“กราบสักการะ เสาแม่นางตะเคียนทอง หรือ "เสาร้องไห้" เสาไม้โบราณที่เปี่ยมด้วยศรัทธาและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์และหัวใจสำคัญของชาวอำเภอเสาไห้”
เสาร้องไห้ (The Weeping Pillar) เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของอำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี มีตำนานเล่าขานสืบต่อกันมานานกว่าร้อยปี ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ภายในศาลาทรงไทยซึ่งได้รับการดูแลอย่างดี ภายในบริเวณวัดสูง อันเป็นวัดสำคัญของชุมชนริมแม่น้ำป่าสัก
ตำนานของเสาร้องไห้เริ่มต้นขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) ในช่วงเวลาที่มีการคัดเลือกไม้ที่มีลักษณะสมบูรณ์จากหัวเมืองต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักร เพื่อนำไปใช้เป็นเสาเอกสำหรับการก่อสร้างพระราชวังและปราสาทในกรุงเทพมหานคร เสาไม้ตะเคียนทองต้นนี้เป็นไม้ที่มีความงดงาม แข็งแรง และมีลักษณะถูกต้องตามตำราการก่อสร้าง จึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในเสาสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ตำนานเล่าว่าเมื่อเสาไม้ตะเคียนทองต้นนี้ถูกล่องแพไปถึงกรุงเทพฯ กลับมาถึงช้ากว่ากำหนดเพียงเล็กน้อย ทำให้พิธีการคัดเลือกเสาเอกได้เสร็จสิ้นลงแล้ว เสาต้นนี้จึงไม่ได้ถูกนำไปใช้งาน และต้องถูกปล่อยให้ลอยน้ำกลับขึ้นมาตามลำน้ำป่าสัก ระหว่างทางนั้น ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำต่างเล่าตรงกันว่าได้ยินเสียงคล้ายการ “ร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างเศร้าสร้อย” ดังออกมาจากลำน้ำตลอดเส้นทางที่เสาลอยผ่าน
ในที่สุด เสาไม้ตะเคียนทองได้ลอยมาหยุดอยู่บริเวณหน้าวัดสูง ชาวบ้านในละแวกนั้นจึงพร้อมใจกันอัญเชิญเสาขึ้นมาประดิษฐานไว้ภายในวัด และเชื่อว่าเสาต้นนี้มีจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์สถิตอยู่ เหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์นี้เองที่กลายเป็นที่มาของชื่อ “บ้านเสาไห้” และต่อมาได้ใช้เป็นชื่อ “อำเภอเสาไห้” จนถึงปัจจุบัน
เสาร้องไห้มีลักษณะเป็นเสาไม้ตะเคียนทองขนาดใหญ่ ผิวไม้มีความมันวาว และปรากฏร่องรอยของการปิดทองจากผู้มีจิตศรัทธาที่เดินทางมาสักการะอย่างต่อเนื่อง ศาลาที่ประดิษฐานเสาตั้งอยู่ริมแม่น้ำป่าสัก จัดพื้นที่ไว้อย่างเป็นสัดส่วนและสงบงาม เต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความศรัทธา ผู้คนนิยมมาขอพรในเรื่องโชคลาภ การงาน และความสมหวังในชีวิต
การมาเยือนเสาร้องไห้จึงไม่ใช่เพียงการชมโบราณวัตถุหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น หากแต่เป็นการสัมผัสกับรากเหง้าของชื่อเรียกดินแดนแห่งนี้ ซึ่งผูกพันกับความเชื่อ ตำนานพื้นบ้าน และวิถีชีวิตของผู้คนริมแม่น้ำป่าสักมาอย่างยาวนาน
สำหรับผู้ที่สนใจด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม การมาเยือนเสาร้องไห้ ณ วัดสูง จะช่วยเปิดมุมมองให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์กับชีวิตของผู้คนในหัวเมือง รวมถึงความศรัทธาที่มีต่อพระแม่ตะเคียนทองซึ่งยังคงสืบทอดและมีบทบาทในสังคมท้องถิ่นมาจนถึงปัจจุบัน นับเป็นประสบการณ์ที่ช่วยเติมเต็มความเข้าใจในเรื่องราวของจังหวัดสระบุรีได้อย่างลึกซึ้ง
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- จากตัวเมืองสระบุรี ใช้ทางหลวงหมายเลข 3041 มุ่งหน้าสู่อำเภอเสาไห้ ขับผ่านที่ว่าการอำเภอเสาไห้ไปเพียงเล็กน้อย จะพบทางเข้าวัดสูงอยู่ทางขวามือ เสาร้องไห้ประดิษฐานอยู่ในศาลาริมน้ำด้านในวัด
รถสาธารณะ:
- ขึ้นรถสองแถวสายสระบุรี-เสาไห้ จากสถานีขนส่งสระบุรี มาลงที่หน้าวัดสูงได้สะดวก
พิกัด GPS:
- ค้นหาชื่อ "วัดสูง เสาไห้" เพื่อนำทางมายังศาลาประดิษฐานเสาร้องไห้
คำแนะนำ
การสักการะ:
- ทางวัดมีดอกไม้ ธูป เทียน และผ้าสามสีไว้คอยบริการ แนะนำให้ตั้งจิตให้สงบขณะกราบขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล
ช่วงเวลาที่เหมาะสม:
- สามารถมาได้ตลอดวัน แต่ช่วงเช้าบรรยากาศริมน้ำป่าสักจะเย็นสบายและเงียบสงบเป็นพิเศษ
การแต่งกาย:
- สวมใส่ชุดสุภาพและสำรวมกิริยา เนื่องจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือเป็นอย่างสูง
กิจกรรมต่อเนื่อง:
- หลังจากสักการะเสาร้องไห้แล้ว สามารถเดินชมอุโบสถเก่าของวัดสูง หรือแวะไปเดินเล่นที่ ตลาดต้าน้ำโบราณบ้านต้นตาล (หากมาตรงกับวันอาทิตย์)
ค่าธรรมเนียมเข้าชม
-
เข้าชมฟรี (ร่วมทำบุญบำรุงศาลาได้ตามศรัทธา)
เวลาทำการ
-
เปิดบริการทุกวัน: 08:00 – 17:00 น.