“ปรากฏการณ์ความงามของสายน้ำตกคู่ที่ไหลขนานกันลงจากหน้าผาสูงชันท่ามกลางผืนป่าดิบเขา และเป็นสถานที่ที่ได้รับพระราชทานนามอันทรงคุณค่าเพื่อเป็นสิริมงคลแก่พสกนิกรและผืนป่าอินทนนท์”
น้ำตกสิริภูมิ (Siriphum Waterfall) มีความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ที่ลึกซึ้งและมีความสำคัญต่อจิตใจของชาวไทยอย่างยิ่ง เดิมน้ำตกแห่งนี้มีชื่อเรียกในท้องถิ่นว่า น้ำตกเล่าปือ ตามชื่อของผู้นำหมู่บ้านม้งในพื้นที่ขุนกลาง ต่อมาเมื่อมีการจัดตั้งสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ขึ้นเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวไทยภูเขา หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี ประธานมูลนิธิโครงการหลวงในขณะนั้น ได้ทรงขอพระราชทานนามใหม่จาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยได้รับพระราชทานนามว่า "สิริภูมิ" ซึ่งเป็นการอัญเชิญพระนามของทั้งสองพระองค์คือ สิริ จากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และ ภูมิ จากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มารวมกัน
ความน่าสนใจในเชิง รุกขวิทยาและนิเวศวิทยา ของน้ำตกสิริภูมิอยู่ที่การเป็นพื้นที่อนุรักษ์พรรณไม้โบราณที่มีความสำคัญระดับชาติ บริเวณรอบน้ำตกได้รับการจัดตั้งเป็น สวนหลวงศิริภูมิ ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมพรรณไม้ประดับเมืองหนาว โดยเฉพาะ "สวนเฟิร์น" ที่รวบรวมเฟิร์นหายากทั้งไทยและต่างประเทศไว้จำนวนมาก รวมถึงกุหลาบพันปีหลากหลายสายพันธุ์ที่บานสะพรั่งในช่วงฤดูหนาว สายน้ำที่ไหลลงมาไม่ได้เพียงแต่มอบความสวยงามทางทัศนียภาพเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่สร้างระบบพ่นละอองน้ำธรรมชาติ ที่ช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้กับพรรณไม้อิงอาศัยและพืชคลุมดินตลอดทั้งปี
สภาพภูมิประเทศของน้ำตกสิริภูมิมีความโดดเด่นด้วยลักษณะเป็น น้ำตกคู่ ที่ไหลลงมาจากหน้าผาหินแกรนิตสูงชัน ซึ่งสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากระยะไกลในบริเวณหมู่บ้านขุนกลาง สายน้ำทั้งสองจะพุ่งตัวลงมาเป็นเส้นตรงยาวสีขาวตัดกับสีเขียวเข้มของป่าดิบเขาที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งบนดอยอินทนนท์ ในมิติทางธรณีวิทยา หน้าผาที่น้ำตกไหลผ่านเป็นส่วนหนึ่งของรอยเลื่อนที่ยกตัวขึ้นตามธรรมชาติ ทำให้เกิดความลาดชันสูงจนน้ำที่ตกลงมาดูเหมือนม่านสีขาวที่พริ้วไหวตามแรงลม สร้างเสน่ห์ที่น่าหลงใหลให้กับช่างภาพและนักธรรมชาติวิทยาที่ต้องการบันทึกภาพความลงตัวระหว่างความแกร่งของหินและความอ่อนช้อยของสายน้ำ
นอกจากความสวยงามแล้ว น้ำตกแห่งนี้ยังเป็นต้นแบบของการ จัดการทรัพยากรน้ำบนพื้นที่สูง ภายใต้การดูแลของมูลนิธิโครงการหลวง สายน้ำจากสิริภูมิได้ถูกนำมาบริหารจัดการเพื่อใช้ในโรงเรือนวิจัยพืชผักเมืองหนาวและการอุปโภคบริโภคในชุมชนอย่างเป็นระบบ สะท้อนให้เห็นถึงแนวคิดการพึ่งพาธรรมชาติอย่างชาญฉลาดและการรักษาป่าต้นน้ำเพื่อให้มีน้ำใช้อย่างยั่งยืน การเดินทางเข้าไปถึงตัวน้ำตกผ่านเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติสั้นๆ จะทำให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้ถึงกลิ่นอายของป่าดิบเขาดึกดำบรรพ์ที่ถูกอนุรักษ์ไว้อย่างเข้มงวด
การมาเยือนน้ำตกสิริภูมิจึงไม่ใช่เพียงแค่การชมความงามของน้ำตกที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในโครงการหลวง แต่คือการมาสัมผัส รอยจารึกแห่งประวัติศาสตร์ ของการพัฒนาพื้นที่สูงของไทย ความสงบเงียบและความเย็นฉ่ำของอากาศที่วนเวียนอยู่รอบกายจะทำให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงความหมายของคำว่า ป่าคือชีวิต อย่างแท้จริง เป็นจุดเช็คอินที่มอบทั้งความรู้เชิงวิชาการเกษตรและความอิ่มเอมใจในความงามที่ได้รับพระราชทานนามอันเป็นมงคลสูงสุดนี้
วิธีการเดินทาง
-
รถยนต์ส่วนตัว: จากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 108 ไปยังอำเภอจอมทอง แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 1009 ขึ้นดอยอินทนนท์ เมื่อถึง กม.ที่ 31 (ที่ทำการอุทยานฯ) ให้เลี้ยวขวาเข้าไปทางสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ น้ำตกจะตั้งอยู่ด้านหลังสถานีฯ
-
รถโดยสารสาธารณะ: ขึ้นรถสองแถวเหลือง เชียงใหม่-จอมทอง แล้วต่อรถสองแถวสายจอมทอง-อินทนนท์ ลงที่หน้าหมู่บ้านขุนกลาง (กม. 31) แล้วเดินเท้าหรือจ้างรถรับจ้างท้องถิ่นเข้าไปยังน้ำตก
-
ข้อมูลเพิ่มเติม: รถยนต์สามารถเข้าถึงบริเวณลานจอดรถหน้าสวนศิริภูมิได้สะดวก ทางเข้าลาดชันเล็กน้อยแต่เป็นถนนลาดยางสภาพดี
คำแนะนำ
-
ช่วงเวลาที่แนะนำ: เดือน ธันวาคม - กุมภาพันธ์ อากาศเย็นจัดและดอกไม้ในสวนจะสวยงามที่สุด เหมาะแก่การถ่ายภาพจากมุมกว้างที่จะเห็นน้ำตกสองสายขนานกัน
-
เส้นทางเดิน: ทางเดินเข้าไปชมน้ำตกเป็นทางปูนและบันไดสลับกับทางดิน มีระยะทางสั้นๆ แต่ควรระวังความลื่นจากตะไคร่น้ำบริเวณใกล้ตัวน้ำตก
-
การถ่ายภาพ: จุดถ่ายภาพที่ดีที่สุดคือจากถนนหลักในหมู่บ้านขุนกลางที่จะเห็นน้ำตกพาดผ่านหน้าผาทั้งสาย และอีกจุดคือภายในสวนศิริภูมิที่เห็นฐานน้ำตกท่ามกลางเฟิร์นยักษ์
-
ความปลอดภัย: ห้ามปีนป่ายหน้าผาน้ำตกเนื่องจากมีความสูงชันและลื่นมาก และควรสวมเสื้อกันหนาวเนื่องจากบริเวณใต้ร่มไม้น้ำตกจะมีอุณหภูมิต่ำกว่าปกติ
-
การสนับสนุน: แนะนำให้นักท่องเที่ยวอุดหนุนผลิตภัณฑ์โครงการหลวงและร้านอาหารในสถานีเกษตรหลวงอินทนนท์เพื่อสนับสนุนรายได้แก่ชาวเขาในพื้นที่
ค่่าเข้าชม:
-
ราคาคนละ 20 บาท (เป็นค่าบำรุงรักษาสวนหลวงศิริภูมิและเส้นทางเดินชมน้ำตก)
เวลาเปิด-ปิด:
-
เปิดให้บริการทุกวัน: 08:00 – 17:00 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 5 รายการ)รีวิวเมื่อ 1 ส.ค. 55
รีวิวเมื่อ 1 ส.ค. 55
รีวิวเมื่อ 1 ส.ค. 55
รีวิวเมื่อ 1 ส.ค. 55
รีวิวเมื่อ 1 ส.ค. 55