“นมัสการเจดีย์ชัยมงคล อนุสรณ์แห่งชัยชนะของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และชมความงามของพระพุทธไสยาสน์ (พระนอน) องค์ใหญ่ที่มีพุทธลักษณะงดงามเปี่ยมเมตตา”
วัดใหญ่ชัยมงคล (Yai Chai Mongkhon Temple) เดิมมีชื่อว่า วัดป่าแก้ว หรือ วัดเจ้าพระยาไทย ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำป่าสัก ในเขตชานเมืองกรุงศรีอยุธยา จากเส้นทางเข้าตัวเมืองอยุธยาจะสามารถสังเกตเห็นเจดีย์วัดสามปลื้ม หรือที่เรียกกันว่า “เจดีย์กลางถนน” จากนั้นเลี้ยวซ้ายตรงไปประมาณ 1 กิโลเมตร จะพบวัดใหญ่ชัยมงคลตั้งอยู่ทางด้านซ้ายมือ วัดแห่งนี้ถือเป็นโบราณสถานสำคัญที่มีบทบาททั้งด้านศาสนา การเมือง และประวัติศาสตร์การกอบกู้เอกราชของชาติไทย
ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ สันนิษฐานว่าวัดป่าแก้วถูกสร้างขึ้นในรัชสมัย สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) เมื่อราว พ.ศ. 1900 เพื่อเป็นสำนักสงฆ์ของพระภิกษุที่เดินทางไปศึกษาพระธรรมวินัยจากสำนักพระวันรัตน์มหาเถรในประเทศลังกา คณะสงฆ์กลุ่มนี้เรียกกันในภาษาไทยว่า “คณะป่าแก้ว” วัดจึงได้รับนามว่า วัดคณะป่าแก้ว และต่อมาเรียกสั้นลงว่า วัดป่าแก้ว วัดแห่งนี้จึงเป็นศูนย์กลางการศึกษาพระพุทธศาสนาที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคต้นกรุงศรีอยุธยา
ในเวลาต่อมา พระมหากษัตริย์ได้ทรงแต่งตั้งอธิบดีสงฆ์นิกายป่าแก้วให้ดำรงตำแหน่ง สมเด็จพระวันรัตน์ เป็นสังฆราชฝ่ายขวา คู่กับ พระพุทธโฆษาจารย์ ซึ่งเป็นสังฆราชฝ่ายซ้าย ส่งผลให้วัดแห่งนี้มีฐานะสูงในคณะสงฆ์ ต่อมาวัดได้รับการเรียกชื่อใหม่ว่า วัดเจ้าพระยาไทย ซึ่งมีข้อสันนิษฐานว่ามาจากการเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระศพของเจ้าแก้วเจ้าไทย หรืออาจมาจากการที่คำว่า “เจ้าไทย” ใช้เรียกพระสงฆ์ชั้นสูงในสมัยโบราณ โดยคำว่า เจ้าพระยาไทย จึงหมายถึงตำแหน่งพระสังฆราชฝ่ายขวาโดยตรง
เหตุการณ์สำคัญที่สุดที่ทำให้วัดแห่งนี้ได้รับการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติไทย คือในปี พ.ศ. 2135 หลังจาก สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงมีชัยชนะในการทำยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชแห่งหงสาวดี ณ ตำบลหนองสาหร่าย จังหวัดสุพรรณบุรี พระองค์ทรงโปรดให้สร้าง พระเจดีย์ชัยมงคล ขึ้น ณ วัดแห่งนี้ เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะอันยิ่งใหญ่ บ้างสันนิษฐานว่าเป็นการสร้างเสริมจากเจดีย์เดิม หรืออาจสร้างขึ้นใหม่ทั้งองค์ ซึ่งไม่มีหลักฐานแน่ชัด อย่างไรก็ตาม เจดีย์องค์นี้เป็นเจดีย์ที่มีขนาดใหญ่และสูงที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีความสูงประมาณ 1 เส้น 1 วา และกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญของวัด
ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช วัดใหญ่ชัยมงคลยังเป็นที่พำนักของ สมเด็จพระวันรัตน์ พระเถระผู้ทรงได้รับความเคารพอย่างสูง มีเหตุการณ์สำคัญที่เล่าขานกันว่า หลังจากชัยชนะยุทธหัตถี พระองค์ทรงพิโรธแม่ทัพนายกองที่ตามเสด็จไม่ทันและทรงคิดจะลงโทษประหารชีวิต แต่สมเด็จพระวันรัตน์ได้ทูลขอพระราชทานอภัย โดยยกพุทธประวัติตอนพระโพธิสัตว์ทรงผจญมารเพียงลำพังก่อนตรัสรู้ มาเปรียบกับการที่สมเด็จพระนเรศวรต้องทรงทำยุทธหัตถีเพียงพระองค์เดียว พร้อมทั้งทูลแนะนำให้ทรงสร้างพระเจดีย์ใหญ่แทนการลงโทษชีวิต พระนเรศวรทรงเห็นชอบและโปรดให้สร้างพระเจดีย์ชัยมงคลขึ้นดังที่ปรากฏในปัจจุบัน
ภายหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 วัดใหญ่ชัยมงคลกลายเป็นวัดร้าง ก่อนจะได้รับการฟื้นฟูและกลับมาเป็นวัดที่มีพระสงฆ์จำพรรษาอีกครั้ง ภายในวัดยังเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธชัยมงคล พระประธานในพระอุโบสถ และ ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2544 ปัจจุบันวัดใหญ่ชัยมงคลเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ศูนย์รวมศรัทธา และสถานที่รำลึกถึงความกล้าหาญและเอกราชของชาติไทยอย่างแท้จริง
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- ใช้เส้นทางถนนสายเอเชีย เข้าสู่ตัวเมืองพระนครศรีอยุธยา เลี้ยวซ้ายที่วงเวียนเจดีย์วัดสามปลื้ม ตรงไปประมาณ 1 กิโลเมตร วัดจะอยู่ทางซ้ายมือ
รถตุ๊กตุ๊กหัวกบ:
- บริการจากสถานีรถไฟอยุธยาหรือในเกาะเมือง โดยแจ้งชื่อ "วัดใหญ่ชัยมงคล"
รถจักรยานยนต์/จักรยาน:
- เดินทางได้สะดวกมีที่จอดรถกว้างขวางหน้าทางเข้าวัด
คำแนะนำ
-
ช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์อากาศจะดีมาก เหมาะสำหรับการเดินขึ้นไปชมวิวบนยอดเจดีย์โดยไม่ร้อนจนเกินไป
-
ควรแต่งกายสุภาพ (กางเกงหรือกระโปรงคลุมเข่า สวมเสื้อมีแขน) เพื่อเป็นการเคารพสถานที่และประเพณีไทย
-
การเดินขึ้นบันไดเจดีย์ชัยมงคลมีความชันพอสมควร ผู้สูงอายุและผู้ที่มีปัญหาข้อเข่าควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
-
แนะนำให้ลองซื้อ "โรตีสายไหม" เจ้าดังหน้าวัดที่ทำกันสดๆ เพื่อลองลิ้มรสของหวานขึ้นชื่อของอยุธยา
-
หากต้องการหลีกเลี่ยงฝูงชน แนะนำให้มาในช่วงเช้าก่อนเวลา 09:30 น. หรือช่วงบ่ายแก่ๆ หลัง 16:00 น.
ค่าเข้าชม
-
ชาวไทย: เข้าชมฟรี
-
ชาวต่างชาติ: 20 บาท
เวลาทำการ
-
เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08:00 – 17:00 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 1 รายการ)รีวิวเมื่อ 30 พ.ค. 55