“ขนาดที่มหึมาขององค์เจดีย์ ซึ่งมีความสูงและฐานที่กว้างมาก จนได้รับฉายาว่า “เจดีย์ยักษ์””
เจดีย์ยักษ์ นครศรีธรรมราช เป็นโบราณสถานขนาดใหญ่ที่มีพุทธลักษณะเป็น เจดีย์ทรงระฆังคว่ำแบบลังกา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในช่วง พุทธศตวรรษที่ 18–19 ตรงกับสมัยสุโขทัย โดยเดิมเป็นส่วนหนึ่งของวัดที่ร้างไปแล้วตามกาลเวลา ปัจจุบันองค์เจดีย์ตั้งอยู่โดดเด่นริม ถนนราชดำเนิน ใกล้กับสนามหน้าเมือง และเป็นโบราณสถานที่มีขนาดใหญ่รองลงมาจาก พระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เพียงแห่งเดียวในจังหวัดนครศรีธรรมราช
ตามตำนานพื้นเมืองเล่าว่า ในอดีตมีมหาเศรษฐีหรือที่เรียกกันว่า “ยักษ์” ได้ท้าพนันกับพุทธศาสนิกชนกลุ่มหนึ่งซึ่งกำลังก่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ ว่าฝ่ายใดจะสร้างเจดีย์เสร็จก่อน โดยผู้ที่สร้างเสร็จก่อนจะจุดไฟเป็นสัญญาณ ฝ่ายยักษ์ได้เร่งสร้างเจดีย์ของตนอย่างรวดเร็ว ขณะที่อีกฝ่ายใช้อุบายด้วยการนำผ้าสีเหลืองโอบหุ้มยอดเจดีย์และจุดไฟให้สะท้อนแสงแดด ทำให้ยักษ์เข้าใจผิดว่าพระบรมธาตุเจดีย์สร้างเสร็จแล้ว จึงละทิ้งการก่อสร้างเจดีย์ยักษ์ไป
ด้วยเหตุนี้ เจดีย์ยักษ์จึงถูกปล่อยให้สร้างไม่แล้วเสร็จในอดีต และคงเหลือเพียงส่วนฐานและองค์ระฆังที่ไม่มีส่วนยอดแหลมอย่างสมบูรณ์ ต่อมาเมื่อกาลเวลาผ่านไป องค์เจดีย์เกิดการชำรุดทรุดโทรม จนกระทั่ง กรมศิลปากร ได้เข้าดำเนินการบูรณะครั้งสำคัญ โดยเสริมความมั่นคงของฐานและก่ออิฐขึ้นใหม่ตามหลักฐานทางโบราณคดี ทำให้เจดีย์ยักษ์กลับมามีความสง่างามอีกครั้ง และกลายเป็น สัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์และศรัทธา ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองนครศรีธรรมราชมาจนถึงปัจจุบัน
วิธีการเดินทาง
- รถยนต์ส่วนตัว: ขับรถไปตามถนนราชดำเนิน ซึ่งเป็นถนนสายหลักกลางเมืองนครศรีธรรมราช มุ่งหน้าไปทางศาลากลางจังหวัด เจดีย์ยักษ์จะตั้งอยู่ริมถนน ใกล้กับสำนักงานเทศบาลนครนครศรีธรรมราชและสนามหน้าเมือง สามารถจอดรถได้บริเวณริมถนนหรือลานจอดรถสนามหน้าเมือง
- รถสาธารณะ: สามารถนั่งรถสองแถวสาย “สนามกีฬา – หัวถนน” (รถสีน้ำเงิน) ซึ่งวิ่งผ่านหน้าเจดีย์ยักษ์ตลอดทั้งวัน แจ้งคนขับว่าลงที่เจดีย์ยักษ์หรือหน้าศาลากลางจังหวัด
คำแนะนำ
-
จุดถ่ายภาพที่สวยที่สุดคือฟุตบาทฝั่งตรงข้ามถนนราชดำเนิน จะเห็น องค์เจดีย์ยักษ์คู่กับศาลหลักเมือง อย่างชัดเจน
-
ช่วงเย็นแสงแดดจะส่องเข้าด้านหน้าองค์เจดีย์ เหมาะสำหรับถ่ายภาพให้เห็นรายละเอียดของเนื้ออิฐ
-
เนื่องจากอยู่ใกล้กับ ศาลหลักเมือง และ หอพระพุทธสิหิงค์ แนะนำให้เดินเที่ยวชมทั้งสามแห่งในคราวเดียวกัน
ค่าเข้าชม:
- ไม่มีค่าเข้าชม (สามารถเข้าชมจากภายนอกได้ตลอดเวลา)
เวลาเปิด-ปิด:
- เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง (เนื่องจากเป็นโบราณสถานกลางแจ้ง)
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 2 รายการ)รีวิวเมื่อ 21 ส.ค. 54
รีวิวเมื่อ 22 ต.ค. 53