“ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบจัตุรมุขหลังคาทรงไทย งดงามสง่า ภายในประดิษฐานเสาหลักเมือง ซึ่งเป็นเสาหัวเม็ดทรงมัน พร้อมศิลาจารึกและจารึกไม้สักระบุวันสร้างเมือง ทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้กับประตูเมืองกาญจนบุรี และหันหน้าไปทางจุดบรรจบของแม่น้ำสองสาย (แม่น้ำแควน้อยและแม่น้ำแควใหญ่)”
ศาลหลักเมืองกาญจนบุรีที่เห็นในปัจจุบันเป็นการก่อสร้างขึ้นใหม่แทนศาลเดิมที่ชำรุด ในสมัยของพระยาประสิทธิสงคราม (รามภักดี ศรีวิเศษ) เจ้าเมืองกาญจนบุรีคนที่ 2 เมื่อปี พ.ศ. 2503 ตัวศาลเป็นอาคารจัตุรมุขหลังคาทรงไทยอันเป็นเอกลักษณ์ ภายในประดิษฐานหลักเมือง ซึ่งเป็นเสาไม้แกะสลักมีส่วนยอดเป็นรูปทรงมัน
ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของสถานที่แห่งนี้ยังรวมถึงการค้นพบจารึกบนแผ่นไม้สักภายในศาลหลักเมือง ซึ่งระบุถึงวัน เดือน ปี ที่สร้างเมือง รวมถึงข้อมูลของกำแพงเมืองเก่า ที่ยังมีร่องรอยให้เห็นในบริเวณใกล้เคียง ศาลหลักเมืองจึงไม่ใช่แค่ที่สักการะ แต่เป็นศูนย์กลางที่บอกเล่าประวัติศาสตร์และรากฐานของเมืองกาญจนบุรี
นอกจากนี้ บริเวณโดยรอบยังมีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ เช่น ประตูเมืองกาญจนบุรี พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 สกายวอร์คสองแคว แม่กลอง และชุมชนปากแพรกและถนนสายปากแพรก ซึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ที่สุดของเมือง
วิธีการเดินทาง
-
รถยนต์ส่วนตัว: ขับรถเข้าสู่ตัวเมืองกาญจนบุรี ใช้ถนนหลักเมือง ตัวศาลตั้งอยู่บริเวณแยกสถานีตำรวจ เดินทางสะดวก มีที่จอดรถบริเวณใกล้เคียง
-
รถประจำทาง: ตั้งอยู่ใกล้สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดกาญจนบุรี (บขส.) สามารถเดินเท้าไปได้ประมาณ 5 นาที หรือใช้บริการรถรับจ้างท้องถิ่น
คำแนะนำ
-
แนะนำมาสักการะเพื่อขอพรเรื่องหน้าที่การงาน กิจการค้าขาย และความเป็นสิริมงคลก่อนเริ่มงานสำคัญ เช่น งานบวช งานแต่งงาน หรือโกนผมไฟ
-
เทศบาลเมืองกาญจนบุรีจัดงานไหว้ศาลหลักเมืองประจำทุกปี ในวันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 6 (ราวเดือนพฤษภาคม)
-
รถยนต์ที่ขับผ่านบริเวณศาลหลักเมืองมักแสดงความเคารพด้วยการบีบแตร ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบต่อกันมา
-
สามารถเดินชมสถานที่สำคัญใกล้เคียง เช่น ประตูเมืองกาญจนบุรี ชุมชนเก่าปากแพรก และสกายวอร์คสองแคว
ค่าเข้าชม
- ไม่มีค่าธรรมเนียมในการเข้าสักการะ
เวลาเปิด-ปิด
- เปิดให้สักการะทุกวัน เวลา 05.00 น. – 20.00 น.