“ชมสถาปัตยกรรมพระอุโบสถ ฐานโค้งตกท้องช้าง ตามคติธรรมนาวา กราบสักการะหลวงพ่อโต และตื่นตากับจิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างหลวงสมัยอยุธยาที่แทรกภาพวิถีชีวิตชาวต่างชาติและบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์”
วัดใหญ่อินทาราม (Wat Yai Intharam Temple) เป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดวรวิหาร และเป็นโบราณสถานสำคัญที่ปรากฏชื่อในพระราชพงศาวดาร สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนปลาย ความสำคัญสูงสุดทางประวัติศาสตร์คือเป็นสถานที่ที่ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมื่อครั้งเป็นพระยาวชิรปราการ ได้ทรงรวบรวมไพร่พลมาพักทัพที่เมืองชลบุรี และใช้ที่นี่เป็นจุดระดมทรัพยากรก่อนจะเสด็จไปตีเมืองจันทบุรีเพื่อกอบกู้เอกราช ภายในวัดจึงมีพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์ท่านประดิษฐานอย่างสง่างามในวิหารหลวง
โครงสร้างสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ พระอุโบสถของวัดนี้คือตัวอย่างที่สมบูรณ์ที่สุดของ สถาปัตยกรรมทรงสำเภา โดยฐานผนังจะแอ่นโค้งตรงกลางตามความนิยมในสมัยอยุธยาตอนปลาย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงการนำพาสรรพสัตว์ข้ามวัฏสงสารสู่พระนิพพาน โครงสร้างหลังคาเป็นแบบไม่มีขื่อ (ใช้คานไม้ซุงพาดตรง) หน้าบันประดับด้วยงานปูนปั้นนูนสูงลายพันธุ์พฤกษาและเทพพนม ผสมผสานกับการประดับด้วยเครื่องถ้วยชามเบญจรงค์และเครื่องลายครามจากจีน ซึ่งเป็นหลักฐานการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมผ่านเส้นทางสายไหมทางทะเลในอดีต
จิตรกรรมฝาผนังระดับชั้นครู ภายในพระอุโบสถคือคลังมหาสมบัติทางศิลปะ ผนังส่วนบนเขียนภาพเทพชุมนุม 4 ชั้นที่มีความพิเศษตรงการวาดภาพเทพเจ้าและอมนุษย์หลากหลายสัญชาติ เช่น เทพที่มีใบหน้าเป็นชาวต่างชาติ (โปรตุเกส, จีน) สะท้อนภาพเมืองท่าชลบุรีในยุคนั้น ส่วนผนังระหว่างช่องหน้าต่างเขียนเรื่อง ทศชาติชาดก โดยเฉพาะ มหาเวสสันดรชาดก ที่มีรายละเอียดประณีตมาก การใช้สีเป็นการลงสีฝุ่นผสมกาวตามแบบโบราณ มีการตัดเส้นด้วยสีดำที่เฉียบคมและใช้ทองคำเปลวแท้ปิดประดับในส่วนสำคัญ ทำให้ภาพดูมีมิติวาววับแม้จะผ่านกาลเวลานับร้อยปี
หมู่โบราณสถานประกอบ นอกจากพระอุโบสถแล้ว ยังมี ศาลาการเปรียญไม้สัก ซึ่งเป็นงานสถาปัตยกรรมเครื่องสับที่หาดูได้ยากในปัจจุบัน มีงานจำหลักไม้ที่เชิงชายและรวงผึ้งที่สวยงามล้ำเลิศ และ วิหารหลวง ซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์ขนาดใหญ่ ทั้งหมดนี้ถูกจัดวางผังตามคติจักรวาลวิทยาโบราณ โดยมีพระอุโบสถเป็นศูนย์กลาง เปรียบเสมือนเขาพระสุเมรุที่ล้อมรอบด้วยปริมณฑลแห่งธรรม
วัดใหญ่อินทารามจึงไม่ใช่เพียงแค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปกรรมกลางแจ้งที่รวมเอาศาสตร์แห่งช่างสิบหมู่ ทั้งงานปูนปั้น งานจำหลักไม้ งานเขียน และงานประดับมุก เข้าไว้ด้วยกัน เป็นสถานที่ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับทั้งศิลปิน นักประวัติศาสตร์ และผู้ที่ต้องการซึมซับความสงบในจิตวิญญาณผ่านพุทธศิลป์อันประณีต
วิธีการเดินทาง
-
รถยนต์ส่วนตัว: ใช้ถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าตัวเมืองชลบุรี เลี้ยวเข้าสู่ถนนเจตน์จำนงค์ (ย่านตลาดเก่า) วัดตั้งอยู่ตรงข้ามซอยธนาคารกรุงไทย
-
รถตู้/รถบัส: ขึ้นสายที่ไปเมืองชลบุรี ลงบริเวณตลาดหน้าเก๋งหรือศาลากลางจังหวัด แล้วต่อรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างหรือเดินเพียง 500 เมตร
คำแนะนำ
-
ช่วงเวลาที่ดีที่สุด: แนะนำเดือนพฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ อากาศไม่ร้อนจัด และแสงแดดช่วง 09:00 น. จะส่องเข้าหน้าโบสถ์ทำให้นำปูนปั้นหน้าบันดูสวยงามที่สุด
-
อุปกรณ์เสริม: แนะนำพกกล้องส่องทางไกลขนาดเล็กหรือใช้เลนส์ซูมมือถือ เพื่อส่องดูรายละเอียดจิตรกรรมฝาผนังส่วนบน (ภาพเทพชุมนุม) ซึ่งมีรายละเอียดที่มองด้วยตาเปล่าลำบาก
-
การถ่ายภาพ: ห้ามใช้แฟลช ในพระอุโบสถเด็ดขาด เพราะแสงแฟลชจะทำลายเม็ดสีโบราณให้ซีดจางและหลุดล่อนเร็วขึ้น
ค่าเข้าชม:
- ไม่เสียค่าเข้าชม
เวลาเปิด-ปิด:
- เปิดทุกวัน: 08:00 – 17:00 น.
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 7 รายการ)รีวิวเมื่อ 1 ก.ค. 56
รีวิวเมื่อ 1 ก.ค. 56
รีวิวเมื่อ 1 ก.ค. 56
รีวิวเมื่อ 1 ก.ค. 56
เกิด 2375 มรณะ 7 ก.ค. 2453 ภูมิลำเนา ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี
หมอสุกเป็นแพทย์แผนโบราณ รักษาโรคเช่น ฝีในท้อง ฝีเม็ดเล็ก และโรคอื่นๆ อย่างได้ผล ท่านไม่คิดค่ารักษาและไม่เรียกร้องสิ่งของตอบแทนใดๆ จึงเป็นที่รักและศรัทธาของชาวจังหวัดชลบุรีและใกล้เคียง ชาวบ้านเรียกท่านว่า "พ่อหมอสุกเทวดา" ชื่อเสียงของท่านเป็นที่เลื่องลือถึงกับได้รับความไว้วางพระทัยในถวายการตรวจรักษาพระอาการประชวรของสมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราเทวีในรัชการที่ 5
รีวิวเมื่อ 1 ก.ค. 56
นับว่าศักดิ์สิทธิ์โดยเฉพาะเศษผ้าจีวรที่คลุมองค์หลวงพ่อ นำไปผูกข้อมือเด็กที่เจ็บออดแอดเลี้ยงยากก็จะกลายเป็นเด็กเลี้ยงง่ายอย่างน่าอัศจรรย์
รีวิวเมื่อ 1 ก.ค. 56
รีวิวเมื่อ 1 ก.ค. 56