“กราบสักการะ "พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ" (ตัวแทนทิศตะวันออก) พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และชมวิหารจตุรมุขที่ออกแบบอย่างวิจิตรบรรจง”
วัดศาลาแดง (Sala Daeng Temple) เป็นวัดเก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานของจังหวัดสระบุรี สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2311 ในช่วงปลายสมัยกรุงศรีอยุธยาต่อเนื่องต้นกรุงรัตนโกสินทร์ เดิมวัดแห่งนี้มีชื่อว่า “วัดแก่งม่วง” ซึ่งตั้งชื่อตามสภาพภูมิประเทศในอดีตที่บริเวณริมแม่น้ำมีแก่งหินขนาดใหญ่และต้นมะม่วงเก่าแก่ขึ้นอยู่จำนวนมาก ทำให้พื้นที่โดยรอบมีความร่มรื่นและเหมาะแก่การพักแรมของผู้เดินทาง
ต่อมาได้เกิดเหตุการณ์น้ำหลากที่พัดพาแก่งหินและต้นมะม่วงใหญ่หายไป เหลือเพียง ศาลาพักร้อนหลังคามุงกระเบื้องสีแดง ซึ่งเคยใช้เป็นที่พักของผู้เดินทางและผู้แสวงบุญที่เดินทางไปนมัสการรอยพระพุทธบาทและพระพุทธฉาย ศาลาหลังนี้กลายเป็นจุดสังเกตสำคัญของพื้นที่ ชาวบ้านจึงเรียกวัดแห่งนี้ว่า “วัดศาลาแดง” และใช้ชื่อนี้สืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน
ความสำคัญสูงสุดของวัดศาลาแดงคือการเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ หรือที่ประชาชนทั่วไปเรียกว่า “พระสี่มุมเมือง” ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่กรมการรักษาดินแดนจัดสร้างขึ้นจำนวนสี่องค์ เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาและแสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2511 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานพระพุทธรูปองค์นี้ให้แก่จังหวัดสระบุรี เพื่อเป็นพระพุทธรูปประจำ ทิศตะวันออก โดยพระสี่มุมเมืองอีกสามองค์ประดิษฐานอยู่ที่จังหวัดลำปาง พัทลุง และราชบุรี
สถาปัตยกรรมภายในวัดศาลาแดงมีความโดดเด่นและสะท้อนศิลปะไทยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะ วิหารจตุรมุข ซึ่งเป็นอาคารทรงไทยที่มีความสง่างาม หลังคาซ้อนชั้นและมียอดปรางค์งดงาม ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ ให้พุทธศาสนิกชนได้เข้าสักการะขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลและความปลอดภัยจากโรคภัย
นอกจากนี้ ภายในวัดยังมี อุโบสถเก่า ที่มีบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม ภายในประดิษฐานพระประธานปางมารวิชัย ซึ่งสร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2464 รวมถึง ศาลาพระพุทธรูปประจำวันเกิด ที่แยกเป็นสัดส่วน เปิดโอกาสให้ประชาชนได้สักการะพระพุทธรูปตามวันเกิดของตน วัดศาลาแดงจึงเปรียบเสมือนศูนย์รวมศรัทธาและจิตใจของชาวเมืองสระบุรี ด้วยทำเลที่ตั้งใกล้ตลาดและชุมชนปากเพรียว ทำให้มีผู้คนแวะเวียนมาทำบุญ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ และพักผ่อนจิตใจอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- ตั้งอยู่ในตัวเมืองสระบุรี บริเวณตำบลปากเพรียว สามารถขับรถเข้าทางถนนพิชัยรณรงค์สงครามหรือทางถนนเลียบทางรถไฟ วัดตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟสระบุรี
พิกัด:
- ใจกลางอำเภอเมืองสระบุรี เดินทางสะดวกด้วยรถรอบเมือง
คำแนะนำ
การสักการะ:
- แนะนำให้เริ่มต้นจากการกราบพระพุทธนิรโรคันตรายฯ ในวิหารจตุรมุขเพื่อความเป็นสิริมงคลเป็นอันดับแรก
บรรยากาศ:
- วัดค่อนข้างกว้างขวางและแบ่งเป็นโซนเก่าและโซนใหม่ชัดเจน เหมาะแก่การมาเดินชมสถาปัตยกรรมแบบไทยดั้งเดิม
กิจกรรม:
- เนื่องจากอยู่ใจกลางเมือง หลังจากทำบุญเสร็จสามารถเดินไปหาของกินอร่อยๆ ในตลาดปากเพรียวได้ง่ายมาก
ค่าธรรมเนียมเข้าชม
-
เข้าชมฟรี
เวลาทำการ
-
เปิดทุกวัน: 07:00 – 17:00 น.