“วิหารจีนสี่ชั้นที่รวบรวมงานพุทธศิลป์และเทพเจ้าจีนไว้อย่างครบถ้วนที่สุด โดดเด่นด้วยเสามังกรกว่า 2,840 ต้น และการตกแต่งด้วยทองคำแท้ที่สะท้อนความรุ่งเรืองแห่งศรัทธาและความเชื่อในทางแก้ปีชง”

ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ (Nacha Sa Thai Chue Shrine) หรือ วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม เป็นสถานพุทธศาสนสถานจีนที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมถนนเลียบชายหาดอ่างศิลา เดิมทีเป็นศาลเจ้าขนาดเล็กที่สร้างขึ้นจากความศรัทธาของคุณสมชาย เฉลิมทอง จนกระทั่งได้รับการพัฒนาเป็นวิหารขนาดใหญ่เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 72 พรรษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมจีนตอนใต้ที่วิจิตรอลังการที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยแบ่งเป็นวิหาร 4 ชั้นที่เชื่อมโยงความเชื่อทางพุทธมหายานและลัทธิเต๋าเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

จุดเด่นที่ทำให้นักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญหลงรักคือ งานประติมากรรมมังกรและลวดลายปั้นนูน ที่ประดับอยู่ทั่วทุกอณูของวิหาร โดยเฉพาะเสามังกรที่พันล้อมรอบอาคารซึ่งมีจำนวนมากที่สุดถึง 2,840 ต้น แต่ละชั้นของวิหารประดิษฐานเทพเจ้าสำคัญที่ต่างกันออกไป เช่น ชั้นแรกประดิษฐานเทพเจ้ากวนอูและเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ชั้นสองเป็นที่ประดิษฐานองค์หน่าจาซาไท้จื้อทั้ง 3 ปาง และชั้นบนสุดเป็นที่ประดิษฐานพระเง็กเซียนฮ่องเต้ ซึ่งการเดินขึ้นไปแต่ละชั้นเปรียบเสมือนการเดินทางขึ้นสู่สรวงสวรรค์ที่เต็มไปด้วยงานศิลป์ชั้นครู

ในแง่ของความเชื่อ ศาลเจ้าแห่งนี้คือ ศูนย์กลางการแก้ปีชงและขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคล ผู้คนนิยมมาไหว้เทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ยเพื่อปัดเป่าเคราะห์กรรม และขอพรจากองค์หน่าจาเพื่อให้ชีวิตมีความสำเร็จและก้าวหน้าเหมือนความคล่องแคล่วว่องไวของพระองค์ บรรยากาศภายในศาลเจ้าอบอวลไปด้วยกลิ่นธูปหอมและพลังแห่งศรัทธา ผสมผสานกับเสียงระฆังและสถาปัตยกรรมสีทองอร่ามที่สะท้อนแสงแดด สร้างความรู้สึกที่ทรงพลังและศักดิ์สิทธิ์ให้แก่ผู้มาเยือน

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบงานศิลปะ ที่นี่คือ ขุมทรัพย์แห่งลวดลายจีนโบราณ ท่านจะได้เห็นการใช้สีที่ฉูดฉาดแต่ลงตัว การแกะสลักหินอ่อนที่ละเอียดอ่อน และภาพวาดฝาผนังที่เล่าเรื่องราวตำนานไซอิ๋วและประวัติเทพเจ้าจีน ทุกรายละเอียดบอกเล่าถึงความเพียรพยายามและจิตวิญญาณของผู้สร้าง ทำให้ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่ไหว้พระ แต่เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะจีนกลางแจ้งที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้มาสัมผัสความงามในเชิงวัฒนธรรม

การเยี่ยมชมศาลเจ้าหน่าจาจึงเป็นประสบการณ์ที่อิ่มทั้งบุญและอิ่มทั้งตา ความอลังการของวิหารที่ตั้งเด่นเป็นสง่าท่ามกลางท้องฟ้าสดใสของอ่างศิลา เป็นภาพจำที่ประทับใจและเชิญชวนให้ผู้คนจากทั่วสารทิศต้องแวะเวียนมาสัมผัสด้วยตาตนเองสักครั้ง เพื่อรับพลังงานบวกและความเป็นสิริมงคลกลับไปสู่ชีวิต


วิธีการเดินทาง
  • รถยนต์ส่วนตัว: จากตัวเมืองชลบุรี ขับมาทางอ่างศิลา มุ่งหน้าไปทางเขาสามมุข ศาลเจ้าจะตั้งอยู่ริมถนนใหญ่ทางด้านซ้ายมือ มีลานจอดรถขนาดใหญ่รองรับนักท่องเที่ยวได้จำนวนมาก

  • รถสาธารณะ: ขึ้นรถสองแถวสีแดงสายชลบุรี-อ่างศิลา-เขาสามมุข รถจะผ่านหน้าศาลเจ้าพอดี

  • จุดสังเกต: วิหารจีนสีแดงทองขนาดใหญ่ที่มีเสามังกรจำนวนมาก ตั้งอยู่ระหว่างตลาดเก่าอ่างศิลาและเขาสามมุข


คำแนะนำ
  • ช่วงเวลาที่ควรไป: แนะนำให้ไปช่วง 08:30 – 10:30 น. เพื่อเลี่ยงแดดร้อนและคนหนาแน่นในช่วงบ่าย หรือช่วงเทศกาลตรุษจีนซึ่งจะมีการประดับโคมไฟสวยงามเป็นพิเศษ

  • การแต่งกาย: เนื่องจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายสุภาพ (งดกางเกงสั้นเหนือเข่าหรือเสื้อแขนกุด) และต้องถอดรองเท้าก่อนเข้าสู่วิหารแต่ละชั้น

  • มุมถ่ายรูป: บริเวณบันไดมังกรทางขึ้นด้านหน้าวิหาร และระเบียงชั้น 4 ที่สามารถมองเห็นวิวทะเลอ่างศิลาและยอดหลังคาวิหารแบบมุมสูง

  • กิจกรรม: การทำบุญแก้ปีชงจะมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำขั้นตอนอย่างละเอียด และอย่าพลาดการชมการแกะสลักหินอ่อนที่นำเข้าจากประเทศจีน

  • ข้อแนะนำเพิ่มเติม: ในช่วงวันหยุดยาวการจราจรอาจติดขัด แนะนำให้เตรียมร่มหรือพัดติดตัวไปด้วยเนื่องจากพื้นที่กลางแจ้งค่อนข้างกว้าง


ค่าเข้าชม:

  • ฟรี ไม่เสียค่าเข้าชม

เวลาเปิด-ปิด:

  • เปิดให้บริการทุกวัน: 08:00 – 17:00 น. 

ศาลเจ้านาจาชาไท้จื้อ

แชร์

1/13 หมู่ 5, ตำบลอ่างศิลา, อำเภอเมืองชลบุรี, จังหวัดชลบุรี แผนที่

รีวิว 5 รายการ | ศิลปะวัฒนธรรม,ท่องเที่ยว,ศาลเจ้า,วัด

ปิด

จ.8.00 - 17.00
อ.8.00 - 17.00
พ.8.00 - 17.00
พฤ.8.00 - 17.00
ศ.8.00 - 17.00
ส.8.00 - 17.00
อา.8.00 - 17.00

6832

ทริปของคุณ

ลบออก

รีวิวทั้งหมด

(รีวิว 5 รายการ)

Not identifiable

รีวิวเมื่อ 24 ก.พ. 56

here
here

ถูกใจ แชร์

thejuk

รีวิวเมื่อ 27 มี.ค. 55

มุมมองจากวิหาร จะเห็นองค์เทพนาจา และเก๋งจีน
แลเห็นวิวทะเลไกลๆ
มุมมองจากวิหาร จะเห็นองค์เทพนาจา และเก๋งจีน
แลเห็นวิวทะเลไกลๆ

ถูกใจ แชร์

nongview

รีวิวเมื่อ 14 ก.พ. 54

ประวัติ

ศาลเจ้าแห่งนี้เริ่มสร้างเมื่อราวเดือนมีนาคม   พ.ศ.  2534  บนเนื้อที่ประมาณ  200  ตารางวา  โดยท่านอาจารย์สมชาย   พุทธนพ  เป็นผู้ริเริ่มสร้างศาลเจ้าแห่งนี้  เดิมทีเป็นเพียงแค่ศาลเจ้าเล็ก  ๆ  ไม่ใหญ่โตมาก บรรดาลูกศิษย์และผู้ที่ให้ความเคารพนับถือมาสักการบูชาเป็นจำนวนมาก  ด้วยบารมีแห่งองค์เทพเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อทำให้ผู้ที่มากราบไหว้  มีความร่มเย็นเป็นสุข  มีชีวิตที่มีแต่ความเจริญรุ่งเรืองในธุรกิจการค้ามากมาย

 

เมื่อปี  พ.ศ. 2539  ท่านอาจารย์สมชาย   พุทธนพ    ท่านได้ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ โดยจะสร้างศาลเจ้าหลังใหญ่ขึ้นเพื่อ “  เฉลิมพระเกียรติครบรอบ  72  พรรษา ขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ” ในการเริ่มก่อสร้างศาลนั้นเริ่มสร้างเมื่อวันอาทิตย์ที่  16   กรกฎาคม  พ.ศ. 2538  ปีกุน จ.ศ.1357 แรม  5  ค่ำ  เดือน  8  เวลาประมาณ  13.00  น. ตามจันทรคติจีน  ตรงกับ  เดือน 6  วันที่  19   เวลา  บี๋ซี้  ประกอบพิธีการวางศิลาฤกษ์โดยท่านอาจารย์สมชาย  พุทธนพ  ซึ่งขณะนั้น มีเงินทุนของศาลอยู่เพียง  3  ล้านกว่าบาทเท่านั้น  ซึ่งก็ได้ลูกศิษย์พ่อค้าประชาชนที่ให้ความเคารพได้ร่วมบริจาคเงินสร้างศาลเจ้ามาจนถึงปัจจุบันแล้วเสร็จเมื่อวันศุกร์ที่  7 เมษายน   พ.ศ.  2543   ปีมะโรง  จ.ศ.  1362  ขึ้น  4  ค่ำ  เดือน  5  ( ปฏิทินจีนตามจันทรคติ  ตรงกับวันที่  3   เดือน 3   ทำพิธีตามฤกษ์ เทวโองการ ( แต่ยังไม่เป็นทางการ )


เมื่อวันอาทิตย์ที่  16   เมษายน   พ.ศ. 2543 เวลา  08.39  น. จ.ศ.  1362  ขึ้น  13  ค่ำ  เดือน 5   ( ปฏิทินจีนตามจันทรคติ   คือ  เดือน 3  วันที่  12  เวลา  ซิงซี้  )  ใช้ระยะเวลาการก่อสร้างกว่า  4  ปี   ใช้งบประมาณการก่อสร้างกว่า  300  ล้านบาท  สร้างอยู่บนเนื้อที่  5 ไร่  และยังมีเนื้อที่อยู่รอบศาลเจ้าอีกกว่า  9  ไร่   เมื่อวันที่  11   มกราคม  2541  สมเด็จพระสังฆราช ฯ  ได้เสด็จมาเป็นประธานพิธีเททองหล่อพระพุทธ  7  พระองค์  และทรงประทานพระบรมสารีริกธาตุสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า   9  พระองค์  ให้แก่อาจารย์สมชาย   พุทธนพ  เพื่อทำพิธีบรรจุ  และได้รับเกียรติจาก  ฯ พณ ฯ ท่าน   ม.ร.ว. อดุลกิติ์  กิติยากร   เป็นประธานในพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ  สมเด็จพระสังฆราช ฯ ได้พระราชทานนามวิหารแห่งนี้ว่า “  วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม ”
ซึ่งมีนัยความหมายว่าเป็นที่สถิตของทวยเทพเจ้าทั้งหลาย


เมื่อวันที่  23  ตุลาคม  พ.ศ. 2544  สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี เสด็จทรงพระราชดำเนินวางศิลาฤกษ์การสร้างสระบัวซึ่งได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระสังฆราชว่า “  สระเย็นศิระเพราะพระบริบาล ” ทรงเจิมแผ่นป้ายฟ้าดิน พร้อมทรงเบิกพระเนตรองค์พระมหาโพธิสัตว์กวนอิม  และทรงปลูกต้นสาละ

วันอังคารที่  10   กันยายน  พ.ศ.  2545  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี  เสด็จพระราชดำเนินทรงเบิกพระเนตรองค์สมเด็จพระมารดาองค์เทพเจ้าแห่งดวงดาว  และองค์เทพเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ ทรงเจิมกระถางธูปบูชาเทวดาฟ้าดิน  ทรงปลูกต้นศรีมหาโพธิ์และทรงวางศิลาฤกษ์อาคารปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวซึ่งกำลังดำเนินการก่อสร้างอยู่ในปัจจุบัน   และเมื่อวันที่  4  ตุลาคม  2545  พระเจ้าวรวงค์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุเสด็จ  ณ  วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม ( ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ ) ทรงเปิดซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ   ทรงเปิดเทศกาลกินเจเดือน  9   จีน   ทรงหล่อรูปพระโพธิสัตว์  3  พระองค์  และทรงปลูกต้นสาละในครั้งนี้ด้วย   การก่อสร้างศาลเจ้าได้มีการจัดตั้งเป็นวิหาร  4   ชั้น  ได้สร้างขึ้นเป็นสถานที่ในโครงการ “ เฉลิมพระเกียรติครบรอบ  72  พรรษา  องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ”   ปัจจุบันขยายเนื้อที่เพิ่มขึ้นรวมกว่า 25 ไร่

ถูกใจ แชร์

nongview

รีวิวเมื่อ 14 ก.พ. 54

องค์เทพเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ (ประวัติย่อ)

องค์เทพเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ  เป็นตำนานที่เล่าขานกันมาแต่ครั้งบุราณกาล สมัยปลายราชวงศ์เซียงต้นราชวงศ์จิวมีจิวบุ้นอ้วงเป็นฮ่องเต้  ในยุคนั้นผู้ที่นับว่าเป็นอัจฉริยะมี  “ เกียงจื๋อเง้ “ หรือเกียงไท้กง และหน่าจาซาไท้จื้อ องค์เทพเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อเป็นบุตรคนที่ 3 ของแม่ทัพหลี่เจ๋ง  กับ  นางฮิง  บุตรคนโตชื่อ “ กิมจา” และคนรองชื่อ “ บั่กจา ”  มารดาตั้งครรภ์หน่าจาเป็นเวลา 3 ปี 6 เดือน  จึงคลอด

 

หลังจากท้องแล้ว   หน่าจาแทนที่จะเป็นเด็กทารกดั่งเช่นเด็กทั่วไป  กลับเป็นก้อนเนื้อทรงกลม ๆ  ที่ห่อหุ้มไว้ด้วยเนื้อเยื่อและรกพันเต็มไปหมด  ยังความตกใจและประหลาดใจแก่แม่ทัพหลีเจ๋งและนางฮิง ผู้เป็นบิดา – มารดา ด้วยความประหลาดดังกล่าว   หลี่เจ๋งซึ่งเป็นบิดาจึงใช้กระบี่ฟันก้อนเนื้อ ปรากฎว่าภายในก้อนเนื้อนั้น  เป็นเด็กทารกเพศชาย  ซึ่งในมือขวาถือห่วงทองคำ  และรอบตัวพันด้วยผ้าแพรสีแดง  ยังความปิติยินดีให้กับครอบครัว  และขุนนางใหญ่น้อยได้มาแสดงความยินดีกับแม่ทัพหลี่เจ๋ง

 

ในขณะนั้นมีนักพรตท่านหนึ่งมีนามว่า “ ไท้อิกจิงยิ้ง” ซึ่งบำเพ็ญศีลภาวนาอยู่ ณ  ยอดเขาเคี่ยงง่วนซัว กิมกวงตัง มาร่วมแสดงความยินดีด้วย  และเมื่อได้เห็นบุคลิกลักษณะของเด็กน้อย  เกิดความชื่นชมในความเฉลียวฉลาด พร้อมกับได้ชี้แจงให้แม่ทัพหลี่เจ๋งและนางฮิงทราบว่า  ห่วงทองและผ้าแดงที่ติดตัวมานั้นเป็นของศักดิ์สิทธิ์  เป็นผู้มีบุญญาบารมีสูงอีกทั้งได้รับตัวเด็กน้อยไว้เป็นศิษย์และตั้งชื่อให้ว่า “หน่าจา” เพื่อถ่ายทอดวิชา

ถูกใจ แชร์

nongview

รีวิวเมื่อ 14 ก.พ. 54

พิธีไหว้ไฉ่ซิงเอี๊ย (เทพเจ้าแห่งโชคลาภ)
สำหรับในปี พ. ศ. 2554 (ปีเถาะ) ให้ทำการไหว้ ในคืนวันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554 เวลา 23.00 – 24.59  น.  ในปีนี้ให้หันหน้าไปทางทิศเหนือ


สิ่งของที่ใช้ในพิธีไหว้ มีดังนี้
1. โต๊ะสี่เหลี่ยม 1 ตัว   
2 . กระถางธูป (ถ้าไม่มีให้ใช้แก้วน้ำใส่ข้าวสาร)         
3. เทียนแดง 1 คู่                                       
4.  กิมฮวย 1 คู่   
5. แจกันพร้อมดอกไม้ (ดอกไม้มงคล)      
6. กิมซิง (รูปปั้น องค์เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี๊ย) มีหรือไม่มีก็ได้

เครื่องบวงสรวงมีรายการดังต่อไปนี้
1. น้ำเปล่า 5 ถ้วย           
2. น้ำชา 5 ถ้วย              
3. ข้าวอัด  5 ถ้วย             
4. สาคูแดง 5 ถ้วย
5. เจฉ่าย 5อย่าง 1ถาด    
6.ผลไม้ 5อย่าง 1ถาด (กล้วยหอม 1 หวี, สัปปะรด 1 หัว,ส้ม,องุ่น,แอ๊ปเปิ้ล)
7. ซิ่วท้อ 1 จาน             
8. ฮวกก้วย 1 ถาด           
9. ซิ่วหมี่ 1 จาน               
10. จับกิ่ม 1 จาน
11. น้ำตาลกรวด 1 จาน                                       
12. ถั่ว 5 อย่าง (ถั่วเขียว , ถั่วเหลือง , ถั่วลิสง , ถั่วแดงเม็ดเล็ก , ถั่วแดงเม็ดใหญ่)
หมายเหตุ  ฮวกก้วย และ  ซิ่วหมี่  มีหรือไม่มีก็ได้

เครื่องกระดาษที่ต้องใช้ มีดังนี้
1. เทียงเถ้าจี้ 1 ชุด            
2. งิ่งเตี๋ย 5 แผ่น            
3. 12 ไป่เทียบ 5 แผ่น             
4. คิ่วไฉ่จี้ 5 แผ่น
5. กุ้ยนั่งจี้ 5 แผ่น             
6. เผ่งอังจี้ 5 แผ่น          
7. เต้า 1คู่                                
8. หง่วงป้อ 5 ชุด พร้อม ตั่วกิมพับเป็นรูปทองก้อน 12 แผ่น
9. ชุดฉลองพระองค์ 1 ชุด หรือ 5 ชุดก็ได้            
(มีหรือไม่มีก็ได้)
 
สำหรับทิศที่ให้ไหว้ในปีนี้    ให้หันหน้าองค์กิมซิงไฉ่ซิงเอี๊ยไปทางทิศใต้ หรือถ้าไม่ตรงทิศให้หันหน้าเข้าบ้าน (ถ้ามี) โดยอธิษฐานพระนามของพระองค์ว่า “ปั๊กฮัง”  และ “ เอี้ยวเซียวซีไฉ่ซิ้ง ” เมื่อทำพิธีไหว้เสร็จแล้วให้นำเครื่องกระดาษไปเผาได้เลย

ถูกใจ แชร์

สถานที่ใกล้เคียง

ตลาดอ่างศิลา ตลาดอ่างศิลา

(รีวิว 1 รายการ)

ห่าง 1.09

ท่าเทียบเรือประมงอ่างศิลา ท่าเทียบเรือประมงอ่างศิลา

(รีวิว 1 รายการ)

ห่าง 1.10

ตลาดเก่าอ่างศิลา 100 ปี ตลาดเก่าอ่างศิลา 100 ปี

(รีวิว 2 รายการ)

ห่าง 1.32

เขาสามมุข เขาสามมุข

(รีวิว 1 รายการ)

ห่าง 2.75

วัดแสนสุขสุทธิวราราม วัดแสนสุขสุทธิวราราม

(รีวิว 3 รายการ)

ห่าง 3.30

หาดบางแสน หาดบางแสน

(รีวิว 1 รายการ)

ห่าง 3.97

แหลมแท่น แหลมแท่น

(รีวิว 1 รายการ)

ห่าง 4.01

ตลาดหนองมน ตลาดหนองมน

(รีวิว 505 รายการ)

ห่าง 5.46

โรงแรมใกล้เคียง

ทามารีน่า รีสอร์ท ทามารีน่า รีสอร์ท (รีวิว 1 รายการ)

ห่าง 0.33

ครก บูติค แอนด์ บิสโตร ครก บูติค แอนด์ บิสโตร (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 0.55

วัน บีท วินเทจ แอนด์ บิสโทร วัน บีท วินเทจ แอนด์ บิสโทร (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 1.01

เซ็นทรัล เพลส อ่างศิลา เซ็นทรัล เพลส อ่างศิลา (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 1.16

กันตา เบย์วิว กันตา เบย์วิว (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 2.55

คิลินตรา เรสซิเดนซ์ คิลินตรา เรสซิเดนซ์ (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 2.57

รอยัลสามมุขวิลล่า รอยัลสามมุขวิลล่า (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 2.71

เดอะมัก รีสอร์ท เดอะมัก รีสอร์ท (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 3.35

โรงแรม บางแสน วิลล่า โรงแรม บางแสน วิลล่า (รีวิว 1 รายการ)

ห่าง 3.47

คูด้า เอเชีย บางแสน คูด้า เอเชีย บางแสน (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 3.50

ร้านอาหารใกล้เคียง

ครัวเจ๊น้อง ครัวเจ๊น้อง (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 0.18

บ้านคุณแหม่ม บ้านคุณแหม่ม (รีวิว 1 รายการ)

ห่าง 0.66

สุเมธซีฟู้ดและยำ สุเมธซีฟู้ดและยำ (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 0.72

ร้านครัวลุงนาค อ่างศิลา ชลบุรี ร้านครัวลุงนาค อ่างศิลา ชลบุรี (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 0.77

มังกี้ ซีฟู๊ด มังกี้ ซีฟู๊ด (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 0.82

ทรัพย์ศิลาทอง ซีฟู้ด ทรัพย์ศิลาทอง ซีฟู้ด (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 0.89

ร้านอาหาร มงคลฟาร์ม ร้านอาหาร มงคลฟาร์ม (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 0.92

ร้านอุมดมฟาร์ม เจ๊ะเราะ ร้านอุมดมฟาร์ม เจ๊ะเราะ (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 0.92

ท่าเรือซีฟู๊ด ท่าเรือซีฟู๊ด (รีวิว 4 รายการ)

ห่าง 0.93

ครัวสมลักษณ์ ครัวสมลักษณ์ (รีวิว 0 รายการ)

ห่าง 1.02