“วัดสำคัญใจกลางเมืองสกลนคร สถานที่ละสังขารของพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต บูรพาจารย์สายพระป่า และเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ที่บรรจุอัฐิธาตุและเครื่องอัฐบริขารของท่าน”
วัดป่าสุทธาวาส (Wat Pa Sutthawat) มีความสำคัญอย่างยิ่งในหน้าประวัติศาสตร์พุทธศาสนาไทย โดยเฉพาะในฐานะศูนย์กลางของพระสายวิปัสสนากรรมฐานหรือ "พระป่า" สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต เดิมทีพื้นที่แห่งนี้เป็นป่ารกชัฏอันเงียบสงบ เหมาะแก่การบำเพ็ญภาวนาและการปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัด ความสำคัญสูงสุดของวัดแห่งนี้คือการเป็นสถานที่ที่ท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต บูรพาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งสายกรรมฐาน ได้เลือกเป็นที่พำนักในช่วงสุดท้ายของชีวิตและเป็นสถานที่ที่ท่านละสังขารลงในปี พ.ศ. 2492 ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้วัดป่าสุทธาวาสกลายเป็นจุดหมายปลายทางของศรัทธาที่พุทธศาสนิกชนจากทั่วทุกสารทิศมุ่งหน้ามาเพื่อไว้อาลัยและสืบทอดปฏิปทาของท่าน
ภายในบริเวณวัดโดดเด่นด้วยพิพิธภัณฑ์พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต (Luang Pu Mun Bhuridatta Museum) ซึ่งเป็นอาคารสถาปัตยกรรมแบบร่วมสมัยที่เน้นความเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ใช้วัสดุอย่างหินอ่อนและกระจกเพื่อสื่อถึงความบริสุทธิ์และโปร่งใสของธรรมะ ภายในพิพิธภัณฑ์ประดิษฐานรูปหล่อเหมือนขนาดเท่าองค์จริงของหลวงปู่มั่นในท่านั่งวิปัสสนาที่ดูสงบนิ่งและเปี่ยมด้วยเมตตา ไฮไลท์สำคัญที่ดึงดูดผู้คนคือตู้กระจกที่บรรจุพระธาตุหรืออัฐิธาตุของท่าน ซึ่งมีลักษณะอัศจรรย์เปลี่ยนสภาพกลายเป็นผลึกใสคล้ายแก้วอันเป็นเครื่องยืนยันถึงบารมีและผลแห่งการปฏิบัติทางจิต นอกจากอัฐิธาตุแล้ว ยังมีการจัดแสดงเครื่องอัฐบริขารที่ท่านเคยใช้จริงในการครองเพศบรรพชิต ไม่ว่าจะเป็นบาตร กลด จีวร และเครื่องใช้อันเรียบง่ายที่สะท้อนถึงการใช้ชีวิตแบบมักน้อยสันโดษ
นอกจากพิพิธภัณฑ์ของหลวงปู่มั่นแล้ว ภายในวัดยังมีสถานที่ที่น่าสนใจอีกแห่งคือ เจดีย์พิพิธภัณฑ์หลวงปู่หลุย จันทสาโร ซึ่งมีความสวยงามและมีความหมายทางประวัติศาสตร์อย่างลึกซึ้ง เนื่องจากเป็นเจดีย์ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ร่างแบบด้วยพระองค์เอง เพื่อเชิดชูเกียรติคุณของหลวงปู่หลุย พระเถระผู้เป็นศิษย์เอกรูปหนึ่งของหลวงปู่มั่น บรรยากาศโดยรอบของวัดยังคงรักษาความร่มรื่นด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ มีความเงียบสงบที่ช่วยให้ผู้มาเยือนสามารถทำจิตใจให้เป็นสมาธิได้ทันทีที่ก้าวเข้าสู่เขตวัด วัดป่าสุทธาวาสจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวในเชิงสถาปัตยกรรมหรือประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นเสมือน "มหาวิทยาลัยแห่งจิตวิญญาณ" ที่คอยเตือนใจให้ผู้คนระลึกถึงคำสอนเรื่องความไม่ประมาทและการแสวงหาความสงบสุขที่แท้จริงภายในตนเอง
วิธีการเดินทาง
-
โดยรถยนต์ส่วนตัว: จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 (มิตรภาพ) ผ่านนครราชสีมา ขอนแก่น จนถึงอุดรธานี จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 22 มุ่งหน้าสู่จังหวัดสกลนคร เมื่อเข้าสู่ตัวเมืองให้ขับไปทางศูนย์ราชการจังหวัด วัดจะอยู่บนถนนสุขเกษม ตรงข้ามกับศูนย์ราชการและศาลากลางจังหวัดสกลนคร
-
โดยรถโดยสารประจำทาง: สามารถขึ้นรถทัวร์สายกรุงเทพฯ-สกลนคร ได้ที่สถานีขนส่งหมอชิต 2 เมื่อถึงสถานีขนส่งสกลนคร (บขส. ใหม่ หรือ บขส. เก่า) ให้ต่อรถสองแถวสายรอบเมืองหรือรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างเพื่อไปยังวัดป่าสุทธาวาสซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล
-
โดยเครื่องบิน: มีเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) บินตรงสู่สนามบินสกลนครทุกวัน เมื่อถึงสนามบินสามารถใช้บริการรถแท็กซี่มิเตอร์หรือรถเช่าภายในสนามบิน เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองโดยใช้เวลาประมาณ 15-20 นาที
-
โดยรถไฟ: สามารถนั่งรถไฟสายตะวันออกเฉียงเหนือมาลงที่สถานีรถไฟอุดรธานี จากนั้นต่อรถโดยสารประจำทางหรือรถตู้สายอุดรธานี-สกลนคร (ระยะทางประมาณ 160 กิโลเมตร) เพื่อเข้าสู่ตัวเมืองสกลนคร
คำแนะนำ
-
แต่งกายสุภาพเรียบร้อยเพื่อความเหมาะสม
-
เผื่อเวลาอย่างน้อยครึ่งวันในการชมพิพิธภัณฑ์ กุฏิ และเจดีย์
-
ควรรักษาความสงบเพื่อให้เกียรติแก่สถานที่และผู้มาปฏิบัติธรรม
ค่าเข้าชม:
- ฟรี
เวลาเปิดปิดทำการ:
- เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.00 – 21.00 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 7 รายการ)รีวิวเมื่อ 10 ก.ย. 55
รีวิวเมื่อ 10 ก.ย. 55
รีวิวเมื่อ 10 ก.ย. 55
รีวิวเมื่อ 10 ก.ย. 55
รีวิวเมื่อ 10 ก.ย. 55
รีวิวเมื่อ 10 ก.ย. 55
รีวิวเมื่อ 2 พ.ย. 53