“ชมพระปรางค์ขนาดใหญ่ที่มีสถาปัตยกรรมเลียนแบบเจดีย์เจ็ดยอดแห่งเดียวในอยุธยา และรำลึกถึงสถานที่สำคัญในพิธีพระราชทานเพลิงศพของเจ้าแม่วัดดุสิต พระนมในสมเด็จพระนารายณ์มหาราช”
วัดสมณโกฏฐาราม (Samana Kottharam Temple) หรือที่รู้จักกันในเอกสารประวัติศาสตร์ว่า “วัดพระยาพระคลัง” เป็นพระอารามโบราณที่ตั้งอยู่นอกเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยาทางทิศตะวันออก สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น และมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในช่วงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช วัดแห่งนี้ได้รับการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่โดยเจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) และต่อมาโดยเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) ขุนนางผู้มีบทบาทสำคัญด้านการคลังและการต่างประเทศของกรุงศรีอยุธยา เพื่อใช้เป็นวัดประจำตระกูล สะท้อนถึงความจงรักภักดีและความกตัญญูต่อแผ่นดินและพระมหากษัตริย์
ความสำคัญของวัดสมณโกฏฐารามยังปรากฏในบันทึกของเอ็งเกิลแบร์ต แกมเฟอร์ นักเดินทางชาวเยอรมัน ซึ่งได้กล่าวถึงวัดแห่งนี้ว่าเป็นวัดที่มีความโอ่อ่าและสง่างาม แสดงให้เห็นว่าวัดเคยเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและสังคมที่สำคัญแห่งหนึ่งของพระนคร วัดแห่งนี้ยังถูกจัดให้เป็นหนึ่งใน “วัดมหาธาตุสำคัญ” ซึ่งทำหน้าที่เป็นหลักชัยและศูนย์รวมศรัทธาของเมืองในอดีต
สถาปัตยกรรมที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ที่สุดของวัดคือ พระปรางค์องค์ใหญ่ ที่มีฐานประทักษิณและมุขยื่นออกไปทางทิศตะวันออก นักโบราณคดีเชื่อว่ารูปแบบดังกล่าวได้รับแรงบันดาลใจจากเจดีย์เจ็ดยอด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งสะท้อนถึงการแลกเปลี่ยนแนวคิดทางศิลปกรรมระหว่างภูมิภาค นอกจากนี้ยังมีพระอุโบสถก่ออิฐถือปูนที่มีลักษณะแอ่นโค้งคล้ายท้องเรือสำเภา อันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปะอยุธยาตอนปลาย ภายในประดิษฐาน “พระศรีสมณโกฏิบพิตร” พระพุทธรูปศิลาทรายปางมารวิชัย ที่มีพุทธลักษณะงดงาม สุขุม และเปี่ยมด้วยพลังศรัทธา
บรรยากาศภายในวัดให้ความรู้สึกขรึมขลังและสงบนิ่ง ท่ามกลางโบราณสถานที่กระจายตัวอยู่ทั่วพื้นที่ นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมซากวิหารขนาดใหญ่ที่หลงเหลือเพียงฐานและเสาอิฐ ซึ่งบ่งบอกถึงความยิ่งใหญ่ในอดีต ความเงียบสงบของวัดช่วยเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ซึมซับเรื่องราวของขุนนางผู้จงรักภักดีและบทบาทสำคัญของชนชั้นนำที่มีต่อการพัฒนากรุงศรีอยุธยาในด้านการเมือง การคลัง และการต่างประเทศ
วัดสมณโกฏฐารามเป็นจุดหมายที่ไม่ควรพลาดสำหรับนักประวัติศาสตร์และผู้ที่ชื่นชอบงานสถาปัตยกรรมไทย เนื่องจากมีรูปแบบพระปรางค์ที่หาชมได้ยาก รวมถึงผู้มีความเชื่อทางจิตวิญญาณหรือ “สายมู” ที่มักเดินทางมาสักการะศาลเจ้าพระยาโกษาธิบดี (เหล็ก) และเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) เพื่อขอพรด้านการงาน ความสำเร็จ และการเจรจา มุมถ่ายภาพที่งดงามที่สุดคือมุมกว้างจากทางทิศตะวันออก ซึ่งสามารถมองเห็นองค์พระปรางค์ตั้งตระหง่านอยู่หลังแนวกำแพงอิฐเก่า ท่ามกลางแสงแดดยามเย็นที่ช่วยขับเน้นความสง่างามของโบราณสถาน
ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมและเรื่องราวของขุนนางคู่บารมีแห่งกรุงศรีอยุธยา ณ วัดสมณโกฏฐาราม พระอารามที่เปี่ยมด้วยความหมายทางประวัติศาสตร์และศรัทธาอย่างลึกซึ้ง
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- จากวงเวียนเจดีย์วัดสามปลื้ม (เจดีย์นักเลง) ให้เลี้ยวซ้ายไปทางวัดกุฎีดาว วัดสมณโกฏฐารามจะอยู่ทางซ้ายมือ ติดกับวัดกุฎีดาว
รถตุ๊กตุ๊กหัวกบ:
- สามารถเหมารถจากสถานีรถไฟอยุธยามายังวัดได้โดยใช้เวลาไม่เกิน 10 นาที เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้สถานีรถไฟมาก
คำแนะนำ
ช่วงเวลาที่เหมาะสม:
- เที่ยวชมได้ตลอดปี แต่ช่วงเช้า (08:30 - 10:00 น.) จะอากาศไม่ร้อนและแสงแดดเหมาะกับการถ่ายภาพโบราณสถานให้เห็นรายละเอียดของอิฐ
การแต่งกาย:
- เนื่องจากเป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาและเป็นโบราณสถานสำคัญ ควรแต่งกายสุภาพปกปิดไหล่และเข่า
การถ่ายภาพ:
- อย่าลืมถ่ายภาพรายละเอียดของลวดลายปูนปั้นที่หลงเหลืออยู่บนองค์พระปรางค์และบริเวณฐานชุกชีในวิหารเก่า
การวางแผน:
- วัดนี้ตั้งอยู่ติดกับวัดกุฎีดาวและไม่ไกลจากวัดมเหยงคณ์ สามารถจอดรถครั้งเดียวแล้วเดินเที่ยวชมโบราณสถานในละแวกนี้ได้หลายแห่ง
ค่าเข้าชม
-
ชาวไทย: ฟรี
-
ชาวต่างชาติ: ฟรี (อาจมีการบริจาคตามศรัทธา)
เวลาทำการ
-
เปิดทุกวัน เวลา 08:00 – 17:00 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 7 รายการ)รีวิวเมื่อ 18 เม.ย. 55
รีวิวเมื่อ 18 เม.ย. 55
รีวิวเมื่อ 18 เม.ย. 55
รีวิวเมื่อ 18 เม.ย. 55
รีวิวเมื่อ 18 เม.ย. 55
รีวิวเมื่อ 18 เม.ย. 55
รีวิวเมื่อ 18 เม.ย. 55