“ชมทับหลังนารายณ์บรรทมสินธุ์และพระกฤษณะปราบสิงห์ ศิลปะขอมบาปวนอันวิจิตรบนปราสาทหินทรายโบราณ พร้อมสัมผัสตำนานพื้นบ้านเรื่องการสร้างแข่งระหว่างหญิงชายเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุอันศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองสกลนคร”
ปราสาทพระธาตุนารายณ์เจงเวง (Prasat Phra That Narai Cheng Weng) เป็นเทวสถานในศาสนาฮินดูที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงพุทธศตวรรษที่ 16–17 ซึ่งตรงกับรัชสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 ถึงพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 แห่งอาณาจักรขอมโบราณ ตัวปราสาทเป็นปรางค์เดี่ยวทรงสี่เหลี่ยมจตุรัส ย่อมุมไม้สิบสอง ก่อด้วยหินทรายสีชมพูและสีเหลืองตั้งอยู่บนฐานศิลาแลงหนาแน่น การวางผังแสดงให้เห็นถึงความเชื่อเรื่อง "เขาพระสุเมรุ" ซึ่งเป็นศูนย์กลางของจักรวาล โดยตัวปราสาทหันหน้าไปทางทิศตะวันออกเพื่อรับแสงอรุณตามคติความเชื่อโบราณ แม้ส่วนยอดของปราสาทจะหักพังไปตามกาลเวลา แต่โครงสร้างส่วนเรือนธาตุยังคงความสมบูรณ์และแสดงให้เห็นถึงเทคนิคการเรียงหินแบบไร้ปูนยาแนวที่แม่นยำ
ประติมากรรมและลวดลายจำหลักหิน ความโดดเด่นที่สุดของปราสาทแห่งนี้คือ งานจำหลักหินที่ปรากฏบนทับหลัง (Lintel) และหน้าบัน (Pediment) ทั้ง 4 ด้าน ซึ่งสะท้อนถึงอิทธิพลของ "ศิลปะแบบบาปวน" อย่างชัดเจน
-
ทับหลังด้านตะวันออก: เป็นภาพ "นารายณ์บรรทมสินธุ์" โดยพระนารายณ์ทรงประทับบนหลังพญานาคในเกษียรสมุทร มีพระลักษมีปรนนิบัติอยู่ที่พระบาท และมีพระพรหมผุดขึ้นจากพระนาภีบนดอกบัว
-
ทับหลังด้านเหนือ: เป็นภาพ "พระกฤษณะปราบสิงห์" (หรือกาลียะนาก) ซึ่งมีรายละเอียดของลายกนกและเฟื่องอุบะที่อ่อนช้อยงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย
-
นอกจากนี้ รอบตัวปราสาทยังมีภาพจำหลักรูปฤๅษีและเทพนพเคราะห์ที่สะท้อนถึงความศรัทธาในลัทธิไวษณพนิกาย
ตำนานพื้นบ้านและมิติทางวัฒนธรรม ปราสาทแห่งนี้ไม่ได้มีความสำคัญเพียงแค่ในเชิงโบราณคดี แต่ยังผูกพันกับ "ตำนานอุรังคธาตุ" ของลุ่มแม่น้ำโขง โดยมีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาถึงการแข่งขันสร้างศาสนสถานระหว่างกลุ่มชาย (ผู้สร้างปราสาทภูเพ็กบนยอดเขาสูง) และกลุ่มหญิง (ผู้สร้างปราสาทพระธาตุนารายณ์เจงเวง) โดยมีเงื่อนไขว่าฝ่ายใดสร้างเสร็จก่อนดาวเพ็ก (ดาวเหนือ) ขึ้นจะเป็นผู้ชนะและได้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐาน ฝ่ายหญิงได้ใช้กุศโลบายจุดโคมไฟแขวนไว้บนต้นไม้สูงหลอกฝ่ายชายว่าดาวขึ้นแล้ว ทำให้ฝ่ายชายละทิ้งงานไป ฝ่ายหญิงจึงสร้างปราสาทจนสำเร็จ กลายเป็นที่มาของชื่อ "เจงเวง" ซึ่งมีความหมายนัยถึงชัยชนะและการมีไหวพริบ ปัจจุบันกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวสกลนครที่แวะเวียนมาสักการะองค์พระธาตุที่บรรจุอยู่ภายในมาอย่างยาวนาน
วิธีการเดินทาง
- ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองสกลนครประมาณ 6 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 22 (ถนนสายสกลนคร-อุดรธานี) ตัววัดอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร สามารถเดินทางมาได้สะดวกทั้งรถยนต์ส่วนตัวและรถโดยสารประจำทาง
คำแนะนำ
-
ช่วงเวลาแนะนำ: ควรมาในช่วงเช้าหรือบ่ายคล่องเพื่อให้ได้แสงที่สวยงามในการถ่ายภาพลวดลายแกะสลักหินทราย
-
การแต่งกาย: เนื่องจากตั้งอยู่ภายในเขตวัด ควรแต่งกายสุภาพเรียบร้อย
-
กิจกรรมแนะนำ: หลังจากชมปราสาทแล้ว สามารถแวะไหว้พระขอพรภายในอุโบสถของวัดพระธาตุนารายณ์เจงเวงเพื่อความเป็นสิริมงคล
ค่าเข้าชม:
- ไม่มีค่าเข้าชม (ฟรี)
เวลาเปิดปิดทำการ:
- เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06:00 – 18:00 น.