“วัดโบราณศิลปะพุทธคยา โดดเด่นด้วยวิหารเจดีย์เจ็ดยอด ปูนปั้นเทวดางดงาม และเป็นวัดประจำปีมะเส็ง”
วัดเจ็ดยอด พระอารามหลวง (Wat Jet Yod / Wat Photharam Maha Vihara) หรือชื่อเดิมว่า วัดโพธารามมหาวิหาร เป็นวัดสำคัญทางประวัติศาสตร์และศิลปกรรมของจังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นในสมัย พระเจ้าติโลกราช แห่งราชวงศ์มังราย เมื่อปี พ.ศ. 1998 โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก มหาโพธิวิหาร เมืองพุทธคยา ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า จึงทำให้สถาปัตยกรรมของวัดแห่งนี้มีเอกลักษณ์แตกต่างจากวัดอื่นในล้านนาอย่างชัดเจน
พระเจ้าติโลกราช ทรงเป็นกษัตริย์ผู้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมพระพุทธศาสนาในอาณาจักรล้านนา พระองค์ได้อัญเชิญพระสงฆ์และสมณะทูตเดินทางไปยังประเทศอินเดียและลังกา เพื่อศึกษาหลักธรรมและรูปแบบสถาปัตยกรรมทางพระพุทธศาสนา ก่อนนำแนวคิดมาสร้างวัดเจ็ดยอดให้เป็นศูนย์กลางแห่งพุทธศาสนาในล้านนา วัดแห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงวัดหลวงเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองทางศาสนาและวัฒนธรรมของเชียงใหม่ในยุคทองอีกด้วย
จุดเด่นสำคัญที่สุดคือ วิหารเจดีย์เจ็ดยอด ซึ่งสร้างขึ้นตามแนวคิด “สัตตมหาสถาน” อันหมายถึงสถานที่สำคัญ 7 แห่งที่พระพุทธเจ้าประทับเสวยวิมุตติสุขหลังตรัสรู้ โครงสร้างของวิหารประกอบด้วยยอดเจดีย์รวม 7 ยอด อันเป็นที่มาของชื่อ “วัดเจ็ดยอด” และถือเป็นหนึ่งในงานสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่ามากที่สุดของเชียงใหม่
องค์วิหารมีลักษณะเป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมก่อด้วยศิลาแลงและอิฐ มีทางเดินโดยรอบคล้ายมหาโพธิวิหารแห่งพุทธคยา ด้านบนประดับด้วยเจดีย์ 7 องค์ ซึ่งสื่อถึงการตรัสรู้และความสมบูรณ์แห่งพระธรรม ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญหลายองค์ บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การนั่งสมาธิและปฏิบัติธรรม
ผนังด้านนอกของวิหารประดับด้วย ปูนปั้นรูปเทวดา ที่มีความอ่อนช้อยงดงาม เป็นศิลปะล้านนาผสมสุโขทัยที่ยังคงความสมบูรณ์ไว้ได้อย่างน่าทึ่ง แม้จะผ่านกาลเวลามาหลายร้อยปี รายละเอียดของลวดลาย เครื่องทรง และท่วงท่าของเทวดาแต่ละองค์ สะท้อนถึงฝีมือช่างชั้นครูในยุคโบราณได้อย่างประณีตงดงาม นักประวัติศาสตร์ศิลป์หลายท่านยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผลงานปูนปั้นที่งดงามที่สุดของล้านนา และมีคุณค่าทางศิลปกรรมระดับประเทศ
ในปี พ.ศ. 2020 วัดแห่งนี้ยังมีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา โดยถูกใช้เป็นสถานที่จัด การสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 8 ของโลก ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการจัดสังคายนาในประเทศไทย พระสงฆ์ผู้ทรงภูมิจากหลายหัวเมืองได้มาร่วมตรวจชำระพระธรรมวินัย ณ วัดแห่งนี้ ทำให้วัดเจ็ดยอดกลายเป็นศูนย์กลางทางศาสนาและวิชาการทางพระพุทธศาสนาที่สำคัญของล้านนาในอดีต
ภายในวัดยังมีโบราณสถานสำคัญหลายแห่ง เช่น พระสถูปเจดีย์ศิลาแลงบรรจุพระอัฐิของพระเจ้าติโลกราช ซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังวิหารเจ็ดยอด ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงล้านนาโบราณที่มีความเรียบง่ายแต่ทรงคุณค่า นอกจากนี้ยังมีพระวิหาร พระอุโบสถ และแนวต้น ศรีมหาโพธิ์ ขนาดใหญ่ที่ปลูกเรียงรายทั่วบริเวณวัด ช่วยสร้างบรรยากาศร่มรื่นและสงบวิเวกเสมือนอยู่ในดินแดนพุทธสังเวชนียสถาน
อีกหนึ่งความสำคัญของวัดเจ็ดยอดคือ การเป็น วัดประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีมะเส็ง (งูเล็ก) ตามคติความเชื่อของชาวล้านนา เชื่อว่าหากได้มาสักการะเจดีย์เจ็ดยอด จุดธูปเทียนบูชา และเวียนเทียนรอบองค์วิหาร จะช่วยเสริมดวงชะตา ปัดเป่าสิ่งไม่ดี และนำพาความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ชีวิต ผู้คนนิยมเดินทางมาสักการะเป็นพิเศษในช่วงวันสำคัญทางพุทธศาสนาและเทศกาลปีใหม่เมืองเชียงใหม่
ปัจจุบัน วัดเจ็ดยอด ยังคงเป็นทั้งสถานที่ประกอบศาสนกิจ แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ล้านนา และแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญของเชียงใหม่ นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสความงดงามของสถาปัตยกรรมโบราณ ศึกษาประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา และดื่มด่ำกับบรรยากาศอันสงบเงียบใจกลางเมืองเชียงใหม่ได้ตลอดทั้งปี
วิธีการเดินทาง
- วัดตั้งอยู่ริม ถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ (เชียงใหม่–ลำปาง) ใกล้สี่แยกรินคำและศูนย์การค้า MAYA Lifestyle Shopping Center สามารถเดินทางได้สะดวกทั้งรถยนต์ส่วนตัว รถสี่ล้อแดง และรถโดยสารสาธารณะ โดยทางเข้าหลักติดถนนใหญ่ มีป้ายบอกทางชัดเจน
คำแนะนำ
- ผู้ที่เกิด ปีมะเส็ง นิยมมาไหว้พระประจำปีเกิดเพื่อเสริมสิริมงคล
- ควรเดินชมรายละเอียดของ ปูนปั้นเทวดา รอบวิหารอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นงานศิลป์หาชมได้ยาก
- ช่วงเช้าและช่วงเย็นอากาศจะร่มรื่น เหมาะแก่การถ่ายภาพและทำสมาธิ
- ภายในวัดมีต้น ศรีมหาโพธิ์ ขนาดใหญ่หลายต้น ให้บรรยากาศสงบเงียบ
- ควรแต่งกายสุภาพ เนื่องจากเป็นพระอารามหลวงและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำคัญของเชียงใหม่
ค่าเข้าชม:
- ฟรี (ไม่มีค่าธรรมเนียมเข้าชม)
เวลาเปิด–ปิด:
- เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 18.00 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 3 รายการ)รีวิวเมื่อ 27 ก.ค. 53
รีวิวเมื่อ 27 ก.ค. 53
เจดีย์เจ็ดยอด
เป็นโบราณสถานที่สำคัญที่สุดของประเทศไทย เชื่อว่าถ่ายแบบมาจากมหาโพธิ์เจดีย์พุทธคยาประเทศอินเดีย สร้างประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๙ - ๒๐ เมื่อปี พ.ศ. ๒๐๒๐ พระเจ้าติโลกราชโปรดให้จัดการประชุมพระเถรานุเถระ ทั่วทุกหัวเมืองในอาณาจักรล้านนาแล้วทรงคัดเลือกได้พระธรรมทิณ เจ้าอาวาสวัดป่าตาล ผู้ทรงอบรมรู้ภาษาบาลีเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พระองค์ทรงเป็นพระธานฝ่ายคฤหัสถ์ ทำการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งใหญ่เป็นลำดับที่ ๘
โดยทำมาแล้วทั้งในอินเดียและศรีลังกา นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทย
รีวิวเมื่อ 27 ก.ค. 53
เมื่อพระเจ้าติโลกราชสวรรคตในปี พ.ศ. ๒๐๓๐ พระยอดเชียงรายราชนัดดาได้สืบราชสมบัติแทน โปรดให้สร้างจิตกาธาน
(เชิงตะกอน) ขึ้นในวัดนี้เพื่อเป็นสถานที่ฌาปนสถานถวายพระเพลิงพระศพของพระดัยกาธิราชแล้วโปรดให้สร้างพระสถูปใหญ่
เพื่อบรรจุพระอัฐิและพระอังคารธาตุของพระเข้าติโลกราชไว้ภายในบริเวณวัดสถูปนี้ก่ออิฐถือปูน ทรงมณฑปสี่เหลี่ยม
ย่อมุมมีซุ้มคูหาเป็นจตุรมุข หลังคาทรงบัวกลม ส่วนเครื่องยอดต่อขึ้นไปก่อเป็นสถูปทรงระฆังกลม ซุ้มคูหาด้านทิศตะวันออก
ฝังเข้าไปในตัวมณฑป ประดิษฐานพระพุทธปฎิมากรปูนปั้นมารวิชัยหนึ่งองค์