“อาสนวิหารสถาปัตยกรรมนีโอกอทิกโดดเด่นด้วยหอคอยคู่ยอดแหลมริมฝั่งโขง เคียงข้างอาคารเก่าสีเหลืองสไตล์ฝรั่งเศสที่รอดพ้นจากการถูกทิ้งระเบิดในสมัยสงครามอินโดจีน ภายในประดับกระจกสีวิจิตรบรรจง เป็นสัญลักษณ์แห่งศรัทธาและความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในนครพนม”
อาสนวิหารนักบุญอันนา หนองแสง (Saint Anna Nong Saeng Cathedral) ไม่ได้เป็นเพียงโบสถ์คริสต์ที่สวยงามริมฝั่งโขงเท่านั้น แต่ยังเป็นประจักษ์พยานแห่งประวัติศาสตร์การอพยพและการตั้งถิ่นฐานของชาวญวนคริตังในจังหวัดนครพนม จุดเริ่มต้นของชุมชนแห่งนี้ย้อนกลับไปในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 โดยมี บาทหลวงซาวเวียร์ เกโก เป็นผู้บุกเบิกและรวบรวมคริสตศาสนิกชนที่ลี้ภัยความขัดแย้งมาจากฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงมาสร้างชุมชนหนองแสงแห่งนี้ ความโดดเด่นที่สำคัญที่สุดคืออาคารเก่าแก่สีเหลืองมัสตาร์ดด้านข้างซึ่งสร้างด้วยอิฐฉาบปูนแบบโบราณตามสถาปัตยกรรมอาณานิคมฝรั่งเศส ซึ่งถือเป็นอาคารหลังเดียวที่รอดพ้นจากการทิ้งระเบิดอย่างหนักหน่วงในช่วงกรณีพิพาทอินโดจีน พ.ศ. 2483 ซึ่งในคราวนั้นตัวโบสถ์หลังเดิมถูกทำลายลงทั้งหมดด้วยระเบิดที่ตกลงมากลางอาคารพอดี
ด้วยแรงศรัทธาที่ไม่อาจถูกทำลายได้ คณะบาทหลวงและชาวบ้านได้ร่วมกันระดมทุนและก่อสร้างโบสถ์หลังใหม่ขึ้นในปี ค.ศ. 1952 โดยเน้นรูปทรงที่มีความสง่างามตามแบบ ศิลปะนีโอกอทิก โดดเด่นด้วยหอคอยคู่ยอดแหลมที่มองเห็นได้แต่ไกลจากทางน้ำ ภายในถูกออกแบบให้มีความโอ่โถงสว่างไสว ประดับด้วยรูปปั้นนักบุญและงานกระจกสีที่ประณีตบรรจง สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของคริสตจักรในภาคอีสานตอนบน นอกจากนี้ บริเวณรอบอาสนวิหารยังมีการจัดสวนอย่างงดงามเพื่อเชิดชูนักบุญอันนา ผู้เป็นมารดาของพระนางมารีย์พรหมจารี ซึ่งเป็นที่เคารพรักอย่างสูงสุดของคนในพื้นที่
ในปัจจุบัน วัดนักบุญอันนาเป็นหัวใจหลักของ ประเพณีแห่ดาว ของชาวนครพนม ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองคริสต์มาสที่ผสานเข้ากับกลิ่นอายท้องถิ่นได้อย่างมีเอกลักษณ์ ความงามของสถาปัตยกรรมที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทัศนียภาพอันเงียบสงบของแม่น้ำโขง และเรื่องราวการต่อสู้เพื่อรักษาความเชื่อท่ามกลางวิกฤตการณ์ทางการเมืองในอดีต ทำให้ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต ที่บอกเล่าเรื่องราวความหลากหลายทางชาติพันธุ์และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขของชาวนครพนมมาอย่างยาวนาน
วิธีการเดินทาง
- หากเดินทางจากตัวเมืองนครพนม ให้ขับรถเลียบถนนสุนทรวิจิตร (ถนนริมโขง) มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ (ทางไปสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3) วัดจะตั้งอยู่ซ้ายมือเยื้องกับฝั่งแม่น้ำโขง สามารถใช้บริการรถสามล้อสกายแล็บในตัวเมืองได้เช่นกัน
คำแนะนำ
-
ควรเดินทางมาถึงในช่วงเช้าก่อน 10.00 น. หรือช่วงหลัง 16.00 น. เพื่อให้ได้แสงธรรมชาติที่สวยงามที่สุดในการถ่ายภาพตัวอาคารสีเหลืองและสีขาวริมน้ำโขง
-
กรุณาตรวจสอบตารางเวลาการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาหากต้องการเข้าไปชมภายในอาสนวิหาร โดยปกติวันอาทิตย์จะมีศาสนพิธีซึ่งควรหลีกเลี่ยงการเดินถ่ายภาพเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนผู้มาสวดมนต์
-
การแต่งกายควรสุภาพเรียบร้อยเนื่องจากเป็นศาสนสถานศักดิ์สิทธิ์ ควรสวมเสื้อมีแขนและกางเกงหรือกระโปรงคลุมเข่า
-
หากมาเยือนในช่วงเทศกาลคริสต์มาส จะมีโอกาสได้ร่วมงานแห่ดาวและชมการประดับตกแต่งไฟที่สวยงามระดับประเทศซึ่งหาชมได้ยากจากที่อื่น
-
บริเวณหน้าวัดมีพื้นที่ทางเดินเลียบโขงที่สะอาดและกว้างขวาง เหมาะสำหรับการเดินเล่นชมวิวเมืองท่าแขกฝั่งประเทศลาวไปพร้อมกับการชมความงามของโบสถ์จากมุมไกล
ค่าเข้าชม:
- ไม่เสียค่าเข้าชม (ฟรี) ทั้งสำหรับชาวไทยและชาวต่างชาติ
เวลาเปิดปิดทำการ:
- เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 น. ถึง 18:00 น. (หมายเหตุ: พื้นที่ภายในอาสนวิหารอาจมีการจำกัดการเข้าชมชั่วคราวในช่วงที่มีการประกอบศาสนพิธี โดยเฉพาะในวันอาทิตย์ ซึ่งจะมีพิธีมิสซาในช่วงเช้าและช่วงเย็น)
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 1 รายการ)รีวิวเมื่อ 2 ก.ย. 55