“สักการะพระบรมสารีริกธาตุภายในพระมหาธาตุคู่พระบารมี พร้อมชื่นชมความงามของสวนดอกไม้และทัศนียภาพทะเลหมอกบนดอยอินทนนท์ในบรรยากาศที่สงบและเป็นระเบียบ”
พระมหาธาตุนภเมทนีดล และพระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ (Pagoda Noppamethanedon and Pagoda Nopphonphusiri) เป็นปูชนียสถานที่กองทัพอากาศไทยร่วมกับพสกนิกรชาวไทยจัดสร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ (60 พรรษา) ของทั้งสองพระองค์ พื้นที่ตั้งอยู่บนยอดดอยอินทนนท์ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นและทัศนียภาพที่กว้างไกล ทำให้สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความจงรักภักดีและเป็นศิริมงคลสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่
พระมหาธาตุนภเมทนีดล มีความหมายว่า "พระเจดีย์ที่ประดิษฐานอย่างยิ่งใหญ่ในท้องฟ้าและเป็นกำลังแห่งแผ่นดิน" ถูกสร้างขึ้นก่อนในปี พ.ศ. 2530 โดยมีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมสีน้ำตาลอมม่วงอันสื่อถึงมรรคมีองค์ 8 ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่ยอดเจดีย์ และพระพุทธรูปปางประทานพรที่แกะสลักอย่างวิจิตรบรรจงจากหินแกรนิตสีเขียว สถาปัตยกรรมถูกออกแบบให้มีความแข็งแรงทนทานต่อสภาพอากาศบนพื้นที่สูง แต่ยังคงความอ่อนช้อยตามแบบฉบับพุทธศิลป์ไทยร่วมสมัยไว้อย่างลงตัว
ต่อมาในปี พ.ศ. 2535 ได้มีการสร้าง พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ ขึ้นเคียงคู่กัน โดยมีมีความหมายว่า "เป็นกำลังแห่งฟ้า และเป็นสิริแห่งแผ่นดิน" องค์เจดีย์โดดเด่นด้วยสีม่วงอมชมพูและรูปทรงสิบสองเหลี่ยมประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสีสันสวยงาม ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระพุทธรูปปางรำพึงแกะสลักจากหินหยกขาวที่งดงาม สภาพแวดล้อมโดยรอบถูกจัดสรรเป็นสวนดอกไม้เมืองหนาวนานาพรรณที่ได้รับการดูแลอย่างประณีต ทำให้พื้นที่นี้เป็นจุดพักผ่อนทางจิตใจและจุดถ่ายภาพทิวทัศน์ที่มีความสวยงามติดอันดับต้นของประเทศ
เสน่ห์ที่สำคัญของการมาเยือนพระมหาธาตุคู่แห่งนี้คือการสัมผัสบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด ทางวัดและเจ้าหน้าที่ให้ความสำคัญกับการรักษาความสะอาดและการจัดการพื้นที่อย่างเป็นระบบ เพื่อคงความศักดิ์สิทธิ์และความงดงามของทัศนียภาพไว้ให้สมบูรณ์ที่สุด ผู้มาเยือนจะพบกับความสงบในจิตใจขณะเดินชมสวนดอกไม้ที่โอบล้อมด้วยหมอกจางๆ และเห็นยอดเขาสลับซับซ้อนทอดยาวสุดสายตา เป็นประสบการณ์ที่รวมเอาความศรัทธาและความงดงามของธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
พระมหาธาตุทั้งสององค์จึงมิใช่เพียงสถาปัตยกรรมที่สวยงามบนยอดดอยเท่านั้น แต่ยังเป็นประจักษ์พยานแห่งความรักและความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์และประชาชนชาวไทย การเดินทางมาสักการะและเยี่ยมชมที่นี่ นอกจากจะได้ศึกษาประวัติศาสตร์และงานศิลปกรรมที่ประณีตแล้ว ยังช่วยให้ผู้มาเยือนได้รับแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตตามหลักธรรมที่ซ่อนอยู่ในงานสถาปัตยกรรม พร้อมเก็บภาพความประทับใจของยอดดอยที่สูงที่สุดในประเทศไทยสืบไป
วิธีการเดินทาง
-
รถยนต์ส่วนตัว: จากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 (เชียงใหม่-ฮอด) มุ่งสู่อำเภอจอมทอง แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1009 (ดอยอินทนนท์) เดินทางขึ้นสู่ยอดดอยประมาณกิโลเมตรที่ 41.5
-
รถสาธารณะ: สามารถนั่งรถสี่ล้อแดงจากประตูเชียงใหม่ไปยังอำเภอจอมทอง แล้วต่อรถสองแถวเหลืองสายจอมทอง-อินทนนท์ หรือเหมารถรับจ้างเพื่อความสะดวกเนื่องจากสถานที่ตั้งอยู่บนพื้นที่สูง
คำแนะนำ
-
การแต่งกาย: โปรดแต่งกายด้วยชุดสุภาพและให้เกียรติสถานที่ (งดสวมกางเกงขาสั้น หรือเสื้อแขนกุด) เนื่องจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และมีนโยบายที่เคร่งครัด
-
สิ่งอำนวยความสะดวก: มีระบบบันไดเลื่อนเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้สูงอายุและผู้พิการในการขึ้นไปสักการะองค์พระมหาธาตุ
-
สภาพอากาศ: อากาศบนดอยอินทนนท์หนาวเย็นตลอดทั้งปีและอาจมีลมแรง ควรเตรียมเครื่องกันหนาวให้พร้อมก่อนเดินทาง
-
การถ่ายภาพ: อนุญาตให้ถ่ายภาพบริเวณรอบนอกและสวนดอกไม้ได้ตามปกติ แต่ควรสำรวมกิริยาและไม่รบกวนสมาธิของผู้ที่มาปฏิบัติธรรมหรือสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ค่าเข้าชม:
-
ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 40 บาท / เด็ก 20 บาท
-
ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 200 บาท / เด็ก 100 บาท
เวลาเปิด-ปิด:
-
เปิดบริการทุกวัน: 08:00 – 17:00 น.