“ทางยกระดับริมทะเลที่ยาวที่สุดในชลบุรีซึ่งเชื่อมต่อวิถีเมืองเข้ากับความงามของอ่าวไทย เป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจและจุดถ่ายภาพพาโนรามาที่สามารถมองเห็นวิวทะเลได้ไกลสุดลูกหูลูกตา”
สะพานชลมารควิถี 84 พรรษา (Chonlamarkwithi 84th Anniversary Bridge) หรือที่คนท้องถิ่นมักเรียกว่า ถนนเลียบชายทะเล เป็นโครงการพัฒนาถนนเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในตัวเมืองชลบุรี แต่ด้วยทัศนียภาพที่งดงามโดดเด่น ทำให้ที่นี่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่างรวดเร็ว ตัวสะพานถูกออกแบบให้ยกสูงขึ้นเหนือชายฝั่งทะเล ทอดยาวขนานไปกับแนวเขตเทศบาลเมืองชลบุรี มุ่งหน้าสู่บางแสน โดยตลอดสองข้างทางท่านจะได้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของ ป่าชายเลน และวิถีชีวิตชาวประมงพื้นบ้านที่นำเรือมาจอดพักในช่วงน้ำลด
จุดเด่นที่ทำให้นักท่องเที่ยวหลงรักคือ เส้นทางที่คดเคี้ยวสวยงาม ตามแนวชายฝั่ง ซึ่งในยามเย็นจะกลายเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่โรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่ง ในช่วงเวลานี้แสงสีส้มจากท้องฟ้าจะตกกระทบลงบนผิวน้ำทะเลและแนวป่าชายเลน เกิดเป็นภาพที่สวยงามสะดุดตา นอกจากนี้บนสะพานยังมีจุดจอดรถและจุดพักชมวิวเป็นระยะ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ลงมาสูดอากาศบริสุทธิ์และถ่ายภาพโดยไม่รบกวนการจราจร
ในด้านไลฟ์สไตล์ สะพานแห่งนี้เป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมของชาวเมืองชลบุรี ในช่วงเย็นจะมีผู้คนมา วิ่งออกกำลังกาย ปั่นจักรยาน หรือทำกิจกรรมครอบครัว พื้นที่กว้างขวางและลมที่พัดแรงตลอดเวลาทำให้บรรยากาศผ่อนคลายอย่างมาก นอกจากนี้บริเวณเชิงสะพานยังมีร้านอาหารทะเลสดและคาเฟ่เก๋ๆ ที่เปิดรับวิวทะเลแบบไม่มีอะไรบดบัง ทำให้เป็นจุดหมายปลายทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับการมาพักผ่อนในวันหยุดสั้นๆ
สำหรับช่างภาพและผู้รักการขับรถเที่ยว สะพานชลมารควิถีถือเป็นเส้นทางชมวิว ที่ห้ามพลาด ลายเส้นของโครงสร้างสะพานที่ตัดกับเส้นขอบฟ้าและสีน้ำเงินของทะเลสร้างองค์ประกอบภาพที่ดูทันสมัยแต่ก็แฝงไว้ด้วยความสงบของธรรมชาติ ทุกรายละเอียดตั้งแต่เสาไฟประดับไปจนถึงทางเดินเท้ารับลมทะเล ล้วนบอกเล่าเรื่องราวความรุ่งเรืองและการพัฒนาที่ไม่ทิ้งกลิ่นอายของเมืองชายทะเลดั้งเดิม
สะพานแห่งนี้ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เส้นทางคมนาคม แต่ยังเป็นแนวเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งที่มีประสิทธิภาพ โดยโครงสร้างถูกออกแบบให้ยกสูงเพื่อเปิดช่องว่างให้น้ำทะเลไหลเวียนและรักษาความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศป่าชายเลนด้านล่างไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ในช่วงที่น้ำลดนักท่องเที่ยวจะได้เห็นสิ่งมีชีวิตริมชายหาดอย่าง ปูก้ามดาบและปลาตีน ออกมาอวดโฉมบนดินเลน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของการอยู่ร่วมกันระหว่างวิศวกรรมสมัยใหม่กับธรรมชาติ นอกจากนี้ ตลอดระยะทางกว่า 7 กิโลเมตร ยังมีการติดตั้งประติมากรรมนูนต่ำและเสาไฟประดับที่เล่าเรื่องราวอัตลักษณ์ของจังหวัดชลบุรี เช่น รูปปั้นสัตว์ทะเลและเครื่องจักสาน ทำให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้ซอฟต์พาวเวอร์ ของท้องถิ่นไปพร้อมกับการเดินทาง ในยามค่ำคืนระบบไฟ LED บนสะพานจะสว่างไสวเป็นทางยาวประดุจสายมุกริมทะเล สร้างเสน่ห์ที่แตกต่างและดึงดูดใจให้นักท่องเที่ยวมาสัมผัสความโรแมนติกนี้อย่างไม่ขาดสาย
วิธีการเดินทาง
-
รถยนต์ส่วนตัว: จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองชลบุรี เมื่อถึงวงเวียนเรือใบ (ศาลากลางจังหวัด) ให้เลี้ยวเข้าสู่ถนนเลียบชายทะเล หรือตั้ง Google Maps มาที่ สะพานชลมารควิถี เส้นทางจะเริ่มตั้งแต่ตำบลบางทราย ยาวไปจนถึงตำบลเสม็ด
-
รถสาธารณะ: นั่งรถตู้มาลงที่ตัวเมืองชลบุรี (หน้าค่ายทหารปืนใหญ่หรือหน้าศาลากลาง) จากนั้นต่อรถตุ๊กตุ๊กหรือวินมอเตอร์ไซค์แจ้งว่าไปสะพานเลียบชายทะเล
-
การจอดรถ: มีจุดพักรถ ที่สร้างขึ้นเฉพาะบนสะพานเป็นระยะ สามารถจอดรถเพื่อชมวิวได้อย่างปลอดภัย
คำแนะนำ
-
ช่วงเวลาที่ควรไป: แนะนำช่วง 16:30 – 18:30 น. เพื่อชมพระอาทิตย์ตก แสงยามเย็นที่นี่สวยมากและอากาศไม่ร้อนจนเกินไป
-
การเตรียมตัว: หากต้องการมาเดินเล่นหรือออกกำลังกาย ควรเตรียมหมวกหรือแว่นกันแดดมาด้วย เพราะบนสะพานไม่มีร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่
-
มุมถ่ายรูป: จุดกึ่งกลางสะพานที่มองเห็นโค้งถนนและทะเลเป็นจุดยอดนิยม และบริเวณวงเวียนหน้าเทศบาลเมืองชลบุรีที่มีรูปปั้นสัญลักษณ์ต่างๆ
-
กิจกรรม: เหมาะมากสำหรับการนำจักรยานมาปั่น หรือพกเสื่อมานั่งปิกนิกเล็กๆ บริเวณจุดพักชมวิว
-
ข้อควรระวัง: ห้ามจอดรถในบริเวณที่ไม่มีจุดพักรถ (บนเส้นจราจรปกติ) เพราะอาจเกิดอุบัติเหตุเนื่องจากรถที่สัญจรไปมามักใช้ความเร็วสูง
ค่าเข้าชม:
- ไม่มีค่าเข้าชม
เวลาเปิด-ปิด:
-
เปิดให้บริการ: ตลอด 24 ชั่วโมง
-
ช่วงเวลาที่เปิดไฟสะพาน: เริ่มตั้งแต่ประมาณ 18:30 น. เป็นต้นไป ซึ่งจะให้บรรยากาศที่สวยงามไปอีกแบบ