“ชม โบสถ์คริสต์หลังแรกของโลก ที่ตกแต่งด้วยลวดลายสถาปัตยกรรมทางพุทธศาสนา (ซุ้มเรือนแก้วและกลีบบัว) และสัมผัสความหรูหราของคฤหาสน์ที่เคยเป็นที่พำนักของคณะราชทูตฝรั่งเศสและเจ้าพระยาวิชาเยนทร์”
บ้านหลวงรับราชทูต (Ban Luang Rap Ratchathut) หรือที่คนทั่วไปเรียกกันว่า บ้านวิชาเยนทร์ เป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญในระดับนานาชาติ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของพระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ราวปี พ.ศ. 2228 เพื่อใช้เป็นสถานที่รับรองคณะราชทูตจากประเทศฝรั่งเศสชุดแรก นำโดยเชอวาลีเยร์ เดอ โชมองต์ ซึ่งเดินทางเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับสยามในยุคที่การทูตระหว่างประเทศกำลังรุ่งเรืองอย่างยิ่ง
ต่อมา บ้านหลวงรับราชทูตแห่งนี้ได้กลายเป็นที่พำนักของ คอนสแตนติน ฟอลคอน (Constantine Phaulkon) หรือเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ ขุนนางชาวกรีกผู้มีบทบาทสำคัญและอิทธิพลอย่างสูงในราชสำนักลพบุรี บ้านหลังนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่รับรองแขกเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางทางการเมือง การทูต และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างสยามกับโลกตะวันตกในช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา
ความโดดเด่นของบ้านวิชาเยนทร์อยู่ที่สถาปัตยกรรมแบบผสมผสานระหว่างตะวันตกและตะวันออก อาคารหลักก่อสร้างด้วยอิฐถือปูน สูงสองชั้น ตามรูปแบบสถาปัตยกรรมยุโรปยุคเรอเนสซองส์ มีประตูและหน้าต่างทรงโค้งมนที่ดูสง่างาม ภายในพื้นที่กว้างขวางและถูกจัดแบ่งออกเป็นสามส่วนหลักอย่างชัดเจน
ส่วนทิศตะวันออก เป็นกลุ่มอาคารที่พักอาศัยขนาดใหญ่สำหรับคณะราชทูตและผู้ติดตาม มีบันไดทางขึ้นรูปโค้งครึ่งวงกลมที่งดงามและเป็นเอกลักษณ์ แสดงถึงรสนิยมแบบตะวันตกที่หรูหราในยุคนั้น
ส่วนกลาง เป็นที่ตั้งของโบสถ์คริสต์ศาสนาและหอระฆัง ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบที่โดดเด่นที่สุด โบสถ์แห่งนี้มีผังอาคารแบบยุโรป แต่ตกแต่งหน้าต่างด้วยซุ้มเรือนแก้วและเสาที่มีปลายเป็นรูปกลีบบัวตามแบบศิลปะไทย นับเป็นสัญลักษณ์ของการหลอมรวมทางวัฒนธรรมและศาสนาที่หาได้ยากยิ่ง
ส่วนทิศตะวันตก เชื่อกันว่าเป็นที่พำนักของเจ้าพระยาวิชาเยนทร์และภรรยา คือ ท้าวทองกีบม้า ผู้มีชื่อเสียงในฐานะผู้เผยแพร่อาหารและขนมหวานแบบตะวันตกเข้าสู่ราชสำนักสยาม
แม้ปัจจุบันบ้านวิชาเยนทร์จะเหลือเพียงซากปรักหักพัง แต่บรรยากาศภายในยังคงสะท้อนถึงความโอ่อ่าและความทันสมัยของการอยู่อาศัยในอดีต เช่น ระบบถังเก็บน้ำขนาดใหญ่ ห้องลับใต้ดินที่เชื่อว่าเคยใช้เก็บไวน์หรือทรัพย์สินมีค่า โบราณสถานแห่งนี้จึงเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงการเข้ามาของอารยธรรมตะวันตก ซึ่งมีบทบาทในการเปลี่ยนโฉมหน้าเมืองละโว้ให้กลายเป็น “ราชธานีแห่งที่สอง” ที่รุ่งเรืองและเปิดกว้างที่สุดแห่งหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- ขับเข้าตัวเมืองเก่าลพบุรี อยู่บนถนนวิชาเยนทร์ ห่างจากเทวสถานปรางค์แขกประมาณ 300 เมตร
รถไฟ:
- ลงที่สถานีรถไฟลพบุรี แล้วเดินขึ้นมาทางทิศเหนือผ่านพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ระยะทางรวมประมาณ 700-800 เมตร
รถสาธารณะ:
- รถสองแถวสายรอบเมืองผ่านถนนหน้าโบราณสถาน
คำแนะนำ
เวลาที่แนะนำ:
- ช่วงบ่ายแก่ๆ (15:30 - 16:30 น.) แสงแดดจะทอดลำผ่านซุ้มประตูอิฐ ทำให้ได้ภาพถ่ายที่ดูขรึมขลังและมีมิติ
จุดถ่ายภาพห้ามพลาด:
- ซุ้มประตูโค้งด้านทิศตะวันออก และ บริเวณหน้าโบสถ์คริสต์ ซึ่งจะเห็นลายอิฐและโครงสร้างอาคารแบบตะวันตกชัดเจน
การแต่งกาย:
- หากแต่งกายด้วย ชุดไทยย้อนยุค จะเข้ากับบรรยากาศมาก (นิยมมากในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่ตามรอยประวัติศาสตร์)
กิจกรรมใกล้เคียง:
- สามารถเดินต่อไปชม เทวสถานปรางค์แขก หรือไปกราบสักการะ ศาลพระกาฬ ได้ในระยะใกล้ๆ
ระวังลิง:
- เช่นเดียวกับจุดอื่นๆ ในตัวเมืองลพบุรี ควรระวังเรื่องการถืออาหารและของใช้ส่วนตัวขณะเดินชม
ค่าธรรมเนียมการเข้าชม
-
ชาวไทย: 10 บาท
-
ชาวต่างชาติ: 50 บาท
-
(ราคานี้อาจรวมอยู่ในบัตรรวมชมโบราณสถานหลายแห่งในลพบุรี)
ช่วงเวลาเปิด-ปิด
-
เปิดวันพุธ – วันอาทิตย์: 08:30 – 16:30 น.
-
ปิดวันจันทร์ และ วันอังคาร (ควรวางแผนการเดินทางให้ดี)
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 1 รายการ)รีวิวเมื่อ 4 ก.ย. 55