“เกาะรูปทรงคล้ายตัว H ที่โดดเด่นด้วย หาดทรายขาวละเอียด สองฝั่งเชื่อมกัน และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่เผยให้เห็นวิวมุมสูงของท้องทะเลสีคราม”
เกาะขาม (Koh Kham Island) หรืออุทยานใต้ทะเลเกาะขาม เป็นเกาะขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะแสมสาร จังหวัดชลบุรี อยู่ในความดูแลของกองเรือยุทธการ กองทัพเรือไทย ซึ่งให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ควบคู่ไปกับการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างเคร่งครัด ทำให้เกาะแห่งนี้ยังคงมีสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์และเป็นธรรมชาติอย่างแท้จริง ลักษณะเด่นของเกาะขามคือรูปทรงของเกาะที่คล้ายตัวอักษร H มีชายหาดทรายขาวอยู่สองฝั่ง เชื่อมต่อกันด้วยสันทรายธรรมชาติ น้ำทะเลรอบเกาะมีสีฟ้าใสจนสามารถมองเห็นโขดหินและแนวปะการังใต้น้ำได้จากบริเวณชายฝั่ง สร้างบรรยากาศที่สวยงามและเงียบสงบ เหมาะสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง
สิ่งที่ทำให้เกาะขามมีความโดดเด่นคือ ระบบนิเวศใต้ทะเลที่อุดมสมบูรณ์ พื้นที่รอบเกาะได้รับการจัดตั้งเป็นอุทยานใต้ทะเลเพื่อคุ้มครองแนวปะการังหลากหลายชนิด เช่น ปะการังเขากวาง ปะการังโต๊ะ และปะการังสมอง รวมถึงดอกไม้ทะเลที่เป็นที่อยู่อาศัยของปลาการ์ตูนหลากหลายสายพันธุ์ ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติและจุดดำน้ำตื้นที่ได้รับความนิยม อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของเกาะคือ สะพานไม้เลียบชายฝั่ง ซึ่งทอดยาวไปตามแนวโขดหิน สะพานแห่งนี้เป็นทั้งจุดเดินชมวิวและมุมถ่ายภาพยอดนิยม โดยออกแบบมาเพื่อให้ผู้มาเยือนสามารถชื่นชมความงามของท้องทะเลได้โดยไม่รบกวนระบบนิเวศตามธรรมชาติ
บรรยากาศบนเกาะขามมีความเป็นส่วนตัว เนื่องจากมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวัน กิจกรรมที่ได้รับความนิยม ได้แก่ การดำน้ำตื้น การพายเรือคายัค และการใช้บริการเรือท้องกระจกสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการลงน้ำ ทุกกิจกรรมถูกจัดการภายใต้แนวคิดการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ เกาะขามยังมีมุมถ่ายภาพที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นสะพานไม้ ชายหาดทรายขาว แนวโขดหินธรรมชาติ หรือจุดชมวิวบนเนินเขาซึ่งใช้เวลาเดินขึ้นไม่นาน แต่สามารถมองเห็นภาพมุมสูงของเกาะได้อย่างสวยงาม เหมาะทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป คู่รัก และครอบครัวที่ต้องการใช้เวลาร่วมกับธรรมชาติอย่างสงบ
สำหรับเกาะขามนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ แต่ยังเป็น ศูนย์การเรียนรู้ทางทะเล ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนและผู้ที่สนใจได้ศึกษาการปลูกปะการังและการอนุรักษ์ชายฝั่งอย่างใกล้ชิด ความเรียบง่ายของการไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกที่หรูหราหรือสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ ช่วยสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการ รักษาเสน่ห์ดั้งเดิม ของทะเลตะวันออกไว้ให้คงอยู่สืบไป การได้ลองหยุดนิ่งแล้วฟังเสียงคลื่นกระทบโขดหินท่ามกลางอากาศบริสุทธิ์ จะช่วยเติมพลังชีวิตให้ผู้มาเยือนได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ ถือเป็นจุดหมายปลายทางที่พร้อมต้อนรับทุกคนด้วยรอยยิ้มของเจ้าหน้าที่กองทัพเรือและความใสสะอาดของผืนน้ำอย่างแท้จริง มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งของการท่องเที่ยวอย่างสร้างสรรค์เพื่อส่งต่อ ความสมบูรณ์ของโลกใต้ทะเล นี้ไปสู่คนรุ่นหลังสืบต่อไป
วิธีการเดินทาง
-
โดยรถยนต์ส่วนตัว: ขับรถไปยังท่าเรือเขาหมาจอ ใกล้กับพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทยมีที่จอดรถให้บริการ
-
โดยรถสาธารณะ: นั่งรถตู้หรือรถมินิบัสสาย กรุงเทพฯ-สัตหีบ ลงที่ตัวเมืองสัตหีบแล้วต่อรถสองแถวสีฟ้ามายังท่าเรือ
-
การข้ามเกาะ: ซื้อตั๋วเรือได้ที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วบริเวณท่าเรือ (แนะนำให้ไปเช้าเนื่องจากมีการจำกัดจำนวนคน)
คำแนะนำ
-
ช่วงเวลาที่เหมาะสม: เที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงที่สวยที่สุดคือเดือน พฤศจิกายน - เมษายน ซึ่งคลื่นลมสงบและน้ำใสที่สุด
-
การเตรียมตัว: ควรพกผ้าเช็ดตัว ชุดเปลี่ยน และครีมกันแดดที่เป็นมิตรต่อปะการัง (Reef Safe) รวมถึงรองเท้าเดินชายหาด
-
การถ่ายภาพ: จุดชมวิวด้านบนสวยมาก ควรเผื่อเวลาเดินขึ้นประมาณ 15-20 นาที เพื่อเก็บภาพมุมสูง
-
ข้อกำหนดเรื่องอาหาร: บนเกาะมีร้านค้าสวัสดิการขายอาหารว่างและเครื่องดื่ม แต่ไม่อนุญาตให้นำภาชนะโฟมหรือของที่ก่อให้เกิดขยะพลาสติกจำนวนมากขึ้นไป
-
การวางแผน: เกาะนี้เป็นเขตทหาร ไม่อนุญาตให้พักค้างคืน และควรตรวจสอบตารางเรือล่วงหน้าเนื่องจากอาจมีการปิดเกาะในวันที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวย
ค่าเข้าชม:
- ราคารวมค่าเรือไป-กลับ และค่าธรรมเนียมเกาะ
-
ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 300 บาท, เด็ก 250 บาท
-
ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 600 บาท, เด็ก 500 บาท
เวลาเปิด-ปิด:
-
เปิดจำหน่ายตั๋ว: 08:00 – 11:00 (หรือจนกว่าตั๋วจะหมด)
-
เรือเที่ยวสุดท้ายออกจากเกาะ: 16:00