“สถาปัตยกรรมศรีวิชัยสีขาวอ่อนสง่างาม, อาคารทรงเหมราชลีลา และ องค์จตุคามรามเทพ (สี่พักตร์) ที่ประดิษฐานอยู่บนยอดเสาหลักเมือง”
ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช (Nakhon Si Thammarat City Pillar Shrine) เริ่มดำเนินการก่อสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2530 และถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญสูงสุดแห่งหนึ่งของเมือง โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จทรงเจิมยอดชัยหลักเมือง ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมืองและประชาชน
เสาหลักเมืองทำจาก ไม้ตะเคียนทอง ซึ่งอัญเชิญมาจาก ภูเขายอดเหลือง ในทิวเขานครศรีธรรมราช มีความสูง 2.94 เมตร แกะสลักลวดลายอย่างประณีตตามคติความเชื่อทาง ศาสนาพราหมณ์ผสมผสานกับพุทธศาสนามหายาน โดยยอดเสาหลักเมืองประดิษฐาน องค์จตุคามรามเทพ เทพผู้พิทักษ์เมืองตามความเชื่อโบราณ ซึ่งมีสี่พระพักตร์หมายถึงการคุ้มครองเมืองในทุกทิศทาง
รูปแบบสถาปัตยกรรมของศาลหลักเมืองได้รับแรงบันดาลใจจาก ศิลปะศรีวิชัย สะท้อนถึงความรุ่งเรืองของนครศรีธรรมราชในฐานะเมืองท่าทางทะเลและศูนย์กลางอารยธรรมสำคัญของคาบสมุทรภาคใต้ อาคารสีขาวสะอาดตา ประดับด้วยลวดลายอ่อนช้อย สื่อถึงความสงบ ศักดิ์สิทธิ์ และพลังแห่งศรัทธา ภายในยังเชื่อกันว่าเป็นที่สถิตของ พระเสื้อเมืองและพระทรงเมือง ผู้คอยปกปักรักษาเมืองและประชาชน
ในปัจจุบัน ศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราชไม่เพียงเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แต่ยังเป็น ศูนย์รวมจิตใจของชาวเมือง และผู้ศรัทธาจากทั่วประเทศ ผู้คนมักเดินทางมาสักการะเพื่อเสริมสิริมงคล ความมั่นคงในชีวิต หน้าที่การงาน และความร่มเย็นเป็นสุข บรรยากาศภายในศาลเต็มไปด้วยความสงบ ขรึมขลัง และแฝงไว้ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานของเมืองนครศรีธรรมราช
วิธีการเดินทาง
- รถยนต์ส่วนตัว: เดินทางมาตาม ถนนราชดำเนิน ซึ่งเป็นถนนสายหลักกลางเมือง ศาลหลักเมืองตั้งอยู่ติดกับ สนามหน้าเมือง มีพื้นที่จอดรถสะดวกบริเวณโดยรอบ
- รถสาธารณะ: สามารถนั่งรถสองแถวสาย สนามกีฬา – หัวถนน (รถสีน้ำเงิน) ซึ่งวิ่งผ่านถนนราชดำเนินตลอดสาย และลงรถที่หน้าศาลหลักเมืองได้ทันที
คำแนะนำ
- ควรแต่งกายสุภาพ เนื่องจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ (หลีกเลี่ยงเสื้อแขนกุดหรือกางเกงขาสั้นเหนือเข่า)
- มุมด้านหน้าศาลหลักเมืองเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยม โดยเฉพาะช่วงที่ท้องฟ้าโปร่ง จะเห็นอาคารสีขาวตัดกับท้องฟ้าอย่างงดงาม
- แนะนำให้มาในช่วง เช้าตรู่หรือช่วงเย็น อากาศไม่ร้อน และแสงธรรมชาติเหมาะแก่การถ่ายภาพและสักการะ
ค่าเข้าชม:
- ไม่มีค่าเข้าชม (ฟรี)
เวลาเปิด-ปิด:
- เปิดให้เข้าสักการะทุกวัน เวลา 07:30 – 19:00 น.