“ตระการตากับ เจดีย์ทรงระฆังล้อมรอบด้วยสิงห์ปูนปั้น 36 ตัว และกราบหลวงพ่อขาวในวิหารโบราณที่มีประตูทางเข้าขลังจนได้รับฉายาว่าประตูทะลุมิติแห่งอยุธยา”
วัดแม่นางปลื้ม (Mae Nang Pluem Temple) เป็นวัดโบราณที่มีความพิเศษและเปี่ยมด้วยมนต์ขลัง ตั้งอยู่นอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาทางทิศเหนือ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นราว พ.ศ. 1920 ในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยาตอนต้น วัดแห่งนี้ไม่ได้มีคุณค่าเพียงในเชิงสถาปัตยกรรมเท่านั้น แต่ยังโดดเด่นในด้านตำนานและความเชื่อที่สืบทอดกันมายาวนานหลายร้อยปี
ความสำคัญของวัดแม่นางปลื้มผูกพันกับตำนานในสมัย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งเล่าขานกันว่าขณะพระองค์เสด็จประสบพายุฝน ได้ทรงหลบฝนและได้รับความเมตตาจาก “แม่นางปลื้ม” หญิงชราผู้มีฐานะยากจนแต่เปี่ยมด้วยน้ำใจ พระองค์จึงทรงบูรณะวัดแห่งนี้เพื่อตอบแทนความดี ทำให้วัดแม่นางปลื้มกลายเป็นสัญลักษณ์ของความกตัญญูและสายสัมพันธ์ระหว่างพระมหากษัตริย์กับประชาชนอย่างลึกซึ้ง
จุดเด่นสำคัญของวัดคือ วิหารหลวงพ่อขาว ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูป “หลวงพ่อขาว” ศิลปะสมัยอยุธยาตอนต้น พระพุทธรูปมีพุทธลักษณะอ่อนโยน สงบนิ่ง และให้ความรู้สึกบริสุทธิ์ วิหารมีลักษณะพิเศษคือมีทางเข้าเพียงด้านเดียว ไม่มีประตูด้านหลัง ตามคติโบราณที่เรียกว่า “มหาอุด” เชื่อกันว่าเป็นการป้องกันสิ่งไม่ดีและเสริมพลังศักดิ์สิทธิ์ให้กับสถานที่
ด้านหลังวิหารเป็นที่ตั้งของ เจดีย์ประธานทรงระฆัง ซึ่งมีสิงห์ปูนปั้นล้อมรอบจำนวน 36 ตัว แสดงถึงอิทธิพลศิลปะขอมและสุโขทัยที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว แม้กาลเวลาจะผ่านไปยาวนาน แต่รายละเอียดของสิงห์และองค์เจดีย์ยังคงสะท้อนฝีมือช่างโบราณได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้วัดแม่นางปลื้มยังถือเป็นหนึ่งในวัดที่คงสภาพสมบูรณ์มากที่สุด เนื่องจากในช่วงเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง พม่าใช้พื้นที่บริเวณนี้เป็นค่ายทหาร วัดจึงไม่ถูกเผาทำลายเหมือนวัดอื่นในเกาะเมือง
ปัจจุบันวัดแม่นางปลื้มเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับทั้ง นักท่องเที่ยวสายประวัติศาสตร์ ช่างภาพ และผู้แสวงหาความสงบทางจิตใจ มุมถ่ายภาพที่ได้รับความนิยมคือซุ้มประตูทางเข้าที่มองตรงไปยังวิหารหลวงพ่อขาว เกิดเป็นภาพที่สะท้อนบรรยากาศของอดีตและปัจจุบันได้อย่างงดงาม ผู้คนยังนิยมมากราบไหว้หลวงพ่อขาวและหลวงพ่อทันใจ เพื่อขอพรด้านความสำเร็จและความร่มเย็นในชีวิต วัดแม่นางปลื้มจึงเป็นสถานที่ที่ประวัติศาสตร์ ตำนาน และศรัทธา ดำรงอยู่ร่วมกันอย่างมีชีวิตชีวาจนถึงปัจจุบัน
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- ขับมาทางทิศเหนือของเกาะเมือง (ย่านหัวรอ) วัดจะตั้งอยู่ใกล้กับวัดหน้าพระเมรุและวัดหัสดาวาส
รถตุ๊กตุ๊กหน้ากบ:
- สามารถเหมารถจากสถานีรถไฟหรือในตัวเมืองให้มาส่งได้ เป็นจุดท่องเที่ยวหลักที่คนขับรู้จักดี
จักรยาน/มอเตอร์ไซค์เช่า:
- เส้นทางนี้ปั่นสะดวกเพราะถนนเรียบริมคลองและมีร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่ตลอดทาง
คำแนะนำ
ฤดูกาลที่เหมาะสม:
- เดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม อากาศจะเย็นสบายและแสงแดดไม่แรงเกินไปสำหรับการถ่ายภาพกลางแจ้ง
รองเท้าและอุปกรณ์:
- ควรใส่รองเท้าที่ถอดง่ายเนื่องจากต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าวิหารหลวงพ่อขาว
การถ่ายภาพ:
- มุมซุ้มประตูทางเข้าวัดที่มองเห็นวิหารด้านในคือมุม Signature ที่สวยที่สุดในช่วงบ่ายที่แสงส่องเข้าหน้าวิหาร
อาหารและวัฒนธรรม:
- หน้าวัดมีร้านของที่ระลึกและขนมไทยเล็กๆ ของคนในชุมชนที่น่าอุดหนุน
การวางแผน:
- รวมการเดินทางครั้งนี้เข้ากับการเยี่ยมชมวัดหน้าพระเมรุ เนื่องจากวัดทั้งสองแห่งรอดพ้นจากการถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2310 มาได้อย่างปาฏิหาริย์ และตั้งอยู่ใกล้กันมาก
ค่าเข้าชม
-
ชาวไทย: เข้าชมฟรี
-
ชาวต่างชาติ: เข้าชมฟรี
เวลาทำการ
-
เปิดทุกวัน: 08:30 – 17:00