“วัดแสงสิริธรรม ชมพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย กับ หลวงพ่อดำ พระพุทธรูปหล่อสัมฤทธิ์ ปางมารวิชัยสมัยอยุธยา ”
วัดแสงสิริธรรม (Wat Saeng Siritham) หรือชื่อเดิมที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “วัดขวิด” เป็นวัดโบราณริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ตั้งอยู่ในตำบลท่าอิฐ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยาต่อเนื่องถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ราวปลายพุทธศตวรรษที่ 23 ถึงต้นพุทธศตวรรษที่ 24 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ชุมชนริมน้ำในลุ่มเจ้าพระยาขยายตัวอย่างมากจากการค้าขายและการคมนาคมทางน้ำในอดีตพื้นที่บริเวณนี้ถือเป็นเส้นทางสัญจรสำคัญของผู้คนที่เดินทางระหว่างกรุงศรีอยุธยา ธนบุรี และชุมชนลุ่มน้ำทางตอนเหนือของแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้วัดมีบทบาทเป็นทั้งศูนย์กลางทางศาสนา จุดพักเรือ และพื้นที่ประกอบพิธีกรรมของชุมชนชาวสวนริมแม่น้ำ วัดแห่งนี้จึงผูกพันกับวิถีชีวิตของชาวบ้านในเขตท่าอิฐและปากเกร็ดมาอย่างยาวนาน
จุดเด่นสำคัญของวัดคือ “พระอุโบสถเก่า” ที่ยังคงรักษารูปแบบสถาปัตยกรรมไทยดั้งเดิมเอาไว้ได้หลายส่วน ลักษณะอาคารมีความเรียบง่ายตามแบบวัดชุมชนริมน้ำในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ หลังคาลดชั้นไม่สูงมากเพื่อรับมือกับลมและความชื้นจากแม่น้ำ บริเวณฐานอุโบสถมีลักษณะคล้ายท้องเรือสำเภา ซึ่งสะท้อนคติความเชื่อเรื่อง “เรือแห่งพระธรรม” อันเป็นสัญลักษณ์ของการนำพาสรรพสัตว์ข้ามพ้นวัฏสงสาร ภายในอุโบสถเคยมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเก่าเกี่ยวกับพุทธประวัติและทศชาติชาดก แม้ปัจจุบันจะเลือนหายไปตามกาลเวลา แต่ยังพอมองเห็นร่องรอยของลายเส้นและสีฝุ่นแบบโบราณอยู่บางส่วน
พระประธานสำคัญของวัดคือ “พระพุทธศรีโรจนชัย” หรือที่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า “หลวงพ่อโต” พระพุทธรูปปางมารวิชัยที่เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชุมชน ขณะที่อีกองค์หนึ่งซึ่งมีชื่อเสียงมากคือ “หลวงพ่อดำ” พระพุทธรูปหล่อสัมฤทธิ์สีดำเข้มซึ่งเชื่อกันว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย ลักษณะพุทธศิลป์มีความใกล้เคียงกับพระหล่อแบบบ้านช่างหลวงในยุคนั้น คือพระพักตร์ค่อนข้างกลม พระขนงโก่ง และพระเพลาค่อนข้างใหญ่ตามคติศิลปกรรมสมัยปลายอยุธยา
ชาวบ้านเชื่อว่าหลวงพ่อดำมีความศักดิ์สิทธิ์ด้านการคุ้มครองภัยและการเดินทางทางน้ำ เนื่องจากในอดีตผู้ที่เดินเรือผ่านหน้าวัดมักแวะสักการะก่อนออกเดินทางเสมอ มีเรื่องเล่าท้องถิ่นว่าหลวงพ่อดำเคยถูกโจรกรรมหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ถูกนำกลับคืนมายังวัดทุกครั้ง จนกลายเป็นตำนานที่ทำให้ชาวบ้านยิ่งเคารพศรัทธามากขึ้นอีกสิ่งหนึ่งที่สะท้อนอัตลักษณ์ของวัดแสงสิริธรรมได้อย่างชัดเจนคือ “วิถีชุมชนริมน้ำ” รอบวัดยังคงปรากฏบ้านไม้เก่า ท่าน้ำ และสวนผลไม้แบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นภาพที่หาได้ยากในพื้นที่ปริมณฑลของกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน ภายในวัดมีการเก็บรักษาเรือไม้โบราณหลายประเภท เช่น เรือพาย เรือเอี้ยมจุ๊น และเรือขุดไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงยุคที่แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเส้นเลือดหลักของการคมนาคมและการค้าขายของชาวนนทบุรี
ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา วัดได้กลายเป็นจุดท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชน โดยเฉพาะ “ตลาดน้ำวัดแสงสิริธรรม” ที่จัดขึ้นในวันเสาร์–อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตลาดแห่งนี้มีลักษณะเป็นตลาดชุมชนขนาดไม่ใหญ่ เน้นบรรยากาศแบบเรียบง่าย ต่างจากตลาดน้ำเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ นักท่องเที่ยวสามารถเดินเลือกซื้ออาหารพื้นบ้าน ขนมไทยสูตรโบราณ ผลไม้จากสวน และอาหารริมน้ำที่ปรุงสดใหม่ได้จากแพไม้ที่ยื่นลงไปในแม่น้ำเจ้าพระยาบรรยากาศช่วงเช้าถือเป็นช่วงเวลาที่สวยที่สุดของวัด เพราะจะได้เห็นพระออกบิณฑบาตทางเรือ ชาวบ้านนำอาหารมาถวายปลา และวิถีชีวิตริมแม่น้ำที่ยังคงดำเนินไปอย่างสงบเรียบง่าย ทำให้วัดแสงสิริธรรมไม่ใช่เพียงวัดสำหรับการทำบุญเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างศาสนา ชุมชน และสายน้ำของชาวนนทบุรีได้อย่างชัดเจนอีกแห่งหนึ่งด้วย
วิธีการเดินทาง
- รถยนต์ส่วนตัว: ใช้ถนนรัตนาธิเบศร์ มุ่งหน้าท่าอิฐ แล้วเข้าซอยท่าอิฐไปยังวัดแสงสิริธรรม
- รถโดยสารสาธารณะ: สามารถนั่งรถประจำทางหรือรถตู้มายังตลาดท่าอิฐ แล้วต่อรถรับจ้างเข้าวัด
- เรือ: สามารถนั่งเรือจากท่าน้ำนนท์หรือปากเกร็ดเพื่อล่องแม่น้ำเจ้าพระยามายังวัดได้
คำแนะนำ
ค่าเข้าชม:
- เข้าชมฟรี
เวลาเปิด–ปิด:
- เปิดทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.
- ตลาดน้ำเปิดเฉพาะวันเสาร์–อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ประมาณ 06:00 – 17:00 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 11 รายการ)รีวิวเมื่อ 7 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 7 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 7 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 7 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 7 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 7 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 7 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 7 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 7 พ.ค. 55
อาจเป็นเพราะมีตลาดน้ำ ตลาดโบราณ ตลาดเทียม (จำลอง) กันเยอะมาก
บทบาทตลาดแท้ๆริมน้ำ อย่างเกาะเกร็ด ก็ดูจะซบเซาลงไป
รีวิวเมื่อ 7 พ.ค. 55
รีวิวเมื่อ 7 พ.ค. 55