“วัดสวยที่รวบรวมประวัติศาสตร์ของเมืองเชียงใหม่ผ่านกลุ่มเจดีย์สีขาวที่งดงามและพระวิหารขนาดใหญ่ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ”
วัดสวนดอก (Suan Dok Temple) มีประวัติการสร้างที่ย้อนกลับไปยาวนานกว่า 600 ปี โดยเริ่มต้นขึ้นในสมัยของพระเจ้ากือนาธรรมิกราช กษัตริย์ลำดับที่ 6 แห่งราชวงศ์มังราย ในอดีตพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วย ต้นพะยอม ซึ่งส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ จึงเรียกพื้นที่นี้ว่าสวนดอกพะยอม ต่อมาในปี พ.ศ. 1914 กษัตริย์ทรงมีพระราชศรัทธาอย่างแรงกล้า จึงได้อุทิศสวนดอกไม้ส่วนพระองค์แห่งนี้เพื่อสร้างวัดขึ้น เพื่อเป็นที่พำนักของพระสงฆ์ฝ่ายอัญวาสีจากสุโขทัยที่ทรงนิมนต์มาเพื่อเผยแผ่พุทธศาสนาในเชียงใหม่
จุดเด่นที่เป็นสัญลักษณ์ของวัดคือ พระเจดีย์องค์ใหญ่สีทองอร่าม ที่สร้างขึ้นในสถาปัตยกรรมแบบลังกาผสมพุกาม โดยมีความสำคัญอย่างยิ่งคือเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ตามตำนานเล่าว่าพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากสุโขทัยได้เกิดการ "ปาฏิหาริย์" แบ่งออกเป็นสององค์ โดยองค์หนึ่งประดิษฐานไว้ที่เจดีย์ทองของวัดสวนดอกแห่งนี้ และอีกองค์หนึ่งได้นำไปประดิษฐานไว้ ณ วัดพระธาตุดอยสุเทพ ทำให้วัดสวนดอกกลายเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ที่ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือสืบต่อกันมาอย่างช้าชาน
อีกหนึ่งความงดงามที่หาชมได้ยากคือกลุ่ม กู่เจ้านายฝ่ายเหนือ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของวัด กลุ่มเจดีย์สีขาวบริสุทธิ์จำนวนมากเหล่านี้คือสถานที่เก็บอัฐิของเจ้านายและกษัตริย์ในราชวงศ์ทิพย์จักราธิวงศ์ผู้ปกครองเมืองเชียงใหม่ในอดีต โดยพระราชชายาเจ้าดารารัศมีในรัชกาลที่ 5 ทรงมีพระดำริให้รวบรวมอัฐิของบรรดาเจ้าหลวงเชียงใหม่ที่กระจายอยู่หลายแห่งมาไว้รวมกัน ณ ที่นี่ เพื่อให้เป็นสถานที่ที่สวยงามและทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เจดีย์สีขาวที่ตั้งเรียงรายกันอย่างสงบนี้จึงเปรียบเสมือนอนุสาวรีย์แห่งความรักและความกตัญญูที่ชาวเชียงใหม่มีต่อบรรพบุรุษผู้สร้างเมือง
ภายในวัดยังเป็นที่ตั้งของ พระวิหารหลวง ซึ่งเป็นอาคารขนาดใหญ่โถงเปิดโล่งไม่มีผนังด้านข้างในอดีต (ก่อนจะมีการบูรณะภายหลัง) สถาปัตยกรรมภายในเน้นความโอ่โถง สวยงาม และเงียบสงบ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญหลายองค์ เช่น พระเจ้าเก้าตื้อ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปหล่อทองสำริดขนาดใหญ่ที่มีศิลปะงดงามที่สุดชิ้นหนึ่งของล้านนา โดยชื่อ เก้าตื้อ หมายถึงน้ำหนักของทองสำริดที่ใช้หล่อซึ่งมีปริมาณมหาศาล สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของพุทธศิลป์และความศรัทธาในสมัยนั้น
สำหรับความเชื่อและความศรัทธาที่ทำให้ผู้คนนิยมเดินทางมาที่นี่ คือการมา ขอพรเรื่องความรักและความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน เนื่องจากบริเวณกู่เจ้านายฝ่ายเหนือนั้นมีความหมายถึงการรวมจิตวิญญาณและความรักของบรรพบุรุษเชียงใหม่ไว้ในที่เดียวกัน หลายคนเชื่อว่าการมาอธิษฐานจิตที่นี่จะช่วยให้ความรักมั่นคงและพบเจอคนที่ดี นอกจากนี้ยังมีผู้คนนิยมมาขอพรกับ พระเจ้าเก้าตื้อ ในเรื่องของ โชคลาภและการงาน ให้มีความมั่นคงหนักแน่นเหมือนชื่อของพระพุทธรูป และมีความสำเร็จในการเจรจาติดต่อสื่อสาร
บรรยากาศโดยรวมของวัดสวนดอกจะมีความพิเศษตรงที่ให้ความรู้สึกเย็นสบายและกว้างขวาง ในช่วงยามเย็นเมื่อแสงสีทองของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าส่องมากระทบเจดีย์สีขาวและเจดีย์ทอง จะเกิดเป็นภาพที่สวยงามจับตาจนช่างภาพทั่วโลกต้องเดินทางมาบันทึกภาพความประทับใจนี้ วัดสวนดอกจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่ยังเป็นที่พึ่งทางใจและเป็นหน้ากระดาษประวัติศาสตร์ที่มีชีวิตของเมืองเชียงใหม่ที่ส่งต่อความศรัทธาจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่เสื่อมคลาย
ขอเชิญทุกท่านมาเดินเล่นในสวนดอกไม้แห่งศรัทธา ไหว้พระขอพร และสัมผัสความสงบที่ยังคงกลิ่นอายของอดีตได้ที่วัดสวนดอกแห่งนี้
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว/รถรับจ้าง:
- จากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้ถนนสุเทพ มุ่งหน้าไปทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วัดจะอยู่ทางฝั่งซ้ายมือ
รถโดยสารสาธารณะ:
- สามารถใช้บริการรถแดง (สองแถว) ในตัวเมืองเชียงใหม่ โดยแจ้งว่าไป "วัดสวนดอก"
ที่จอดรถ:
- มีพื้นที่จอดรถสำหรับผู้มาเยือนภายในบริเวณวัด
คำแนะนำ
-
ทำเลที่ตั้ง: วัดสวนดอกอยู่ใกล้กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จึงสะดวกในการเดินทางต่อยังสถานที่อื่น ๆ
-
เวลาที่เหมาะสม: ช่วงเช้าตรู่และช่วงเย็น เป็นช่วงที่อากาศดีและแสงสวยงามสำหรับการถ่ายภาพ
-
การแต่งกาย: ต้องแต่งกายสุภาพเรียบร้อยเมื่อเข้าสู่เขตพุทธาวาส
-
มารยาท: ควรถอดรองเท้าก่อนเข้าพระวิหาร ไม่ควรปีนป่ายหรือสัมผัสบริเวณกู่เจดีย์ด้วยความไม่เคารพ
ค่าธรรมเนียมเข้าชม:
-
เข้าชมฟรี (ยกเว้นอาจมีการเก็บค่าบำรุงรักษาบางอาคารจากชาวต่างชาติประมาณ 20 บาท)
เวลาเปิดทำการ:
-
เปิดให้เข้าชมทุกวัน โดยปกติ 06:00 – 18:00 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 5 รายการ)รีวิวเมื่อ 27 ก.ค. 53
พระเจดีย์วัดสวนดอก ได้รับการบูรณะใหม่และหุ้มแผ่นทองจังโกพระเจดีย์ใหญ่ทรงลังกาบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1914 ในรัชกาลของพระเจ้ากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่ง ราชวงศ์เม็งราย โปรดเกล้าฯ ให้สร้าง "พระอารามหลวง" โดยโปรดเกล้าให้สร้าง "พระเจดีย์ทรงลังกา" ขึ้นเพื่อประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ที่พระมหาเถระสุมนได้อัญเชิญมาจากสุโขทัย ในปี พ.ศ. 1912 ซึ่งแต่เดิมมีเจดีย์แบบสุโขทัย (ทรงพุ่มข้าวบิณฑ์) อยู่ทางทิศตะวันตกขององค์พระเจดีย์ใหญ่ แต่ได้ปรักหักพังลง พระเจดีย์องค์ใหญ่สูง 24 วา ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 52 ตอนที่ 75 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2478
รีวิวเมื่อ 27 ก.ค. 53
วัดสวนดอก ต่อได้รับการบูรณะครั้งสำคัญ 2 ครั้ง ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2450 พระราชชายา เจ้าดารารัศมี ใน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญรวบรวมพระอัฐิ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ และ พระประยูรญาติ มาประดิษฐานรวมกัน และต่อมาอีกครั้งหนึ่งในปี พ.ศ. 2475 เป็นการบูรณะปฏิสังขรณ์องค์พระวิหารโดย ครูบาเจ้าศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา
รีวิวเมื่อ 27 ก.ค. 53
รีวิวเมื่อ 27 ก.ค. 53
รีวิวเมื่อ 27 ก.ค. 53