“วัดประจำรัชกาลสมเด็จพระเพทราชาที่มีเอกลักษณ์คือหลังคาที่เคยปูด้วยกระเบื้องเคลือบสีเหลืองแกมเขียวจนได้รับฉายาว่า "วัดกระเบื้องเคลือบ" และยังตั้งอยู่ใกล้กับสะพานป่าดินสออันเป็นย่านการค้าเก่าแก่”
วัดบรมพุทธาราม (Borom Phuttharam Temple) เป็นหนึ่งในโบราณสถานที่มีความสำคัญสูงสุดของกรุงศรีอยุธยาในช่วงปลาย สร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2232 ในรัชสมัย สมเด็จพระเพทราชา ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวง พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นบนพื้นที่นิวาสสถานเดิมของพระองค์ บริเวณย่านป่าตอง เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งพระราชอำนาจและถวายเป็นพุทธบูชา วัดบรมพุทธารามจึงนับเป็นวัดสำคัญประจำราชวงศ์สุดท้ายที่ปกครองกรุงศรีอยุธยา
วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงอย่างยิ่งในด้านสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะ พระอุโบสถที่มุงหลังคาด้วยกระเบื้องเคลือบ ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมใหม่และหายากในสมัยอยุธยาตอนปลาย เมื่อแสงแดดตกกระทบกระเบื้องสีเหลืองแกมเขียว จะเกิดประกายแวววาวงดงาม ทำให้วัดได้รับสมญานามจากชาวบ้านว่า “วัดกระเบื้องเคลือบ” แสดงถึงความรุ่งเรืองทางศิลปกรรมและเทคโนโลยีการก่อสร้างในยุคนั้น
ต่อมาในรัชสมัย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ วัดบรมพุทธารามได้รับการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ พระองค์โปรดให้สร้าง บานประตูประดับมุข ที่มีลวดลายแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจงจำนวน 3 คู่ นับเป็นงานช่างชั้นสูงที่สะท้อนถึงความประณีตของศิลปะอยุธยาตอนปลาย บานประตูเหล่านี้ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี และจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และหอพระมณเฑียรธรรมในปัจจุบัน
สภาพวัดในปัจจุบันเหลือเพียงซากปรักหักพังของวิหาร พระอุโบสถ และปรางค์ประธาน ซึ่งมีรูปทรงเพรียวสูงตามแบบศิลปะอยุธยาตอนปลาย แม้โครงสร้างจะไม่สมบูรณ์ดังเดิม แต่ฐานพระประธานขนาดใหญ่ แนวกำแพงอิฐ และผังวัดที่ชัดเจน ยังคงบอกเล่าเรื่องราวความยิ่งใหญ่และความศักดิ์สิทธิ์ของวัดในอดีตได้อย่างเด่นชัด
ปัจจุบันวัดบรมพุทธารามตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่ของมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา บรรยากาศโดยรอบจึงมีความสงบ เรียบขรึม และเหมาะแก่การเดินชมโบราณสถาน วัดแห่งนี้ถือเป็นจุดเชื่อมโยงเรื่องราวสำคัญระหว่างย่านชุมชนดั้งเดิมอย่างป่าดินสอ กับอำนาจของราชสำนัก การมาเยือนจะช่วยให้ผู้ชมเข้าใจการวางผังเมืองอยุธยาที่ผสานศาสนา การเมือง และวิถีชีวิตของผู้คนเข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- จากถนนสายเอเชีย เข้าสู่ตัวเมืองอยุธยาทางถนนโรจนะ ข้ามสะพานปรีดี-พนมยงค์ ตรงไปจนเกือบสุดสายแล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่พื้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา วัดจะตั้งอยู่ทางซ้ายมือ
รถโดยสารสาธารณะ:
- สามารถนั่งรถตู้จากกรุงเทพฯ มาลงที่ตลาดเจ้าพรหม แล้วต่อรถตุ๊กตุ๊กหัวกบ บอกพิกัด "วัดบรมพุทธาราม ในราชภัฏ"
รถไฟ:
- ลงที่สถานีรถไฟพระนครศรีอยุธยา ข้ามเรือข้ามฟากมายังฝั่งเกาะเมือง แล้วต่อรถจักรยานยนต์รับจ้างหรือปั่นจักรยานมาตามทางถนนโรจนะ
คำแนะนำ
การเยี่ยมชมย่านใกล้เคียง:
- เนื่องจากวัดตั้งอยู่ติดกับ สะพานป่าดินสอ แนะนำให้เดินเท้าเชื่อมต่อกันเพื่อชมโครงสร้างสะพานอิฐรูปโค้งยอดแหลมที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่ง
การแต่งกาย:
- เนื่องจากเป็นโบราณสถานที่ตั้งอยู่ในเขตสถานศึกษาและเป็นศาสนสถานสำคัญ ควรแต่งกายสุภาพ (คลุมไหล่และเข่า)
ช่วงเวลาถ่ายภาพ:
- ช่วงเช้าก่อน 10:00 น. หรือช่วงบ่ายแก่ๆ จะได้แสงนุ่มนวลที่ตกกระทบซากอิฐและองค์ปรางค์ ทำให้ภาพดูมีมิติและไม่ร้อนจนเกินไป
ระเบียบการเข้าชม:
- โปรดใช้ความสงบเนื่องจากอยู่ในพื้นที่การเรียนการสอน และไม่ควรปีนป่ายโบราณสถานเพื่อช่วยกันอนุรักษ์มรดกของชาติ
ค่าเข้าชม
-
ชาวไทย: ไม่เสียค่าเข้าชม
-
ชาวต่างชาติ: ไม่เสียค่าเข้าชม
เวลาเปิด-ปิด
-
เปิดให้เข้าชมทุกวัน: 08:00 – 17:00 น.