และยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวไทยภูเขาให้ยั่งยืนมาจนถึงปัจจุบัน ภายในพระตำหนักแบ่งเป็น4โซนคร่าวๆได้แก่
หอพระราชประวัติ
- ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าสุดก่อนเข้าสู่ตัวพระตำหนัก สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2546 เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จย่า ภายในแบ่งพื้นที่ออกเป็น 8 ห้องนิทรรศการที่เล่าเรื่องราวพระราชประวัติอย่างละเอียด ตั้งแต่เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ การใช้ชีวิตในต่างประเทศ จนถึงพระราชกรณียกิจในการพัฒนาพื้นที่ดอยตุง การเดินชมที่นี่ช่วยให้ผู้มาเยือนเข้าใจถึงความมุ่งมั่นและแรงบันดาลใจของพระองค์ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้แก่ผืนดินนี้
- เป็นสวนดอกไม้เมืองหนาวขนาดพื้นที่ 25 ไร่ ที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าพระตำหนัก จุดเด่นคือการจัดตกแต่งด้วยพรรณไม้เมืองหนาวที่สวยงามและประณีต ซึ่งในแต่ละฤดูกาลดอกไม้จะถูกผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปทำให้สวนมีบรรยากาศที่สวยงามแตกต่างกันไปตลอดทั้งปี นอกจากนี้ภายในสวนยังมีงานประติมากรรม ความต่อเนื่อง ตั้งเด่นอยู่กลางสวน ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายภาพและซึมซับบรรยากาศที่เงียบสงบ
อาคารพระตำหนักดอยตุง
- ถือเป็นบ้านหลังแรกของสมเด็จย่าบนดอยสูงแห่งนี้ มีลักษณะทางสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างศิลปะล้านนาแบบพื้นเมืองและสไตล์สวิสเซอร์แลนด์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ภายในพระตำหนักสะท้อนถึงวิถีชีวิตที่เรียบง่ายแต่สง่างาม โดยมีรายละเอียดที่น่าประทับใจคือเพดานห้องโถงใหญ่ที่แกะสลักเป็นรูปตำแหน่งดวงดาวในวันพระราชสมภพ ซึ่งเป็นงานฝีมือที่ละเอียดอ่อนและสื่อถึงความรักในธรรมชาติและการออกแบบอย่างแท้จริง
- ตั้งอยู่บนยอดเขาสูงสุดและเป็นปูชนียสถานที่สำคัญที่สุดของจังหวัดเชียงราย องค์พระธาตุสีทองเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุในส่วนไหปลาร้าด้านซ้ายของพระพุทธเจ้า ซึ่งอัญเชิญมาจากประเทศอินเดีย ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต่างเดินทางมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยมีความเชื่อว่าพระธาตุแห่งนี้เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีมะเมีย ทำให้ที่นี่เป็นศูนย์รวมศรัทธาที่สำคัญยิ่งที่ต้องมาเยือนเมื่อมาถึงพระตำหนักดอยตุง
วิธีการเดินทาง
-
รถยนต์ส่วนตัว: จากตัวเมืองเชียงราย ใช้ทางหลวงหมายเลข 1 (ถนนพหลโยธิน) มุ่งหน้าไปทางอำเภอแม่สาย เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1149 ที่หลักกิโลเมตรที่ 871 แล้วขับตามป้ายบอกทางขึ้นดอยตุง ถนนเป็นทางลาดยางตลอดสายแต่มีความลาดชันและโค้งมาก
-
รถโดยสารสาธารณะ: สามารถนั่งรถบัสหรือรถตู้สายเชียงราย-แม่สาย มาลงที่ปากทางขึ้นดอยตุง แล้วต่อรถสองแถวสีม่วงที่จอดรอให้บริการรับ-ส่งขึ้นไปยังพระตำหนัก
คำแนะนำ
-
ช่วงเวลาที่เหมาะสม: สามารถเที่ยวได้ตลอดปี แต่ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม ดอกไม้จะบานสวยที่สุดและอากาศเย็นสบาย
-
การแต่งกาย: ต้องแต่งกายสุภาพเมื่อเข้าชมพระตำหนักและวัด (ห้ามกางเกงขาสั้นและเสื้อแขนกุด มีบริการชุดคลุมให้ยืม)
-
การถ่ายภาพ: ห้ามถ่ายภาพภายในอาคารพระตำหนักโดยเด็ดขาด แต่บริเวณสวนและภายนอกอาคารสามารถถ่ายได้ตามปกติ
-
ข้อควรระวัง: ทางขึ้นดอยตุงมีความลาดชันและโค้งชันหลายจุด ผู้ขับขี่ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
ค่าเข้าชม:
-
บัตรรวม เข้าได้ 3 สถานที่ พระตำหนักดอยตุง สวนแม่ฟ้าหลวง หอพระราชประวัติ
-
คนไทย ราคา 190 บาท / ต่างชาติ ราคาประมาณ 220 บาท
เวลาเปิด-ปิด:
- เปิดทุกวัน 07.00 น.-17.00 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 7 รายการ)รีวิวเมื่อ 3 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 3 ส.ค. 53
อีกทั้งต้องเข้าคิวรอชมพระตำหนักด้วย...เสียเวลาแย่
รีวิวเมื่อ 3 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 3 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 3 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 3 ส.ค. 53
รีวิวเมื่อ 3 ส.ค. 53