“สัมผัสอดีตผ่าน กุญแจแห่งประวัติศาสตร์ ที่รวบรวมเครื่องมือทำกินและงานพุทธศิลป์ล้ำค่าจากการสะสมมาทั้งชีวิตของจ่าสิบเอก ดร.ทวี บูรณเขตต์”
พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านจ่าทวี (Sargent Major Thawee Folk Museum) แห่งนี้ไม่ได้เริ่มจากงบประมาณมหาศาล แต่เริ่มจาก ความรักและการมองเห็นคุณค่า ของชายคนหนึ่งที่ชื่อ จ่าสิบเอก ดร.ทวี บูรณเขตต์ ครับ ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ในขณะที่ประเทศไทยกำลังพัฒนาอย่างรวดเร็ว ข้าวของเครื่องใช้โบราณที่แสดงถึงภูมิปัญญาชาวบ้านเริ่มถูกทิ้งขว้าง จ่าทวีท่านเห็นแล้วรู้สึกเสียดายที่สิ่งเหล่านี้กำลังจะหายไป ท่านจึงเริ่มรวบรวมและ ใช้เงินทุนส่วนตัว ค่อยๆ กว้านซื้อและเก็บสะสมเครื่องมือทำมาหากินของชาวบ้านในเขตภาคเหนือตอนล่างไว้ทีละชิ้นสองชิ้น โดยตั้งเป้าหมายว่า อยากสร้างเป็นสถานที่ที่คนรุ่นหลังได้เห็น ว่าบรรพบุรุษของเราเคยอยู่อย่างไร และคนไทยนั้นมีความฉลาดในการประดิษฐ์เครื่องมือเครื่องใช้เพียงใด
เหตุผลสำคัญในการสร้างพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ คือจ่าทวีต้องการให้เป็น แหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต สำหรับเยาวชนและคนทั่วไป ท่านเชื่อว่าวัตถุสิ่งของทุกชิ้นมี เรื่องราว และมี ชีวิต ซ่อนอยู่ภายใน การสร้างพิพิธภัณฑ์นี้จึงไม่ใช่แค่การเก็บของเก่า แต่เป็นการ รักษาจิตวิญญาณของท้องถิ่น ไม่ให้เลือนหายไปตามกาลเวลา ท่านลงแรงทั้งกายและใจ จัดการรวบรวมวัตถุโบราณที่ตอนนี้มีจำนวนนับหมื่นชิ้น จนได้รับการยอมรับในระดับสากลและได้รับรางวัลการันตีคุณภาพมากมาย รวมถึงจ่าทวีเองยังได้รับยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติอีกด้วย
เมื่อเดินเข้ามาด้านใน คุณจะได้พบกับพื้นที่ที่จัดแบ่งไว้เป็นสัดส่วนเพื่อความง่ายในการรับชม โดยหลักๆ จะแบ่งออกเป็น 4 โซนสำคัญ ดังนี้ครับ:
-
โซนประวัติและอาคารทรงไทย: เป็นการแนะนำประวัติของจ่าทวีและการก่อตั้ง รวมถึงภาพถ่ายเก่าๆ ของเมืองพิษณุโลกที่หาดูได้ยากมากในปัจจุบัน
-
โซนเครื่องมือเครื่องใช้พื้นบ้าน: โซนนี้คือไฮไลท์ที่รวบรวมของกินของใช้ในครัวเรือน เครื่องจักสาน และอุปกรณ์การเกษตรทุกรูปแบบ ตั้งแต่ครกหิน ถังตวงข้าว ไปจนถึงเกวียนโบราณ
-
โซนอุปกรณ์ดักสัตว์: นี่คือโซนที่แสดงถึงความอัจฉริยะของคนสมัยก่อน โดยมีการโชว์ "กับดัก" หลากหลายชนิด ทั้งกับดักหนู กับดักปลา และสัตว์ป่า ซึ่งมีการกลไกการทำงานที่ซับซ้อนและน่าทึ่งมาก
-
โซนของเล่นและของสะสมโบราณ: เป็นโซนที่ชวนให้คิดถึงวัยเด็ก มีทั้งของเล่นไม้ ตุ๊กตาดินเผา และสิ่งของที่หาดูไม่ได้แล้วในยุคดิจิทัล
สิ่งที่ทำให้พิพิธภัณฑ์แห่งนี้แตกต่างจากที่อื่นคือ ความรู้สึกที่เป็นกันเอง เดินแล้วเหมือนเราเข้าไปเที่ยวบ้านญาติผู้ใหญ่ที่สะสมของเก่งๆ บรรยากาศจะร่มรื่นไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ มีอาคารไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น วัตถุแต่ละชิ้นจะมีป้ายอธิบายสั้นๆ เข้าใจง่าย ทำให้คนที่ไม่เคยมีความรู้เรื่องประวัติศาสตร์เลยก็สามารถสนุกไปกับการเดินชมได้ นอกจากนี้ฝั่งตรงข้ามยังมี โรงหล่อพระบูรณะไทย ซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมของจ่าทวีที่คุณสามารถข้ามไปชมขั้นตอนการปั้นและหล่อพระพุทธรูปขนาดใหญ่แบบของจริงได้อีกด้วย
การมาที่นี่ไม่ใช่แค่การมาดูของเก่าที่วางเรียงกัน แต่คือการมาสัมผัส ความรักและความผูกพัน ที่ชายคนหนึ่งมีต่อรากเหง้าของตนเอง เป็นสถานที่ที่ช่วยย้ำเตือนใจเราว่า ก่อนที่จะมีเทคโนโลยีล้ำสมัยในวันนี้ บรรพบุรุษไทยเคยใช้สมองและสองมือสร้างสรรค์สิ่งของขึ้นมาได้อย่างน่าอัศจรรย์เพียงใด จึงเป็นพิกัดที่ไม่ควรพลาดเด็ดขาดเมื่อมาเยือนพิษณุโลก
วิธีการเดินทาง
-
รถยนต์ส่วนตัว: ตั้งอยู่บนถนนวิสุทธิกษัตริย์ (ตรงข้ามกับโรงหล่อพระบูรณะไทย) มีที่จอดรถสะดวกสบาย
-
รถรับจ้าง: บอกคนขับว่าไป พิพิธภัณฑ์จ่าทวี หรืออยู่ใกล้กับแยกโรงเรียนเฉลิมขวัญสตรี
คำแนะนำ
-
เวลาที่แนะนำ: ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมงเพื่อชมได้ทั่วถึง
-
จุดห้ามพลาด: เยี่ยมชมโรงหล่อพระพุทธรูปฝั่งตรงข้ามเพื่อชมกระบวนการหล่อพระแบบดั้งเดิม
-
การถ่ายภาพ: สามารถถ่ายรูปได้ แต่กรุณาอย่าสัมผัสวัตถุที่จัดแสดงเพื่อการอนุรักษ์
ค่าเข้าชม:
-
ชาวไทย: ผู้ใหญ่ 50 บาท, เด็ก 20 บาท
-
ชาวต่างชาติ: ผู้ใหญ่ 100 บาท, เด็ก 50 บาท
เวลาเปิด-ปิด:
- อังคาร - อาทิตย์: 08:30 – 16:30 น. (ปิดทุกวันจันทร์)
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 3 รายการ)รีวิวเมื่อ 11 ก.พ. 56
รีวิวเมื่อ 15 ก.ย. 55
รีวิวเมื่อ 15 ก.ย. 55