“ความงดงามของศาลที่สร้างขึ้นในรูปแบบสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่มีความสง่างาม ภายในประดิษฐานเสาหลักเมืองและรูปเคารพเจ้าพ่อมเหสักข์ ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาอย่างมากในด้านความคุ้มครองและความเจริญรุ่งเรือง”
ศาลหลักเมืองสกลนคร และศาลเจ้าพ่อมเหสักข์ (Sakon Nakhon City Pillar Shrine and the Chao Pho Mahesak Shrine) คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่รวมความศรัทธาของชาวสกลนครไว้อย่างเหนียวแน่น โดยตั้งอยู่บริเวณทิศตะวันตกเฉียงใต้ของสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ (สระพังทอง) ซึ่งเป็นแหล่งน้ำสำคัญทางประวัติศาสตร์มาแต่โบราณ ความโดดเด่นของสถานที่แห่งนี้คือการประดิษฐานสิ่งศักดิ์สิทธิ์สองส่วนอยู่เคียงคู่กัน ส่วนแรกคือ "ศาลเจ้าพ่อมเหสักข์" ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดั้งเดิมที่มีความเชื่อสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยขอมโบราณ ตามตำนานท้องถิ่นเชื่อว่าท่านเป็นเทพารักษ์หรือวิญญาณบรรพบุรุษผู้ปกปักรักษาเมืองหนองหาน (ชื่อเดิมของสกลนคร) มาช้านาน เดิมทีศาลเจ้าพ่อมเหสักข์เป็นเพียงศาลไม้ขนาดเล็ก แต่ด้วยความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อความศักดิ์สิทธิ์ในการดลบันดาลความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรือง จึงได้มีการบูรณะก่อสร้างอาคารใหม่ให้เป็นสถาปัตยกรรมแบบไทยประยุกต์ที่สง่างามดังที่เห็นในปัจจุบัน
ในส่วนของ "ศาลหลักเมืองสกลนคร" นั้น ถือเป็นเครื่องหมายแห่งการสร้างบ้านแปลงเมืองที่เป็นระเบียบตามคติความเชื่อแบบไทย โดยเสาหลักเมืองนี้ทำจากไม้มงคลขนาดใหญ่ ยอดเสาแกะสลักเป็นรูปดอกบัวตูมอย่างวิจิตรบรรจง บรรจุแผ่นดวงเมืองเพื่อให้เกิดความมั่นคงแก่จังหวัด อาคารศาลหลักเมืองถูกออกแบบให้มีลักษณะโถงจตุรมุข มียอดแหลมตามแบบสถาปัตยกรรมไทย เน้นโทนสีขาวและสีทองสื่อถึงความบริสุทธิ์และความเจริญรุ่งเรือง พื้นที่โดยรอบจัดเป็นสวนหย่อมที่สะอาดตาและเงียบสงบ
ความสำคัญของศาลแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่โบราณสถาน แต่เป็น "ศูนย์รวมจิตใจ" ของคนทุกชนชั้น ในแต่ละวันจะมีผู้คนหลั่งไหลมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล โดยเฉพาะผู้ที่ประกอบอาชีพค้าขายและข้าราชการมักจะมาขอพรให้หน้าที่การงานราบรื่น นอกจากนี้ในทุกๆ ปี ในช่วงวันขึ้น 6 ค่ำ เดือน 3 จะมีพิธีบวงสรวงครั้งใหญ่ที่เรียกว่า "งานบุญเดือนสาม" ซึ่งเป็นประเพณีสืบทอดกันมาเพื่อขอบคุณเจ้าพ่อมเหสักข์ที่คุ้มครองเมืองให้พ้นจากภัยพิบัติและบันดาลให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล การมาเยือนศาลหลักเมืองสกลนครจึงเป็นการสัมผัสถึงรากเหง้าความเชื่อที่ผสมผสานระหว่างคติพราหมณ์ คติพุทธ และการนับถือผีบรรพบุรุษที่ยังคงมีลมหายใจอยู่ในวิถีชีวิตคนเมืองสกลนครอย่างแท้จริง
วิธีการเดินทาง
-
รถยนต์ส่วนตัว: เดินทางเข้าสู่ตัวเมืองสกลนคร ใช้ถนนเจริญเมือง ซอย 2 ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากใจกลางเมือง
-
รถสาธารณะ: สามารถใช้บริการรถรับจ้างในตัวเมือง เช่น รถสามล้อเครื่อง หรือแท็กซี่ ไปยังศาลหลักเมืองได้อย่างสะดวก
คำแนะนำ
-
การเข้าสักการะศาลหลักเมือง เชื่อว่าจะช่วยเสริมความมั่นคงในชีวิต การงาน และความเจริญรุ่งเรือง
-
อย่าลืมสักการะศาลบริวารทั้ง 4 หลังด้านหลัง ได้แก่ ท้าวสีภูมมี, ท้าวสีภูมมา, ท้าวสีอุทัย และท้าวสีวันทา
-
บริเวณโดยรอบศาลสะอาดและเงียบสงบ เหมาะสำหรับการทำบุญและพักผ่อน
-
แนะนำมาในช่วงเช้าหรือบ่าย เพื่อความสะดวกและบรรยากาศร่มรื่น
ค่าเข้าชม:
- ไม่มีค่าธรรมเนียม
เวลาเปิด-ปิดทำการ:
- โดยทั่วไปเปิดให้เข้าชมและสักการะ 08.00 - 17.00 น.