“สวนสุจาริณีสวนกุหลาบหลากสายพันธุ์ อ่างเก็บน้ำ-น้ำพุเพลง อากาศเย็นตลอดปี 1,373 ม. พลับพลาผาหมอน”
พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ (Bhubing Palace) สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2504 ในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญเพื่อใช้เป็นที่ประทับแรมเมื่อเสด็จแปรพระราชฐานมาทรงงานในภาคเหนือ รวมถึงใช้เป็นสถานที่รับรองพระราชอาคันตุกะจากต่างประเทศ และติดตามโครงการพัฒนาพื้นที่สูงตามพระราชดำริ
พื้นที่พระตำหนักถูกออกแบบอย่างกลมกลืนกับภูมิประเทศบน ดอยสุเทพ โดยใช้สถาปัตยกรรมไทยประยุกต์ ตัวอาคารหลักเป็นอาคารสองชั้น ชั้นล่างก่ออิฐถือปูนแข็งแรงเหมาะกับสภาพอากาศบนภูเขา ส่วนชั้นบนเป็นเรือนไม้ทรงไทยที่โปร่งโล่ง เปิดรับลมหนาวและทัศนียภาพของป่าเขาโดยรอบอย่างลงตัว หลังคาทรงจั่วซ้อนชั้นช่วยระบายน้ำฝนและเพิ่มเอกลักษณ์แบบล้านนาประยุกต์
ภายในบริเวณแบ่งออกเป็นหลายโซนสำคัญ ได้แก่ พระตำหนักที่ประทับ, สวนสุจาริณี (สวนกุหลาบ), เรือนเพาะชำพืชเมืองหนาว, และพื้นที่จัดแสดงไม้ดอกตามฤดูกาล ซึ่งมีการดูแลและปรับเปลี่ยนพันธุ์ไม้ตลอดทั้งปี ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถชมความงดงามของพรรณไม้เมืองหนาวได้ในทุกฤดูกาล
หนึ่งในจุดเด่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ สวนสุจาริณี ซึ่งรวบรวมกุหลาบหลากหลายสายพันธุ์จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่ดอกกุหลาบและไม้ดอกเมืองหนาวจะผลิบานอย่างสวยงาม สร้างสีสันและกลิ่นหอมทั่วทั้งพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีไม้ประดับหายาก เช่น เบโกเนีย ซัลเวีย ไฮเดรนเยีย และพืชเมืองหนาวอีกหลายชนิด
อีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาดคือ อ่างเก็บน้ำและน้ำพุศิลาทราย ซึ่งได้รับการออกแบบให้กลมกลืนกับภูมิทัศน์ธรรมชาติของภูเขา รอบอ่างประดับด้วยไม้ดอกเมืองหนาวหลากสีสัน และมีการแสดงน้ำพุประกอบเสียงดนตรีที่ช่วยสร้างบรรยากาศอันร่มรื่นและผ่อนคลาย เหมาะสำหรับการเดินเล่นและถ่ายภาพ
ภายในพื้นที่ยังมี พลับพลาผาหมอน ซึ่งเป็นเรือนปีกไม้ที่สร้างอยู่บนเนินเขาเพื่อใช้เป็นสถานที่พักผ่อนพระอิริยาบถ โดดเด่นด้วยการจัดสวนแบบธรรมชาติและสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของป่าเขาบริเวณโดยรอบได้อย่างสวยงาม
ด้วยระดับความสูงประมาณ 1,373 เมตรจากระดับน้ำทะเล ทำให้พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์มีอากาศเย็นสบายตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำกว่าตัวเมืองเชียงใหม่ และในช่วงฤดูหนาวมักมีหมอกบางปกคลุมในยามเช้า ส่งผลให้ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสธรรมชาติ ชมดอกไม้เมืองหนาว และเรียนรู้พระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาพื้นที่สูงของประเทศไทย
วิธีการเดินทาง
- รถยนต์ส่วนบุคคล: จากตัวเมืองเชียงใหม่ขึ้นถนนศรีวิชัย ผ่านสวนสัตว์เชียงใหม่และวัดพระธาตุดอยสุเทพ แล้วขับต่อขึ้นเขาอีกประมาณ 4 กิโลเมตร เส้นทางคดเคี้ยวและแคบช่วงท้าย ควรใช้ความระมัดระวัง
- รถสาธารณะ: สามารถนั่งรถสองแถวสีแดงจากบริเวณหน้าสวนสัตว์เชียงใหม่หรือหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งมีบริการวิ่งขึ้นมาส่งถึงหน้าประตูพระตำหนัก
คำแนะนำ
- การแต่งกายต้องสุภาพ เนื่องจากเป็นเขตพระราชฐาน ห้ามสวมกางเกงขาสั้น เสื้อแขนกุด เสื้อกล้าม หรือเสื้อผ้าที่ไม่เหมาะสม โดยมีบริการให้เช่าผ้าถุงและกางเกงขายาวบริเวณทางเข้า
- ห้ามส่งเสียงดัง ห้ามเข้าแปลงดอกไม้หรือสนามหญ้า และห้ามเด็ดดอกไม้ทุกชนิด
- ห้ามนำสัตว์เลี้ยงเข้าในพื้นที่พระตำหนัก
- ห้ามนำอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) ขึ้นบินภายในพื้นที่โดยเด็ดขาด
- ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเที่ยวชมมากที่สุดคือ เดือนพฤศจิกายน–มกราคม ซึ่งเป็นช่วงที่ดอกไม้เมืองหนาวและกุหลาบบานสะพรั่งสวยงามที่สุด
ค่าเข้าชม:
ชาวไทย
- ผู้ใหญ่ 20 บาท
- เด็กนักเรียน / นักศึกษา 10 บาท
ชาวต่างชาติ
- 50 บาท
เวลาเปิด–ปิด:
- เปิดทำการทุกวัน เวลา 08.30 – 16.30 น.
หมายเหตุ
- เวลาจำหน่ายบัตรเข้าชม: 08.30 – 11.30 น. และ 13.00 – 15.30 น.
- โดยปกติจะมีการงดเข้าชมพระตำหนักเป็นการชั่วคราวในช่วงที่มีการเสด็จแปรพระราชฐาน (มักอยู่ในช่วงประมาณเดือนมกราคมถึงต้นเดือนมีนาคมของทุกปี)
- ควรตรวจสอบประกาศและกำหนดการก่อนเดินทางทุกครั้ง เพื่อความสะดวกในการเข้าชมสถานที่
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 4 รายการ)รีวิวเมื่อ 21 มี.ค. 56
ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
โทรศัพท์ 053-223065 เว็บไซต์ www.bhubingpalace.org
เวลาทำการ 08.30 – 16.30 น.
จำหน่ายบัตรทุกวัน 08.30 – 15.30 น.
รีวิวเมื่อ 14 มิ.ย. 55
รีวิวเมื่อ 7 ม.ค. 54
รีวิวเมื่อ 7 ม.ค. 54