“ชม บานประตูวิหารวัดพระฝาง งานแกะสลักไม้สมัยอยุธยาขนาดใหญ่ลวดลายกนกงดงามระดับประเทศ พร้อม อาคารธรรมสภา แห่งแรกของไทย และ หลวงพ่อเชียงแสน พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองอุตรดิตถ์”
วัดธรรมาธิปไตย (Wat Thammathipatai) เป็นวัดสำคัญที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอุตรดิตถ์ บริเวณสี่แยกจุดตัดของ ถนนอินใจมี กับ ถนนสำราญรื่น บนพื้นที่กว่า 19 ไร่ 24 ตารางวา ลักษณะเป็นพื้นที่ราบกลางชุมชน โดยมีอาณาเขตชัดเจน ได้แก่ ทิศเหนือยาว 200 เมตรจดถนนอินใจมี ทิศใต้ยาว 165 เมตรจดที่ดินส่วนบุคคล (พ.ต.ธีระ) ทิศตะวันออกยาว 200 เมตรจดถนนสำราญรื่น และทิศตะวันตกยาว 180 เมตรจดที่ดินส่วนบุคคล (นายทองดา ขุนอินทร์)
ไฮไลท์สำคัญที่สุดของวัดคือ “บานประตูวิหารวัดพระฝาง” งานแกะสลักไม้โบราณ สมัยอยุธยา ที่ทรงคุณค่า ทำจากไม้ปรูขนาดใหญ่ กว้าง 2.2 เมตร สูง 5.3 เมตร หนา 16 เซนติเมตร แกะสลักลวดลาย กนกก้านขดและพุ่มทรงข้าวบิณฑ์ 7 พุ่ม ประกอบลายกนกใบเทศอย่างวิจิตร ได้รับการยกย่องว่าเป็น บานประตูไม้แกะสลักที่งดงามเป็นอันดับสองของประเทศไทย รองจากวัดสุทัศน์ กรุงเทพฯ โดยอัญเชิญมาจาก วัดพระฝางสวางคบุรีมุนีนาถ เพื่อการอนุรักษ์
อีกหนึ่งเอกลักษณ์คือ อาคารธรรมสภา อาคารปูน 2 ชั้น ขนาดกว้าง 19.30 เมตร ยาว 40.30 เมตร สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2491 และแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2493 ในสมัยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ถือเป็น อาคารลักษณะนี้หลังแรกของจังหวัดอุตรดิตถ์ และเป็น ธรรมสภาแห่งแรกของประเทศไทย ที่รวมการใช้งานถึง 7 ประการไว้ในอาคารเดียว ได้แก่ อุโบสถ วิหาร ศาลาการเปรียญ โรงเรียน หอสวดมนต์ หอไตร และธรรมสมาคม โดยมี พระสุธรรมเมธี (บันลือ ธมฺมธโช ป.ธ.8) เป็นผู้ริเริ่ม พร้อมได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7 เสด็จมาทรงปิดทองลูกนิมิตเอก เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2492
ภายในอาคารธรรมสภาประดิษฐาน “หลวงพ่อเชียงแสน” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์องค์สำคัญ เป็นพระประธานในอุโบสถ ขนาดหน้าตักกว้าง 38 นิ้ว สูง 67 นิ้ว ปางมารวิชัย เนื้อโลหะสัมฤทธิ์บริสุทธิ์ ศิลปะสุโขทัย สกุลช่างยุคกลาง มีอายุกว่า 700 ปี อัญเชิญมาจาก วัดราชบุรณราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร หลังได้รับความเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2485 และยังถือเป็น 1 ใน 2 พระพุทธรูปสุโขทัยสำคัญของจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยอีกองค์คือ “หลวงพ่อสุโขทัยสัมฤทธิ์” ประดิษฐานอยู่ที่วัดคุ้งตะเภา ซึ่งไม่เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชม ต่างจากวัดธรรมาธิปไตยที่สามารถเข้าสักการะได้
ในด้านประวัติความเป็นมา วัดแห่งนี้เดิมชื่อ “วัดท่าทราย” ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านบริเวณท่าอิฐล่าง หรือบ้านบางโพเหนือ ต่อมาน้ำกัดเซาะตลิ่งพัง จึงย้ายวัดขึ้นมาห่างจากที่เดิมประมาณ 2 กิโลเมตร มายังพื้นที่ใหม่ที่มีต้นไม้ร่มรื่น โดยเฉพาะต้นมะขามขนาดใหญ่จำนวนมาก จึงได้ชื่อว่า “วัดต้นมะขาม” ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2345
ต่อมาเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2482 พระสุธรรมเมธี (บันลือ ธมฺมธโช ป.ธ.8) ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส และเห็นว่าชื่อวัดเดิมไม่สอดคล้องกับสภาพวัดที่ตั้งอยู่กลางเมือง อีกทั้งต้นมะขามใหญ่ก็ไม่ปรากฏแล้ว จึงได้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดธรรมาธิปไตย” นับแต่นั้นเป็นต้นมา
ปัจจุบัน วัดธรรมาธิปไตย เป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญด้าน ศิลปกรรมไทย ประวัติศาสตร์ และพุทธศาสนา โดดเด่นทั้งงานแกะสลักไม้ระดับชาติ สถาปัตยกรรมแนวคิดล้ำยุค และพระพุทธรูปโบราณอันทรงคุณค่า ท่ามกลางบรรยากาศ ร่มรื่น สงบ เหมาะแก่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการศึกษา
วิธีการเดินทาง
- รถยนต์: ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอุตรดิตถ์ ใกล้สี่แยกถนนอินใจมีตัดกับถนนสำราญรื่น เดินทางสะดวก มีป้ายบอกทางชัดเจน
คำแนะนำ
- ช่วงเวลาที่แนะนำ: 09:00 – 11:30 น. อากาศไม่ร้อน
- บานประตูโบราณอยู่ภายในอาคาร ควรสอบถามก่อนเข้าชม
- แต่งกายสุภาพ เนื่องจากเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
- ใช้เวลาเที่ยวประมาณ 30–60 นาที
- สามารถร่วมทำบุญเพื่อบำรุงวัด
ค่าเข้าชม:
- เข้าชมฟรี (ร่วมทำบุญตามศรัทธา)
เวลาเปิด-ปิด:
- เปิดทุกวัน: 08:00 – 17:00 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 2 รายการ)รีวิวเมื่อ 26 ส.ค. 55
รีวิวเมื่อ 26 ส.ค. 55