“ชมวิวเมืองเชียงใหม่ยามค่ำคืน, ชมทะเลหมอกยามเช้า, ถ่ายภาพวิวภูเขาสลับซับซ้อน, เดินเล่นตลาดชาวเขา”
จุดชมวิวดอยปุย (Doi Pui Viewpoint) คือพิกัดสูงสุดที่รอให้คุณมาพิชิตบนยอดเขาที่ความสูงถึง 1,685 เมตรจากระดับน้ำทะเล ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย ที่นี่คือสวรรค์บนดินที่โอบล้อมด้วยป่าดิบเขาสีเขียวครึ้มอันเงียบสงบจนคุณจะได้ยินแม้แต่เสียงกระซิบของใบไม้ ทันทีที่ก้าวพ้นจากรถ กลิ่นหอมจางๆ ของไอดินและใบสนจะลอยมาทักทายคุณพร้อมกับอากาศที่หนาวเย็นจนต้องรีบคว้าเสื้อกันหนาวมาใส่ ไม่ว่าตัวเมืองเชียงใหม่ด้านล่างจะร้อนเพียงใด แต่บนนี้คือโลกอีกใบที่เก็บรักษาความเย็นฉ่ำเอาไว้ได้ตลอดทั้งปีอย่างน่าอัศจรรย์
ไฮไลท์ที่เปลี่ยนให้ยอดดอยแห่งนี้กลายเป็นความฝันในฤดูหนาวคือ ดอกนางพญาเสือโคร่ง หรือ ซากุระเมืองไทย ที่จะพากันออกดอกสีชมพูสะพรั่งไปทั่วทั้งหุบเขาในช่วงเดือนมกราคม ลองจินตนาการถึงภาพกิ่งก้านสีน้ำตาลที่เต็มไปด้วยดอกเล็กๆ สีชมพูอ่อนจนถึงชมพูเข้ม ตัดกับสีเขียวเข้มของป่าดิบเขาและสีฟ้าครามของท้องฟ้า ท่ามกลางอากาศที่หนาวจัดจนมีไอออกจากปาก ทุกครั้งที่สายลมพัดผ่าน กลีบดอกสีชมพูจะร่วงหล่นลงมาเหมือนสายฝนดอกไม้ สร้างบรรยากาศที่โรแมนติกและงดงามจนแทบจะหยุดหายใจ เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ในหนึ่งปีที่ธรรมชาติมอบของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดให้กับผู้ที่เดินทางมาถึงยอดดอยแห่งนี้
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือความยิ่งใหญ่ของเทือกเขาถนนธงชัยที่สลับซับซ้อนทอดตัวยาวสุดสายตา ในช่วงเช้าตรู่หุบเขาจะถูกถมจนเต็มด้วยทะเลหมอกสีขาวหนานุ่ม ราวกับว่าคุณกำลังยืนอยู่เหนือปุยเมฆที่พร้อมจะเคลื่อนตัวเข้าหาอย่างช้าๆ เมื่อแสงอาทิตย์สีทองเริ่มสาดส่องผ่านม่านหมอกลงมา คุณจะได้เห็นประกายระยิบระยับของหยาดน้ำค้างที่เกาะอยู่ตามมอสและเฟิร์นสีเขียวสดที่ขึ้นปกคลุมตามโขดหิน หากมาได้ถูกจังหวะ นอกจากซากุระเมืองไทยแล้ว คุณอาจได้พบกับดอกกุหลาบพันปีสีแดงสดที่บานอวดโฉมท่ามกลางป่าลึก เป็นภาพความงามที่หาชมได้ยากและสะกดสายตาผู้มาเยือนได้ทุกครั้ง
การเดินทางมาที่นี่ต้องผ่านเส้นทางที่โค้งชันเลาะเลียบไปตามไหล่เขา แต่นั่นคือส่วนหนึ่งของเสน่ห์ที่ทำให้การมาถึงมีคุณค่า ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านปกคลุมถนนจนเหมือนอุโมงค์ต้นไม้สีเขียวขจี การได้มานั่งพักนิ่งๆ บนม้านั่งไม้ริมหน้าผา มองดูการเคลื่อนที่ของก้อนเมฆและฟังเสียงลมพัดผ่านยอดสน คือประสบการณ์ที่คุ้มค่าและจะติดอยู่ในความทรงจำของคุณไปอีกนาน พื้นที่แห่งนี้ไม่ใช่แค่สถานที่สำหรับถ่ายรูปแล้วจากไป แต่มันคือที่ที่คุณจะได้เชื่อมต่อกับธรรมชาติอย่างแท้จริงและรีชาร์จพลังชีวิตให้เต็มเปี่ยมก่อนกลับลงสู่โลกวุ่นวายด้านล่าง
วิธีการเดินทาง
-
ขับรถตามถนนศรีวิชัย (ทางหลวงหมายเลข 1004) ผ่านวัดพระธาตุดอยสุเทพ และพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์
-
ข้อควรระวัง: ถนนลาดยางใหม่ แต่ยังมีช่วงแคบ ชัน และคดเคี้ยว ต้องขับรถระมัดระวัง หากไม่ชำนาญควรใช้บริการรถสองแถวแดง
คำแนะนำ
-
เสื้อผ้า: เตรียมเสื้อกันหนาว เพราะอากาศเย็นตลอดปี และหนาวจัดในฤดูหนาว
-
การขับขี่: ขับรถด้วยความระมัดระวัง หรือใช้บริการรถสองแถวท้องถิ่นจะปลอดภัยและสะดวกกว่า
-
ค่าเข้า: เตรียมเงินสดสำหรับค่าธรรมเนียมอุทยานฯ และค่าเข้าชมสวนดอกไม้
ค่าเข้าชม/ค่าบริการ:
-
ค่าธรรมเนียมอุทยานฯ: ผู้ใหญ่ชาวไทย 20 บาท, เด็ก 10 บาท (เฉพาะบริเวณที่กำหนด)
-
ค่าเข้าชมสวนดอกไม้: อาจมีค่าบำรุงสถานที่เล็กน้อย (โปรดเตรียมเงินสด)
-
เช่าชุด/ถ่ายรูปกับเด็ก ๆ: มีค่าใช้จ่ายตามข้อตกลง
เวลาเปิด-ปิด:
-
หมู่บ้าน/ร้านค้า: 07:00 น. – 17:00 น. (จุดชมวิวสามารถชมได้ตลอดวัน)