“ชม พระอุโบสถศิลปะพระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ 3 ที่งดงามด้วยหน้าบันประดับเครื่องถ้วยจีน และ จิตรกรรมฝาผนัง ที่หาชมได้ยาก ซึ่งบันทึกภาพการแต่งกายและวิถีชีวิตของชาวไทยยวน ลาว และจีน ในยุคต้นรัตนโกสินทร์ได้อย่างละเอียดละออ”
วัดจันทบุรี (Chanthaburi Temple) เป็นโบราณสถานที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ในบริเวณที่เชื่อกันว่าเคยเป็น ที่ตั้งแห่งแรกของเมืองสระบุรี (ตำบลเมืองเก่า) ใกล้กับริม บึงโง้ง ซึ่งเป็นบึงน้ำรูปเกือกม้าที่เชื่อมโยงกับแม่น้ำป่าสัก แม้จะไม่ปรากฏหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับปีที่สร้างวัด แต่จากรูปแบบสถาปัตยกรรมและชื่อวัดที่สอดคล้องกับคำว่า “เวียงจันทน์” นักวิชาการจึงสันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้น่าจะสร้างขึ้นโดยชาวลาวที่อพยพมาจากเมืองเวียงจันทน์ในช่วงสมัย พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) เพื่อเป็นศูนย์รวมศรัทธาและเป็นที่ระลึกถึงบ้านเกิดเมืองนอนเดิม
จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของวัดคือ พระอุโบสถหลังเก่า ซึ่งสร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2364 ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมแบบ พระราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ 3 โดยมีลักษณะเด่นคือ ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ หน้าบันตกแต่งด้วยปูนปั้นลวดลายดอกไม้ผสมกับ เครื่องถ้วยจีน อย่างประณีต ตัวอาคารมีรูปทรงสอบขึ้นด้านบน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของศิลปกรรมในยุคดังกล่าว และสะท้อนอิทธิพลศิลปะจีนที่แพร่หลายในช่วงนั้น
ภายในพระอุโบสถประดิษฐาน พระพุทธรูปปางสมาธิ ที่มีพุทธลักษณะงดงามแปลกตา พระพักตร์มีลักษณะกลม อ่อนโยน แฝงด้วยความสงบและเมตตา บรรยากาศภายในอุโบสถมีความขรึมขลังและเงียบสงบ ชวนให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสถึงศรัทธาและความศักดิ์สิทธิ์ที่สืบทอดต่อเนื่องกันมายาวนาน
สิ่งที่ทำให้นักประวัติศาสตร์และผู้รักศิลปะต้องเดินทางมาที่วัดจันทบุรีคือ จิตรกรรมฝาผนังภายในอุโบสถ ซึ่งเขียนเรื่องราวพุทธประวัติและ ทศชาติชาดก อย่างละเอียด ความโดดเด่นอยู่ที่การสอดแทรก วิถีชีวิตจริงของผู้คนในอดีต ลงไปในภาพ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเรือนแบบไทยยวน การแต่งกายของสตรีที่ห่มผ้าเฉวียงบ่าและนุ่งผ้าซิ่นยาว รวมถึงทรงผมแบบลาวและไทยโบราณ ภาพจิตรกรรมเหล่านี้เปรียบเสมือน “จดหมายเหตุที่มีชีวิต” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายทางชาติพันธุ์และการอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนของผู้คนในลุ่มน้ำป่าสัก
นอกจากคุณค่าด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมแล้ว บริเวณรอบวัดยังคงมีกลิ่นอายของ ชุมชนเมืองเก่า และทัศนียภาพอันงดงามของบึงโง้งที่โอบล้อมพื้นที่ไว้ การเดินชมวัดจันทบุรีจึงไม่ใช่เพียงการมาไหว้พระเท่านั้น แต่เป็นการเดินทางย้อนเวลาเพื่อซึมซับความรุ่งเรืองของอดีต ที่ยังคงได้รับการถ่ายทอดผ่านรอยฝีแปรงบนผนังโบสถ์และรายละเอียดงานไม้แกะสลักที่ประดับอยู่โดยรอบอย่างทรงคุณค่า
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- จากตัวเมืองสระบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 3041 (ถนนพิชัยรณรงค์สงคราม) ผ่านตัวอำเภอเสาไห้ไปประมาณ 1.7 กม. จากนั้นเลี้ยวขวาตามป้ายบอกทางเข้าวัดไปอีกประมาณ 1.4 กม. รวมระยะทางจากตัวเมืองประมาณ 12.5 กม.
รถสาธารณะ:
- ขึ้นรถสองแถวสายสระบุรี-เสาไห้ จากสถานีขนส่งสระบุรีมาลงที่ตัวอำเภอเสาไห้ แล้วต่อรถรับจ้างท้องถิ่นเข้าสู่วัดจันทบุรี
พิกัด GPS:
- ค้นหา "วัดจันทบุรี สระบุรี" เพื่อนำทางมายังตำบลเมืองเก่าริมแม่น้ำป่าสัก
คำแนะนำ
การเข้าชมจิตรกรรม:
- การเข้าชมภายในอุโบสถหลังเก่าเพื่อชมจิตรกรรมฝาผนังล้ำค่า แนะนำให้ ติดต่อล่วงหน้า กับทางวัดหรือเทศบาลตำบลเมืองเก่า เพื่อความสะดวกในการเปิดประตูอุโบสถให้เข้าชม
ฤดูกาลที่เหมาะสม:
- สามารถเที่ยวชมได้ ตลอดทั้งปี แต่ในช่วงปลายฝนต้นหนาวบรรยากาศริมบึงโง้งจะมีความเย็นสบายและเขียวขจีเป็นพิเศษ
การเตรียมตัว:
- เนื่องจากภายในอุโบสถมีแสงน้อย หากต้องการชมรายละเอียดภาพวาดอย่างใกล้ชิด ควรพก ไฟฉายขนาดเล็ก ติดตัวไปด้วย
สถานที่ใกล้เคียง:
- สามารถจัดทริปเชื่อมโยงกับ ตลาดน้ำโบราณบ้านต้นตาล (เฉพาะวันอาทิตย์) หรือแวะไปชมจิตรกรรมที่วัดบ้านยางที่อยู่ไม่ไกลกันได้
ค่าธรรมเนียมเข้าชม
-
เข้าชมฟรี (ร่วมทำบุญบำรุงโบราณสถานได้ตามศรัทธา)
เวลาทำการ
-
เปิดทุกวัน: 08:30 – 16:30 น. (สำหรับการชมรอบนอกโบสถ์)