“ดำน้ำชมปะการังน้ำตื้นที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก พร้อมกิจกรรมเชิงอนุรักษ์บนเกาะสีเขียวที่จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวัน”
เกาะแสมสาร (Samaesarn Island) เป็นหนึ่งในเก้าเกาะภายใต้ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และอยู่ในความดูแลอย่างเข้มงวดของกองทัพเรือไทย โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อรักษาความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติทั้งบนบกและใต้ทะเลอย่างยั่งยืน ด้วยเหตุนี้ เกาะแห่งนี้จึงไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวพักแรมค้างคืน เพื่อควบคุมผลกระทบจากการท่องเที่ยวและคงสภาพแวดล้อมให้ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนในปี 2026 ยังคงได้สัมผัสกับบรรยากาศที่บริสุทธิ์เหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อน
พื้นที่โดยรอบเกาะแสมสารโดดเด่นด้วย น้ำทะเลใสสะอาดสีฟ้าคราม ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง ทั้งแนวปะการังที่ยังมีชีวิตและสัตว์ทะเลนานาชนิด ซึ่งนับว่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่หาได้ยากในแหล่งท่องเที่ยวที่ใกล้กรุงเทพฯ เพียงไม่กี่ชั่วโมง การจัดการท่องเที่ยวที่นี่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวคือ การบริหารจัดการเชิงอนุรักษ์อย่างเป็นระบบ มีการจำกัดจำนวนผู้เข้าชมต่อวันอย่างเคร่งครัด และมีเจ้าหน้าที่ทหารเรือผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลความเรียบร้อยตลอดเวลา เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและรักษาความสมดุลของระบบนิเวศให้คงอยู่สืบไป
บนเกาะมีชายหาดหลักที่เปิดให้พักผ่อน 2 แห่ง ได้แก่ หาดเทียน และ หาดลูกลม โดยเฉพาะหาดลูกลมที่เปรียบเสมือนสวรรค์ของนักเดินทาง ด้วยหาดทรายสีขาวละเอียดนุ่มเท้าตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ บรรยากาศเงียบสงบปราศจากเครื่องเล่นทางน้ำที่ใช้เครื่องยนต์ เช่น เจ็ตสกี หรือบานาน่าโบ๊ท ทำให้เสียงเดียวที่คุณจะได้ยินคือเสียงคลื่นและลมทะเล นอกจากความงามของชายหาดแล้ว ที่นี่ยังเป็น แหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติที่มีชีวิต มีเส้นทางศึกษาพรรณไม้ป่าชายเลนและพืชพรรณท้องถิ่นที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวทุกวัยที่ต้องการศึกษาธรรมชาติเชิงลึก
กิจกรรมไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาดคือ การดำน้ำตื้น (Snorkeling) เพื่อชมแนวปะการังเขากวาง ปะการังโขด และฝูงปลาทะเลหลากสีสัน โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยและป้องกันความเสียหายต่อปะการัง สำหรับครอบครัวหรือผู้ที่ไม่ต้องการลงน้ำ ยังมีกิจกรรม พายเรือคายัคและการนั่งเรือท้องกระจก ชมโลกใต้ทะเลที่ช่วยให้เห็นความมหัศจรรย์ของท้องทะเลได้อย่างใกล้ชิด เกาะแสมสารจึงไม่ใช่เพียงที่พักผ่อนหย่อนใจ แต่เป็นตัวอย่างของการท่องเที่ยวที่ปลูกฝังให้ผู้คนเรียนรู้ที่จะเคารพและรักธรรมชาติไปพร้อมกัน
ในปัจจุบัน เกาะแสมสารยังคงครองใจทั้ง นักถ่ายภาพธรรมชาติ คู่รัก และครอบครัว ที่แสวงหาความสงบและการพักผ่อนที่มีคุณค่า ด้วยมุมถ่ายรูปจากจุดชมวิวบนเขาที่มองเห็นทัศนียภาพของเกาะแบบพาโนรามา และความใสของน้ำที่สะท้อนแสงแดดเป็นประกายระยิบระยับ ทุกรายละเอียดบนเกาะนี้ถูกรักษาไว้เพื่อเป็นมรดกทางธรรมชาติที่ส่งต่อความประทับใจให้แก่ผู้มาเยือนทุกคนอย่างไม่เสื่อมคลาย
วิธีการเดินทาง
-
รถยนต์ส่วนตัว: ขับรถไปทางอำเภอสัตหีบ มุ่งหน้าสู่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย
-
รถตู้สาธารณะ: จากกรุงเทพ สายกรุงเทพ-สัตหีบ ลงที่ กม.10 หรือตลาดสัตหีบ แล้วต่อรถรับจ้างเข้าสู่ท่าเรือเขาหมาจอ
คำแนะนำ
-
ช่วงเวลาแนะนำ: เดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคม เป็นช่วงที่น้ำทะเลนิ่งและใสที่สุด เหมาะแก่การดำน้ำชมปะการัง
-
ระเบียบการแต่งกาย: เนื่องจากเป็นเขตทหารและพื้นที่อนุรักษ์ ขอความร่วมมือสวมชุดว่ายน้ำสุภาพ (ห้ามบิกินี่) และห้ามนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขึ้นเกาะ
-
อุปกรณ์สำคัญ: เตรียมครีมกันแดดชนิด Reef Safe (ไม่ทำลายปะการัง) และพกถุงพลาสติกสำหรับใส่ขยะส่วนตัวกลับมาทิ้งบนฝั่ง
-
ความปลอดภัย: ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ทหารเรืออย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะขณะดำน้ำ ห้ามเหยียบหรือสัมผัสปะการังเด็ดขาด
- การจองตั๋ว: ในปี 2026 แนะนำให้จองผ่านระบบออนไลน์ล่วงหน้า เนื่องจากจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวันเพื่อป้องกันความแออัด
ค่าเข้าชม:
-
ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 300 บาท เด็ก 220 บาท
-
ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 600 บาท เด็ก 440 บาท
-
หมายเหตุ: ชาวต่างชาติต้องมีผู้ติดตามชาวไทย หรือได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษตามระเบียบกองทัพเรือ
เวลาเปิด-ปิด:
-
เปิดให้บริการทุกวัน: 09:00 – 16:00 น.
-
เรือเที่ยวแรกข้ามไปยังเกาะเริ่ม 09:00 น. และเรือเที่ยวสุดท้ายกลับจากเกาะเวลา 16:00 น.
ขอบคุณภาพบางส่วนจาก Facebook : คุณ Peng Kub สมาชิกกลุ่มคนชอบเที่ยว