“จุดเช็กอิน Unseen Thailand กับเศียรพระพุทธรูปหินทรายในรากต้นโพธิ์ และชมความยิ่งใหญ่ของพระปรางค์ประธานที่เป็นศูนย์กลางทางจิตวิญญาณของอาณาจักร”
วัดมหาธาตุ (Mahathat Temple) เป็นวัดที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในฐานะ ศูนย์กลางทางศาสนาและจิตวิญญาณของกรุงศรีอยุธยา สร้างขึ้นในสมัย สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 (ขุนหลวงพะงั่ว) โดยมีวัตถุประสงค์ให้เป็นสถานที่ประดิษฐาน พระบรมสารีริกธาตุ และเป็นที่ประทับของ สมเด็จพระสังฆราชฝ่ายคามวาสี ซึ่งถือเป็นตำแหน่งสูงสุดของคณะสงฆ์ในสมัยอยุธยา วัดแห่งนี้จึงเป็นศูนย์กลางการประกอบศาสนพิธีสำคัญของบ้านเมืองและสะท้อนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างพระพุทธศาสนาและสถาบันกษัตริย์
ที่ตั้งของวัดมหาธาตุอยู่ใกล้กับ วัดราชบูรณะ และ สวนสาธารณะบึงพระราม ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญใจกลางเกาะเมือง แสดงให้เห็นถึงการวางผังเมืองอยุธยาที่ให้ศาสนสถานเป็นแกนกลางของพระนคร ทั้งในเชิงศาสนา การปกครอง และสังคม ปัจจุบันวัดมหาธาตุเป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก สะท้อนคุณค่าระดับสากลของโบราณสถานแห่งนี้
จุดดึงดูดสายตาที่โดดเด่นที่สุดและกลายเป็น สัญลักษณ์ของเมืองอยุธยา คือ เศียรพระพุทธรูปในรากต้นโพธิ์ ซึ่งเป็นเศียรพระพุทธรูปหินทรายศิลปะอยุธยาที่ถูกรากของต้นโพธิ์โอบล้อมไว้อย่างพอดีจนเกิดเป็นภาพที่กลมกลืนระหว่างธรรมชาติและศิลปกรรม สร้างความรู้สึกสงบ ลุ่มลึก และน่าอัศจรรย์ใจแก่ผู้พบเห็น ภาพนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนแนวคิดเรื่องความไม่เที่ยงและการดำรงอยู่ร่วมกันของกาลเวลาและธรรมชาติได้อย่างชัดเจน
ภายในพื้นที่วัดยังปรากฏ พระปรางค์ประธานขนาดใหญ่ ซึ่งแม้จะเหลือเพียงส่วนฐาน แต่ยังสามารถมองเห็นความวิจิตรของศิลปะอยุธยาตอนต้นที่ได้รับอิทธิพลจากศิลปะขอม โครงสร้างที่สร้างด้วยศิลาแลงและอิฐถือปูน รวมถึงซากวิหาร เจดีย์ และระเบียงคดโดยรอบ ล้วนเป็นหลักฐานที่บอกเล่าเรื่องราวความรุ่งเรืองและการล่มสลายของราชธานีอยุธยาได้อย่างชัดเจนและทรงพลัง
การเดินชมวัดมหาธาตุในช่วงเวลาต่าง ๆ จะมอบประสบการณ์ที่แตกต่างกัน บรรยากาศของโบราณสถานที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางแมกไม้ใหญ่ให้ความรู้สึก สงบ ร่มเย็น และขรึมขลัง แม้จะเป็นวัดที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ แต่ด้วยพื้นที่ที่กว้างขวาง ทำให้สามารถเดินชมและซึมซับประวัติศาสตร์ได้อย่างลึกซึ้ง การได้ยืนมองเงาของซากปรักหักพังที่ทอดยาวบนพื้นหญ้าเขียวขจี เป็น ประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ที่ช่วยย้ำเตือนถึงความไม่เที่ยงและคุณค่าของกาลเวลาได้เป็นอย่างดี
สำหรับกลุ่ม ช่างภาพและศิลปิน วัดมหาธาตุเปรียบเสมือนสตูดิโอธรรมชาติ ด้วยแสงและเงาที่ตกกระทบตามซอกหลืบของกำแพงอิฐและลวดลายปูนปั้นที่ยังหลงเหลืออยู่ นักท่องเที่ยวคู่รักมักมาเก็บภาพความทรงจำในช่วงเย็นเมื่อแสงอาทิตย์อ่อน ๆ สาดส่องโบราณสถาน ส่วนผู้สนใจด้านประวัติศาสตร์จะเพลิดเพลินกับการศึกษารูปแบบเจดีย์แปดเหลี่ยม วิหาร และระเบียงคดรอบองค์ปรางค์ ซึ่งเป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่หาชมได้ยากในที่อื่น
วัดมหาธาตุจึงมิได้เป็นเพียงโบราณสถาน แต่เป็นพื้นที่ที่ศรัทธา ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติหลอมรวมกันอย่างงดงาม ขอเชิญชวนทุกท่านมาสัมผัสความศรัทธาที่หยั่งรากลึก และชมความงามอันน่าอัศจรรย์ของวัดมหาธาตุ ที่ซึ่งร่องรอยของอดีตยังคงมีชีวิตและรอการค้นหาอยู่เสมอในทุกตารางนิ้วของโบราณสถานแห่งนี้
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- จากกรุงเทพฯ ใช้ถนนสายเอเชีย (หมายเลข 32) เลี้ยวเข้าตัวเมืองอยุธยา ผ่านสะพานปรีดี-ธำรง ตรงไปถึงสี่แยกเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนชีกุน
รถไฟ:
- ลงที่สถานีรถไฟอยุธยา แล้วต่อรถตุ๊กตุ๊กหัวกบหรือเช่าจักรยานปั่นข้ามเรือข้ามฟากมายังเกาะเมือง
รถสาธารณะ:
- มีรถตู้และรถบัสบริการจากสถานีขนส่งหมอชิตและรังสิต มาลงที่ตัวเมืองอยุธยา
คำแนะนำ
-
ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์อากาศจะดีที่สุดสำหรับการเดินชม เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นลานกลางแจ้ง
-
การถ่ายภาพเศียรพระพุทธรูปในรากไม้ ต้องนั่งลงให้ระดับศีรษะไม่สูงกว่าเศียรพระ เพื่อแสดงความเคารพตามธรรมเนียมปฏิบัติ
-
สวมใส่ชุดสุภาพและรองเท้าที่เดินสะดวก เนื่องจากพื้นผิวโบราณสถานบางจุดอาจขรุขระ
-
แนะนำให้เข้าชมช่วงเช้าตรู่หรือช่วงเย็น (หลัง 16:00 น.) เพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อนและได้แสงที่สวยงามในการถ่ายภาพ
-
สามารถซื้อบัตรแบบเหมา (Combined Ticket) เพื่อเข้าชมโบราณสถานสำคัญอื่นๆ ในอุทยานประวัติศาสตร์ได้ในราคาประหยัด
ค่าเข้าชม
-
ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 10 บาท, เด็ก/นักเรียน/นักศึกษา เข้าชมฟรี
-
ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 50 บาท (บางช่วงอาจปรับเป็น 80 บาท ตามประกาศอุทยานฯ)
เวลาทำการ
-
เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08:00 – 18:30 น.
-
มีการเปิดไฟส่องสว่างโบราณสถานในช่วงค่ำประมาณ 18:30 – 21:00 น. ซึ่งสวยงามมาก
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 1 รายการ)รีวิวเมื่อ 18 เม.ย. 55
ถือว่าเป็นเกียรต์แห่งเมืองมรดกโลกอยุธยาแห่งนี้