“อาคารสีส้มอิฐสไตล์ดัตช์ร่วมสมัยที่สร้างขึ้นบนรากฐานเดิมของสถานีการค้าฮอลันดา ซึ่งเคยเป็นสถานีการค้าที่ใหญ่และสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
บ้านฮอลันดา (Baan Hollanda) ไม่ได้เป็นเพียงพิพิธภัณฑ์ที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่เป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีรากฐานยาวนานย้อนกลับไปถึงปี พ.ศ. 2177 ในรัชสมัย สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เมื่อ บริษัทอินเดียตะวันออกของฮอลันดา (Vereenigde Oost-Indische Compagnie หรือ VOC) ได้รับพระราชทานที่ดินบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อใช้เป็นสถานีการค้า คลังสินค้า และที่พักอาศัยของชาวดัตช์ พื้นที่แห่งนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในชุมชนชาวต่างชาติที่สำคัญที่สุดของกรุงศรีอยุธยา และเป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างสยามกับโลกตะวันตกในยุคนั้น
ในอดีต บ้านฮอลันดาเคยเป็นหมู่บ้านชาวดัตช์ที่มีความคึกคัก เต็มไปด้วยโกดังสินค้า ท่าเรือ และบ้านพักของพ่อค้า โดยสินค้าสำคัญที่ทำการค้าส่งออก ได้แก่ หนังกวาง ไม้ฝาง น้ำตาล ข้าว และดีบุก ซึ่งเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูงในตลาดยุโรป การตั้งถิ่นฐานของชาวดัตช์ไม่เพียงส่งผลต่อเศรษฐกิจของอยุธยาเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในการแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการเดินเรือ การจัดการน้ำ และระบบการค้าสมัยใหม่
อาคารบ้านฮอลันดาในปัจจุบันได้รับการออกแบบให้จำลองลักษณะของสถานีการค้าดั้งเดิม เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน สองชั้น ภายในจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับ “ชาววิลันดา” ซึ่งเป็นคำที่ชาวสยามใช้เรียกชาวดัตช์ในอดีต โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็นหลายส่วน เช่น ประวัติการเดินเรือ การค้าระหว่างประเทศ สินค้าที่แลกเปลี่ยน และวิถีชีวิตของชาวดัตช์ในกรุงศรีอยุธยา ไฮไลต์สำคัญคือ พื้นที่จัดแสดงใต้พื้นกระจก ที่จำลองการขุดค้นทางโบราณคดีของกรมศิลปากร ซึ่งเผยให้เห็นเศษภาชนะ เครื่องถ้วยชาม และโบราณวัตถุที่ค้นพบจากพื้นที่จริง
บรรยากาศของบ้านฮอลันดามีความเงียบสงบและร่มรื่น ด้วยที่ตั้งริมแม่น้ำเจ้าพระยาทำให้มีลมพัดเย็นสบายตลอดวัน ชั้นล่างของอาคารนอกจากจะเป็นส่วนต้อนรับและนิทรรศการแล้ว ยังมีคาเฟ่ขนาดเล็กที่ตกแต่งในโทนสีขาวเรียบง่าย แซมด้วยสัญลักษณ์ วัวสีส้ม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเนเธอร์แลนด์ นักท่องเที่ยวนิยมมานั่งพักผ่อน จิบเครื่องดื่ม และลิ้มลองอาหารสไตล์ดัตช์ พร้อมชมวิวแม่น้ำที่ไหลผ่านอย่างสงบ
สำหรับผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์ บ้านฮอลันดาถือเป็น จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ ที่ช่วยให้เข้าใจบทบาทของกรุงศรีอยุธยาในฐานะ เมืองท่าระดับโลก ได้อย่างชัดเจน สถานที่แห่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานทางวัฒนธรรม เทคโนโลยี และระบบการค้าระหว่างตะวันออกกับตะวันตก ซึ่งยังคงเป็นบทเรียนทางประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่าและร่วมสมัยมาจนถึงปัจจุบัน
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- เดินทางมาทางวัดพนัญเชิงวรวิหาร ขับรถเลยทางเข้าวัดไปเล็กน้อยจะเห็นป้ายทางเข้า "บ้านฮอลันดา" อยู่ทางซ้ายมือ เลี้ยวเข้าซอยคานเรือไปจนสุดทาง (ทางเข้าอาจเป็นถนนเล็กๆ แต่รถยนต์เข้าได้)
รถโดยสารสาธารณะ:
- นั่งรถตุ๊กตุ๊กหัวกบจากเกาะเมือง แจ้งพิกัด "บ้านฮอลันดา ติดวัดพนัญเชิง"
จักรยาน/รถมอเตอร์ไซค์เช่า:
- เป็นจุดที่เหมาะสำหรับการปั่นจักรยานเที่ยวต่อเนื่องจากวัดพนัญเชิงและหมู่บ้านญี่ปุ่น เนื่องจากตั้งอยู่บนเส้นทางริมน้ำสายเดียวกัน
คำแนะนำ
ช่วงเวลาที่เหมาะสม:
- แนะนำช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ๆ เนื่องจากแสงแดดที่ตกกระทบอาคารสีส้มจะสวยงามมากสำหรับการถ่ายภาพ และอากาศริมน้ำจะไม่ร้อนจนเกินไป
นิทรรศการชั้น 2:
- ควรใช้เวลาอ่านข้อมูลนิทรรศการบนชั้น 2 อย่างละเอียด เพราะมีการรวบรวมภาพแผนที่และบันทึกการเดินทางที่หาดูได้ยาก
ของที่ระลึก:
- มีมุมขายของที่ระลึกที่มีเอกลักษณ์ เช่น รองเท้าไม้จำลองและงานเซรามิกแบบดัตช์ (Delft Blue) ที่น่ารักและเหมาะเป็นของฝาก
การวางแผน:
- สามารถจัดแผนเที่ยวเป็นเส้นทาง "หมู่บ้านนานาชาติ" ได้ โดยเริ่มจากวัดพนัญเชิง -> บ้านฮอลันดา -> หมู่บ้านญี่ปุ่น -> วัดนักบุญยอแซฟ
ค่าเข้าชม
-
ผู้ใหญ่: 50 บาท
-
เด็ก/นักเรียน: (โปรดสอบถามราคาพิเศษ ณ จุดจำหน่าย)
เวลาเปิด-ปิด
-
เปิดบริการ: วันพุธ - วันอาทิตย์ (9:00 – 16:00 น.)
-
ปิดทำการ: วันจันทร์ และ วันอังคาร