“แหล่งรวบรวมแมลงและฟอสซิลสะสมที่เกิดจากความรักและความเชี่ยวชาญกว่าทั้งชีวิตของเจ้าของ พร้อมสัมผัสเรื่องราวของยุงและแมลงในแง่มุมที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน ”
พิพิธภัณฑ์แมลงโลกและสิ่งมหัศจรรย์ธรรมชาติ (Museum of World Insects and Natural Wonders) ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่รวบรวมของแปลก แต่เป็นอนุสรณ์สถานแห่งความเพียรพยายามของ คุณมานพ รัตนกุล และ ดร.รุ่งโรจน์ รัตนกุล สองสามีภรรยาที่อุทิศเวลาทั้งชีวิตให้กับการศึกษาด้านกีฏวิทยา โดยจุดเริ่มต้นของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ย้อนกลับไปยาวนานกว่า 40 ปี จากงานวิจัยเรื่อง ยุง ที่คุณมานพได้ทุ่มเทศึกษาเพื่อช่วยยับยั้งโรคไข้มาลาเรียในประเทศไทย จนได้รับฉายาจากสื่อต่างชาติว่าเป็น Mosquito Manหรือมนุษย์ยุง ความหลงใหลในโลกของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กนี้ได้ขยายขอบเขตจากการเก็บสะสมเพื่อการวิจัย ไปสู่การสะสมแมลงจากทั่วทุกมุมโลกและสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอื่นๆ จนในที่สุดได้ตัดสินใจเปิดบ้านส่วนตัวในย่านนิมมานเหมินท์ให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ในปี พ.ศ. 2545
สิ่งที่น่าสนใจและถือเป็น หัวใจหลักของที่นี่คือ การจัดแสดงยุงกว่า 400 สายพันธุ์ ที่พบในประเทศไทย ซึ่งบางชนิดมีขนาดเล็กจนแทบมองไม่เห็นแต่ถูกจัดวางไว้อย่างประณีตพร้อมคำอธิบายเชิงลึกที่หาอ่านจากที่อื่นได้ยาก นอกจากเรื่องยุงแล้ว ภายในอาคาร 2 ชั้นแห่งนี้ยังอัดแน่นไปด้วย แมลงสตาฟนับหมื่นตัว ที่มีรูปร่างสมมาตรและสีสันสวยงามราวกับงานศิลปะ ตั้งแต่ผีเสื้อกลางคืนยักษ์ แมลงสตั๊ดที่พรางตัวเหมือนใบไม้ ไปจนถึงด้วงกว่างขนาดมหึมาจากป่าดิบชื้น ตู้โชว์แต่ละใบถูกเขียนด้วยลายมือและคำบรรยายที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ขัน สะท้อนให้เห็นว่าผู้สร้างไม่ได้มองแมลงเป็นเพียงสัตว์ตัวเล็กๆ แต่เป็นฟันเฟืองสำคัญที่ขับเคลื่อนระบบนิเวศของโลกใบนี้มาตั้งแต่อดีตกาล
ความมหัศจรรย์ของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังข้ามพ้นขอบเขตของแมลงไปสู่ โลกดึกดำบรรพ์ ผ่านคอลเลกชันฟอสซิลและหินรูปร่างประหลาดที่คุณมานพสะสมไว้จากการเดินทางทั่วโลก ผู้มาเยือนจะได้ตื่นตาตื่นใจกับ ฟอสซิลไดโนเสาร์ ชิ้นส่วนของสัตว์ทะเลโบราณที่กลายเป็นหิน และไม้กลายเป็นหินที่มีอายุยาวนานหลายล้านปี รวมถึงหินงอกหินย้อยและแร่ธาตุที่มีรูปร่างแปลกตาตามธรรมชาติสร้างสรรค์ ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกจัดวางไว้อย่างหนาแน่นจนเกิดเป็นบรรยากาศขลังและมีมนต์เสน่ห์แบบพิพิธภัณฑ์วินเทจดั้งเดิม ที่ให้ความรู้สึกแตกต่างจากหอศิลป์หรือพิพิธภัณฑ์สมัยใหม่ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายที่นักวิจัยและนักธรรมชาติวิทยาจากทั่วโลกต้องแวะมาเยือนเมื่อมาถึงเชียงใหม่
สำหรับ ช่างภาพและผู้รักการเรียนรู้ ทุกตารางนิ้วในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้คือสตูดิโอแห่งความรู้ที่ไม่มีวันจบสิ้น แสงไฟสลัวที่กระทบลงบนปีกผีเสื้อหรือพื้นผิวของก้อนหินโบราณสร้างบรรยากาศที่น่าค้นหาและทรงพลัง ส่วนกลุ่มครอบครัวที่มีเด็กๆ มาด้วยจะพบว่าที่นี่เปรียบเสมือนบทเรียนนอกห้องเรียนที่ยอดเยี่ยมที่สุด เพราะจะช่วยปลูกฝังให้เด็กๆ รักและเข้าใจในธรรมชาติรอบตัวมากขึ้นผ่านการได้เห็น "ของจริง" ที่สะสมด้วยหัวใจ แม้กาลเวลาจะผ่านไปและตัวตึกอาจจะดูเก่าขรึมลงไปบ้าง แต่นั่นกลับยิ่งเน้นย้ำถึงความยั่งยืนของความรู้และความรักในธรรมชาติที่เจ้าของตั้งใจส่งต่อมาหลายทศวรรษ
ความพิเศษอีกประการที่ทำให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ยังคงตั้งตระหง่านอยู่กลางย่านเศรษฐกิจที่วุ่นวายได้ คือการเป็น เครื่องเตือนใจถึงความสมดุลระหว่างมนุษย์และธรรมชาติ ในยามค่ำคืนที่แสงสีของนิมมานเริ่มทำงาน แต่ภายในกำแพงแห่งนี้ยังคงเก็บรักษาความสงบและเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตที่อยู่รอดมาได้หลายล้านปีเอาไว้ ทุกก้าวย่างที่คุณเดินชมและทุกตัวอักษรที่คุณอ่าน จะทำให้คุณตระหนักว่ามนุษย์เป็นเพียงส่วนเสี้ยวเล็กๆ ของโลกใบนี้เท่านั้น การได้มาเยือนพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงไม่ใช่แค่การดูแมลง แต่เป็นการอาบประสบการณ์ทางปัญญาที่จะทำให้หัวใจของคุณพองโตด้วยความเคารพต่อธรรมชาติ และเป็นแรงบันดาลใจให้เราช่วยกันรักษาโลกที่แสนมหัศจรรย์นี้สืบต่อไป
วิธีการเดินทาง
รถแท็กซี่/แอปพลิเคชันเรียกรถ:
- ปักหมุดที่ "พิพิธภัณฑ์แมลงโลกและสิ่งมหัศจรรย์ธรรมชาติ" หรือ "72 นิมมานเหมินทร์ ซอย 13" (สะดวกที่สุด)
รถแดง (สองแถว):
- สามารถนั่งรถแดงมาลงที่ถนนนิมมานเหมินทร์ และเดินต่อเข้าซอย 13 (ประมาณ 10 นาที) หรือแจ้งคนขับให้เข้าซอย
รถยนต์ส่วนตัว:
- อาจมีที่จอดรถจำกัดบริเวณริมถนนในซอย
คำแนะนำ
-
ระยะเวลาที่ใช้: ประมาณ 1 - 1.5 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับความสนใจ
-
ข้อควรทราบ: เป็นพิพิธภัณฑ์ที่เน้นการจัดแสดง แมลงสตัฟฟ์ (ไม่ใช่สวนสัตว์แมลงมีชีวิต)
-
สถานที่เที่ยวใกล้เคียง: ถนนนิมมานเหมินทร์ (แหล่งร้านกาแฟ, ร้านอาหาร, แหล่งช็อปปิ้ง) และ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
ค่าเข้าชม/ค่าบริการ:
-
ชาวไทย: ผู้ใหญ่ ประมาณ 120 บาท, เด็ก ประมาณ 100 บาท
-
ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ ประมาณ 200 - 300 บาท, เด็ก ประมาณ 100 - 150 บาท
เวลาเปิด-ปิด:
- เปิดเวลาประมาณ 10:00 น. – 15:00 น.
- หยุดทุกวันพุธ (แนะนำให้โทรสอบถามก่อนเข้าชม)