“พิพิธภัณฑ์เอกชนที่จัดแสดงเรือไทยโบราณของจริงที่หาชมยากและเรือจำลองไม้สักทองนับร้อยลำ ซึ่งสะท้อนถึงวิถีชีวิตและความผูกพันของชาวสยามกับสายน้ำได้อย่างลึกซึ้ง”
พิพิธภัณฑ์เรือไทย (Thai Boat Museum) ก่อตั้งขึ้นโดย อาจารย์ไพฑูรย์ ขาวมาลา ปรมาจารย์ด้านการต่อเรือและงานช่างไม้พื้นบ้าน ผู้ทุ่มเทชีวิตเพื่อการ อนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมทางน้ำของไทย ให้คงอยู่สืบต่อไป พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจส่วนตัวในการรวบรวม อนุรักษ์ และถ่ายทอดองค์ความรู้เกี่ยวกับเรือไทย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของวิถีชีวิตคนไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
ตัวพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ภายในบริเวณบ้านพักส่วนตัวซึ่งเป็น บ้านทรงไทยดั้งเดิม รายล้อมด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบ ร่มรื่น และเป็นกันเอง การเข้าชมจึงให้ความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสู่สังคมริมน้ำในอดีต ที่เรือไม่ใช่เพียงพาหนะ แต่เป็นเครื่องมือดำรงชีวิต เป็นสัญลักษณ์ของภูมิปัญญา และเป็นศิลปะที่สะท้อนตัวตนของช่างไทยอย่างแท้จริง
จุดเด่นที่สำคัญที่สุดของพิพิธภัณฑ์คือการจัดแสดง เรือโบราณขนาดจริง ซึ่งเคยใช้งานจริงในอดีตและมีอายุกว่าร้อยปี อาทิ เรือชะล่าไม้สัก เรือขุดจากไม้ตะเคียน และเรือโปงตาล ที่ทำจากต้นตาลทั้งต้น เรือแต่ละลำแสดงให้เห็นถึงความเข้าใจธรรมชาติของไม้ เทคนิคการต่อเรือ และการออกแบบที่สอดคล้องกับสภาพแม่น้ำลำคลองของไทยในแต่ละยุคสมัย
นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดง เรือจำลองจากไม้สักทอง ซึ่งอาจารย์ไพฑูรย์ลงมือประดิษฐ์ด้วยตนเองทุกขั้นตอนอย่างประณีต ตั้งแต่เรือพระราชพิธีจำลอง ไปจนถึงเรือพื้นบ้านประเภทต่างๆ ที่ปัจจุบันแทบไม่พบเห็นแล้ว เรือจำลองเหล่านี้ไม่เพียงแสดงรูปทรงที่งดงาม แต่ยังถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านสัดส่วน โครงสร้าง และความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับเรือไทยได้อย่างครบถ้วน
บรรยากาศการเข้าชมมีลักษณะ อบอุ่นและใกล้ชิด แตกต่างจากพิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ทั่วไป ผู้เข้าชมมักมีโอกาสได้พูดคุยกับเจ้าของพิพิธภัณฑ์โดยตรง ซึ่งพร้อมถ่ายทอดเรื่องราว เทคนิคการต่อเรือ และประวัติความเป็นมาของเรือแต่ละชนิดอย่างละเอียด พื้นที่จัดแสดงแบ่งออกเป็นส่วนต่างๆ อย่างชัดเจน ทั้งบริเวณแสดงเรือโบราณกลางแจ้ง อาคารทรงไทยสำหรับเก็บเรือจำลอง และมุมจัดแสดงเครื่องมือช่างไม้โบราณที่หาชมได้ยากในปัจจุบัน
สำหรับ ศิลปิน นักสะสม นักออกแบบ และผู้ที่หลงใหลงานฝีมือ พิพิธภัณฑ์เรือไทยถือเป็นแหล่งแรงบันดาลใจชั้นยอดจากความละเอียดอ่อนของงานไม้และรูปทรงเรือไทยดั้งเดิม ขณะที่ช่างภาพจะได้บันทึกภาพความงดงามของไม้เก่า เงาแสงธรรมชาติ และบ้านทรงไทยที่ให้บรรยากาศขรึมขลังและมีชีวิตชีวาไปพร้อมกัน
พิพิธภัณฑ์เรือไทยจึงเป็นมากกว่าสถานที่จัดแสดง แต่คือพื้นที่แห่งการสืบสานภูมิปัญญาและเรื่องราวของวิถีชีวิตริมน้ำของคนไทย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเข้าใจรากเหง้าทางวัฒนธรรมและศิลปะการต่อเรือไทยอย่างลึกซึ้งและจริงแท้
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- จากถนนโรจนะ ข้ามสะพานสมเด็จพระนเรศวรมายังเกาะเมือง ผ่านหน้าโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย แล้วเลี้ยวเข้าซอยบางเอียน 8 (ซอยขาวมาลา) พิพิธภัณฑ์จะอยู่ทางซ้ายมือ (สังเกตบ้านทรงไทยและป้ายพิพิธภัณฑ์)
รถโดยสารสาธารณะ:
- นั่งรถตู้จากกรุงเทพฯ มาลงที่ตลาดเจ้าพรหม แล้วต่อรถตุ๊กตุ๊กหัวกบหรือวินมอเตอร์ไซค์มายังซอยบางเอียน 8
รถไฟ:
- ลงที่สถานีรถไฟพระนครศรีอยุธยา ข้ามเรือมาฝั่งเกาะเมือง แล้วต่อรถรับจ้างหรือเช่าจักรยานปั่นมายังพิพิธภัณฑ์ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากวัดมหาธาตุ
คำแนะนำ
ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา:
- สามารถเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี แต่ควรหลีกเลี่ยงช่วงบ่ายที่แดดร้อนจัดหากต้องการชมเรือกลางแจ้ง แนะนำให้มาช่วงเช้าหรือบ่ายคล้อยเพื่อให้เดินชมได้ทั่วบริเวณ
การนัดหมาย:
- เนื่องจากเป็นพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวขนาดเล็ก ควรโทรนัดหมายล่วงหน้า ก่อนเข้าชมเพื่อให้มั่นใจว่ามีเจ้าหน้าที่หรือเจ้าของบ้านพร้อมให้ข้อมูล
การถ่ายภาพ:
- อนุญาตให้ถ่ายภาพได้ทั่วบริเวณ แต่ควรสอบถามเจ้าของสถานที่ก่อนในบางจุดจัดแสดงและรักษาความสงบระหว่างเดินชม
การสนับสนุน:
- ที่นี่ไม่เก็บค่าเข้าชมอย่างเป็นทางการ แต่ขอแนะนำให้ร่วม บริจาคเงินสมทบทุน ตามกำลังศรัทธาเพื่อช่วยเป็นค่าบำรุงรักษาพิพิธภัณฑ์เอกชนแห่งนี้
ค่าเข้าชม
-
ชาวไทย: บริจาคตามอัธยาศัย
-
ชาวต่างชาติ: บริจาคตามอัธยาศัย
เวลาเปิด-ปิด:
-
เปิดบริการทุกวัน: 09:00 – 17:00 น.
-
แนะนำให้ติดต่อสอบถามก่อนเข้าชมที่เบอร์ 035-241-195
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 1 รายการ)รีวิวเมื่อ 21 มิ.ย. 54
จากถนนสายเอเชีย เข้าตัวอ.พระนครศรีอยุธยา ข้ามแม่น้ำป่าสักที่สะพานสมเด็จพระนเรศวรตรงถึงสี่แยกที่สอง ให้เลี้ยวขวา สังเกต ปั้มน้ำมัน ปตท. ทางขวา.ที่สี่แยกนี้ เข้าสู่ถนนชีกุน ตรงมาผ่านโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัยทางด้านซ้าย เข้าสู่วงเวียน ซึ่งมีน้ำพุ ประดับรูปปั้นกลุ่มนางมโนราห์และราชสีห์ที่สวยงามที่สุดของจังหวัด ตรงมาถึงสามแยกองค์การ โทรศํพท์ ให้ผ่านมาประมาณหนึ่งร้อยเมตร จะถึงสามแยก ด้านหลังขององค์การโทรศัพท์ ให้เลี้ยวขวาที่แยกนี้เข้าสู่ถนนหอรัตนไชย สังเกตว่าที่สามแยกจะอยู่ตรงข้ามวัดมหาธาตุ วิ่งมาตามถนน ประมาณห้าร้อยเมตร จะถึงสี่แยก และผ่านสี่แยก ตรงมาประมาณ ห้าสิบเมตร มองทางด้านขวาจะเห็นป้ายพิพิธภัณฑ์เรือไทย อาคารทรงไทย สองชั้น หลังคาสีหมากสุก ท่านสามารถจอดรถได้ที่ริมถนนหอรัตนไชย ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ทั้งสองฝั่ง