“ตื่นตากับความยิ่งใหญ่ของปรางค์ประธานทรงขอมที่รายล้อมด้วยเมรุิศสี่ทิศ และสัมผัสบรรยากาศการสวมชุดไทยเดินชมโบราณสถานท่ามกลางทัศนียภาพริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่ง”
วัดไชยวัฒนาราม (Chaiwatthanaram Temple) สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2173 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นบนพื้นที่ซึ่งเคยเป็นบ้านเดิมของพระองค์ เพื่ออุทิศพระราชกุศลถวายแด่พระราชมารดา แสดงถึงพระราชศรัทธาและความกตัญญูตามคติของพระมหากษัตริย์ในสมัยอยุธยา
อย่างไรก็ตาม สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานเพิ่มเติมว่าวัดไชยวัฒนารามอาจถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะเหนือกรุงละแวก (พนมเปญ) และมีการจำลองแนวคิดทางสถาปัตยกรรมมาจากปราสาทนครวัดในอาณาจักรเขมร เพื่อแสดงถึงอำนาจ ความยิ่งใหญ่ และความเป็นศูนย์กลางจักรวาลตามคติความเชื่อโบราณ
ผังสถาปัตยกรรมภายในวัดไชยวัฒนารามมีความโดดเด่นอย่างยิ่ง โดยมีพระปรางค์ประธานตั้งอยู่ตรงกลาง พร้อมด้วยปรางค์มุมตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน พระปรางค์ประธานนำรูปแบบของพระปรางค์ในสมัยอยุธยาตอนต้นมาใช้ แต่มีลักษณะพิเศษคือการทำมุขทิศยื่นออกมามากกว่าแบบทั่วไป บนยอดของพระปรางค์ใหญ่อาจเคยประดิษฐานพระเจดีย์ขนาดเล็ก ซึ่งสื่อความหมายถึงพระเจดีย์จุฬามณีบนยอดเขาพระสุเมรุ อันเป็นศูนย์กลางจักรวาลตามคติไตรภูมิ
รอบองค์พระปรางค์ใหญ่ล้อมด้วยระเบียงคต ซึ่งในอดีตเคยมีหลังคาคลุม ภายในระเบียงคตประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย จำนวนถึง 120 องค์ ซึ่งเดิมลงรักปิดทองทั้งหมด ทำหน้าที่เป็นเสมือนกำแพงเขตศักดิ์สิทธิ์ของวัด ตามแนวระเบียงคตในทิศทั้งแปด ได้สร้างเมรุทิศและเมรุมุม หรือเจดีย์ราย ล้อมรอบองค์พระปรางค์ประธานรวมทั้งหมด 8 หลัง
ภายในเมรุทุกองค์ประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่องอยู่ภายในซุ้มเรือนแก้ว ซึ่งเดิมลงรักปิดทองทั้งองค์ ฝ้าเพดานทำด้วยไม้ประดับลวดลายลงรักปิดทองอย่างวิจิตร ผนังภายในเมรุเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังลวดลายใบไม้และใบกนก ซึ่งปัจจุบันเลือนหายไปมาก ขณะที่ผนังด้านนอกของเมรุประดับภาพปูนปั้นพุทธประวัติ จำนวน 12 ภาพ ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงร่องรอย แต่เมื่อราว 20 ปีก่อนยังสามารถมองเห็นรายละเอียดได้ค่อนข้างชัดเจน
เมรุทิศและปรางค์มุมมีลักษณะเป็นอาคารทรงปราสาท ซ้อนชั้นลดหลั่นขึ้นไปถึง 7 ชั้น รองรับส่วนยอด รูปแบบนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก “เมรุ” สำหรับถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีรากฐานแนวคิดมาจากคติเขาพระสุเมรุ อันเป็นศูนย์กลางของสวรรค์และจักรวาล
พระอุโบสถของวัดไชยวัฒนารามตั้งอยู่ด้านหน้ากำแพงเมรุทิศเมรุราย อยู่นอกระเบียงคต ปัจจุบันเหลือเพียงฐานอาคาร ใกล้กันมีเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง และมีกำแพงล้อมรอบโบราณสถานสำคัญเหล่านี้ถึง 3 ชั้น ภายในบริเวณวัดยังมีปรางค์และเจดีย์ขนาดย่อมอีกหลายองค์ ซึ่งสร้างเพิ่มเติมในสมัยหลัง
วัดไชยวัฒนารามเป็นวัดหลวงที่พระมหากษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยาทุกพระองค์ทรงใช้ประกอบพระราชพิธีและบำเพ็ญพระราชกุศลสืบต่อกันมา จึงได้รับการปฏิสังขรณ์อย่างต่อเนื่องในหลายรัชสมัย อีกทั้งยังเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพและพระศพของพระบรมวงศานุวงศ์จำนวนมาก รวมถึงสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ซึ่งสิ้นพระชนม์และถวายพระเพลิงที่วัดแห่งนี้ ก่อนการเสียกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. 2310
ภายหลังการเสียกรุง วัดไชยวัฒนารามถูกใช้เป็นค่ายตั้งรับศึก และต่อมาถูกปล่อยทิ้งร้างเป็นเวลานาน เกิดการลักลอบขุดค้นสมบัติ เศียรพระพุทธรูปถูกตัดขโมย และมีการรื้ออิฐจากพระอุโบสถและกำแพงวัดไปจำหน่าย จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2530 กรมศิลปากรได้เข้าดำเนินการอนุรักษ์และบูรณะอย่างจริงจัง จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2535 ทำให้วัดไชยวัฒนารามกลับมามีสภาพงดงามและทรงคุณค่าอีกครั้งในฐานะมรดกทางประวัติศาสตร์ของชาติ
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- จากเกาะเมืองอยุธยา ให้ขับรถข้ามสะพานกษัตราธิราชมายังฝั่งตะวันตก วัดจะอยู่ทางซ้ายมือริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีที่จอดรถสะดวกสบายรอบบริเวณวัด
เรือนำเที่ยว:
- สามารถเช่าเรือหางยาวจากท่าเรือในเกาะเมือง (เช่น ท่าหน้าสถานีรถไฟหรือท่าตลาดเจ้าพรหม) ล่องชมวิวสองฝั่งน้ำแล้วมาขึ้นที่ท่าเรือหน้าวัดไชยวัฒนาราม
รถตุ๊กตุ๊กหน้ากบ:
- เรียกใช้บริการได้จากทุกจุดในเมือง แจ้งชื่อวัดไชยวัฒนาราม เป็นเส้นทางที่คนขับรู้จักเป็นอย่างดี
คำแนะนำ
ช่วงเวลาที่ควรมา:
- แนะนำช่วงเวลา 16:30 - 18:30 น. เพื่อชมพระอาทิตย์ตกดินและรอดูไฟประดับในช่วงค่ำ
การเช่าชุดไทย:
- ร้านเช่าชุดไทยอยู่บริเวณหน้าวัด มีราคาตั้งแต่ 100-300 บาท มีบริการทำผมและเครื่องประดับครบชุด ใช้เวลาแต่งตัวประมาณ 15-20 นาที
การถ่ายภาพ:
- จุดถ่ายรูปที่สวยที่สุดคือบริเวณสนามหญ้าหน้าปรางค์ประธาน และบริเวณมุมกำแพงที่เห็นองค์ปรางค์สะท้อนกับแสงยามเย็น
การแต่งกาย:
- หากไม่เช่าชุดไทย ควรแต่งกายสุภาพ มิดชิด เพื่อเคารพสถานที่ที่เป็นโบราณสถานสำคัญ
การวางแผน:
- วัดตั้งอยู่ใกล้กับวัดกษัตราธิราชและวัดพุทไธศวรรย์ สามารถจัดทริป "วัดริมน้ำฝั่งตะวันตก" ได้ในครึ่งวันเย็น
ค่าเข้าชม
-
ชาวไทย: 10 บาท
-
ชาวต่างชาติ: 50 บาท
เวลาทำการ
-
เปิดทุกวัน 08:00 – 18:30 น. (การเปิดไฟประดับโบราณสถานมีถึงประมาณ 21:00 น.)