“อนุสรณ์สถานประวัติศาสตร์ปราบกบฏฮ่อรัชกาลที่ 5 บรรจุอัฐิเหล่าวีรบุรุษผู้กล้า แลนด์มาร์คสำคัญใจกลางเมืองหนองคายที่รวมจิตใจชาวบ้านและจัดงานฉลองยิ่งใหญ่ทุกปีในช่วงเดือนมีนาคม”
อนุสาวรีย์ปราบฮ่อ (Prap Ho Monument) เป็นอนุสรณ์สถานสำคัญทางประวัติศาสตร์ของไทยและเป็นสัญลักษณ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวหนองคาย สร้างขึ้นเพื่ออุทิศส่วนกุศลและระลึกถึงวีรกรรมของทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครที่เสียสละชีพในสงครามปราบกบฏฮ่อที่ยกทัพมารุกรานหัวเมืองลาวและข้ามมาตีหัวเมืองทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยในช่วงปี พ.ศ. 2428–2429 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) โดยกองกำลังผสมภายใต้การนำของกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมสามารถตีกองทัพฮ่อพ่ายแพ้ไปได้อย่างราบคาบที่สมรภูมิทุ่งเชียงคำ
ตัวอนุสาวรีย์เดิมนั้นตั้งอยู่ที่บริเวณวัดโพธิ์ชัย ต่อมาในปี พ.ศ. 2494 จึงได้มีการย้ายมาประดิษฐาน ณ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดหนองคาย (หลังเก่า) ในปัจจุบัน ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นสถูปทรงเจดีย์สี่เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสอง ยอดปลายแหลม ภายในฐานเป็นที่บรรจุอัฐิของเหล่าวีรชนผู้กล้าที่พลีชีพในสนามรบ โดยที่ฐานทั้ง 4 ทิศ จะมีการจารึกอักษรไว้ 4 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน และภาษาลาว เพื่อประกาศเกียรติคุณและบอกเล่าเหตุการณ์สงครามครั้งสำคัญนี้ให้ชนรุ่นหลังและชาวต่างชาติได้ทราบถึงความกล้าหาญของเหล่านักรบไทย
ทุกวันที่ 5 มีนาคมของทุกปี ซึ่งตรงกับวันชนะศึกปราบฮ่อ จังหวัดหนองคายจะจัดงานเฉลิมฉลองอนุสาวรีย์ปราบฮ่ออย่างยิ่งใหญ่ต่อเนื่องหลายวัน ภายในงานจะมีการทำบุญอุทิศส่วนกุศล การรำบวงสรวงโดยชาวเมืองหนองคายจำนวนมาก และการแสดงแสงสีเสียงสื่อผสมที่บอกเล่าประวัติศาสตร์การรบอย่างสมจริง อนุสาวรีย์แห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถาน แต่เป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณและความภาคภูมิใจของชาวหนองคายที่หยัดยืนปกป้องแผ่นดินไทยมาจนถึงปัจจุบัน
วิธีการเดินทาง
- ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหนองคาย บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองหนองคายและศาลากลางจังหวัด (หลังเก่า) สามารถเดินทางมาได้ง่ายด้วยรถสามล้อเครื่อง หรือรถส่วนตัว โดยขับมาตามถนนมิตรภาพมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองหนองคาย
คำแนะนำ
-
ควรมาเที่ยวช่วงวันที่ 5–13 มีนาคม เพื่อชมงานฉลองปราบฮ่อและแสงสีเสียงสุดตระการตา
-
แนะนำให้แวะมาช่วงเย็นหรือค่ำเพื่อชมการเปิดไฟส่องสว่างตัวอนุสาวรีย์ที่สวยงามมาก
-
แต่งกายสุภาพและสำรวมกิริยาเมื่อเข้าไปสักการะอัฐิเหล่าวีรบุรุษที่บรรจุอยู่ภายในฐาน
-
บริเวณโดยรอบมีร้านอาหารพื้นเมืองและคาเฟ่จำนวนมาก สามารถเดินเลือกชิมได้ง่าย
-
สามารถจอดรถได้บริเวณริมถนนรอบอนุสาวรีย์หรือพื้นที่จอดรถของศาลากลางหลังเก่า
-
เตรียมร่มหรือหมวกหากมาช่วงกลางวันเพราะพื้นที่ลานกว้างค่อนข้างร้อนและแดดแรง
-
ควรเผื่อเวลาเดินไปเที่ยวตลาดท่าเสด็จต่อได้ เพราะอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น
ค่าเข้าชม:
- ไม่มีค่าเข้าชม
เวลาเปิดปิดทำการ:
- เปิดทุกวัน 24 ชั่วโมง