“ทัศนียภาพที่สวยที่สุดด้วยฉากหลังภูเขาหินปูนฝั่งลาว เชื่อมโยงเศรษฐกิจไทย-ลาว-เวียดนาม โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมเสาคู่ที่สง่างาม เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมริมฝั่งโขงที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องแวะ”
สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 (Thai-Lao Friendship Bridge 3) ตั้งอยู่ ณ ตำบลอาจสามารถ อำเภอเมืองนครพนม เป็นสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างบ้านห้อม จังหวัดนครพนม กับบ้านเวินใต้ เมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว โดยโครงการนี้มีจุดเริ่มต้นจากการเจรจาระดับรัฐบาลเพื่อขยายโครงข่ายคมนาคมในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนการก่อสร้างจากรัฐบาลไทยรวมทั้งสิ้นประมาณ 1,723 ล้านบาท เริ่มดำเนินการก่อสร้างเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2552 และมีการจัดพิธีวางศิลาฤกษ์โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และท่านบุนยัง วอละจิต รองประธานประเทศ สปป.ลาว ในขณะนั้น จนกระทั่งเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2554 ซึ่งตรงกับวันเดือนปีที่สวยงามคือ 11/11/11
ในเชิงวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม สะพานแห่งนี้มีความยาวรวม 1,423 เมตร กว้าง 13 เมตร มีช่องจราจร 2 ช่องทาง และทางเดินเท้าทั้งสองด้าน ตัวโครงสร้างโดดเด่นด้วยการออกแบบเสาคู่ ที่มีความสง่างามและทันสมัย ทว่าความพิเศษที่ทำให้สะพานแห่งนี้ถูกยกย่องว่าสวยที่สุดในบรรดาสะพานมิตรภาพทั้งหมด คือทัศนียภาพรอบข้าง เนื่องจากพิกัดที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกับแนวเทือกเขาหินปูนที่สลับซับซ้อนของเมืองท่าแขก ฝั่ง สปป.ลาว ทำให้ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส นักท่องเที่ยวจะมองเห็นผนังภูเขาสีเขียวขจีตัดกับผืนน้ำโขงอย่างสวยงามราวกับภาพวาดทางธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่มักจะมีทะเลหมอกจางๆ ปกคลุมยอดเขา เพิ่มความมนต์ขลังให้กับพื้นที่รอบสะพานเป็นอย่างมาก
นอกเหนือจากการเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ สะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 ยังเป็นฟันเฟืองหลักในเส้นทางยุทธศาสตร์สาย R12 (นครพนม-ท่าแขก-วีญ-ฮานอย) ซึ่งเป็นเส้นทางที่สั้นที่สุดในการเชื่อมประเทศไทยไปยังเมืองกวางบิ่งห์และท่าเรือดานังในประเทศเวียดนาม รวมถึงเชื่อมต่อไปยังมณฑลกว่างสีของประเทศจีนตอนใต้ ทำให้สะพานแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมที่สำคัญอย่างยิ่ง บริเวณเชิงสะพานฝั่งไทยยังมีลานกิจกรรมอเนกประสงค์ สวนสาธารณะ และทางจักรยานเลียบแม่น้ำโขงที่เชื่อมต่อมาจากลานพญาศรีสัตตนาคราชในตัวเมือง ทำให้พื้นที่แห่งนี้เป็นจุดศูนย์รวมของการพักผ่อนหย่อนใจและการทำกิจกรรมกลางแจ้งของชาวนครพนมและนักท่องเที่ยวที่มาเยือนอย่างสม่ำเสมอ
วิธีการเดินทาง
- จากตัวเมืองนครพนม ให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 212 (ถนนชยางกูร) มุ่งหน้าไปทางอำเภอท่าอุเทน ระยะทางประมาณ 8-10 กิโลเมตร จะเห็นป้ายทางเข้าสะพานชัดเจน หากต้องการข้ามไปฝั่งลาว สามารถขึ้นรถโดยสารระหว่างประเทศ (นครพนม-ท่าแขก) ได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดนครพนม (บขส.)
คำแนะนำ
-
นักปั่นจักรยานควรใช้เส้นทางเลียบโขงจากตัวเมืองนครพนมซึ่งมีเลนจักรยานเฉพาะและปลอดภัยมาก
-
หากต้องการข้ามไปฝั่งลาวแบบไปเช้าเย็นกลับ สามารถทำเอกสารบัตรผ่านแดน (Border Pass) ได้ที่ด่าน
-
บริเวณใต้สะพานมีร้านอาหารท้องถิ่นและหมูกระทะริมโขงที่บรรยากาศดีมากในช่วงฤดูหนาว
-
การถ่ายภาพตัวสะพานให้สวยที่สุดควรใช้เลนส์มุมกว้างจากจุดชมวิวบริเวณสวนสาธารณะด้านล่าง
-
ตรวจสอบเวลาเดินรถโดยสารระหว่างประเทศ (นครพนม-ท่าแขก) หากไม่มีรถส่วนตัวเพื่อวางแผนเวลาข้ามแดน
-
เตรียมเหรียญหรือเงินย่อยสำหรับค่าธรรมเนียมเหยียบแผ่นดินและค่าบริการด่านในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์
-
พกครีมกันแดดและหมวกหากมาช่วงกลางวันเพราะบริเวณพื้นที่เปิดโล่งบนสะพานมีแดดจัดและลมแรง
-
ตรวจสอบประกาศจากด่านพรมแดนล่วงหน้าหากมีเทศกาลสำคัญเนื่องจากปริมาณรถขนส่งสินค้าอาจหนาแน่น
ค่าเข้าชม:
- ค่ารถโดยสารระหว่างประเทศ (บขส.): 70–75 บาท/คน (Shuttle Bus ข้ามสะพาน 20 บาท)
-
ค่าธรรมเนียมเหยียบแผ่นดิน (ฝั่งลาว): 100 บาท/คน (ประมาณ 65,000 กีบ)
-
ค่าบริการล่วงเวลา (OT/วันหยุด): เพิ่ม 20–40 บาท/คน
-
ค่าทำบัตรผ่านแดนชั่วคราว (Border Pass): 30 บาท (กรณีไม่มีพาสปอร์ต)
เวลาเปิดปิดทำการ:
-
ด่านพรมแดนสากล (สะพาน 3): เปิดทุกวัน 06:00 – 22:00 น.
-
จุดชมวิวและสวนสาธารณะ: เปิดทุกวัน 05:00 – 21:00 น.
-
เที่ยวรถโดยสาร (นครพนม-ท่าแขก): เที่ยวแรก 08:00 น. / เที่ยวสุดท้าย 16:30 - 17:00 น.
-
ด่านท้องถิ่น (ท่าเรือเทศบาล): เปิดทุกวัน 08:00 – 16:00 น.