“ชมความอลังการของซากฐาน พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท ซึ่งเคยเป็นที่รับรองแขกเมืองสำคัญ และเดินชม พระที่นั่งจักรวรรดิไพชยนต์ ปราสาทบนกำแพงวังที่ใช้เป็นที่ทอดพระเนตรการสวนสนามในอดีต”
พระราชวังหลวง (The Grand Palace) หรือที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ พระราชวังโบราณ เป็นศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองและการปกครองของกรุงศรีอยุธยาตลอดระยะเวลากว่า 417 ปี โดยเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์นับตั้งแต่สถาปนากรุงศรีอยุธยา พระราชวังแห่งนี้เริ่มสร้างขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ. 1893 ในรัชสมัย สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) และได้รับการขยาย ปรับปรุง และบูรณะอย่างต่อเนื่องในแต่ละรัชสมัย เพื่อให้เหมาะสมกับฐานะของราชธานีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในสมัย สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ (พ.ศ. 1991) ได้มีการเปลี่ยนแปลงผังพระราชวังครั้งสำคัญ โดยทรงอุทิศเขตพระราชวังเดิมให้เป็น วัดพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งเป็นวัดในพระราชวังสำหรับประกอบพระราชพิธีสำคัญ และทรงขยายเขตพระราชวังออกไปทางทิศเหนือ ติดริมแม่น้ำลพบุรี ทำให้พระราชวังหลวงมีขนาดใหญ่ เป็นสัดส่วน และมีระบบผังเมืองที่ชัดเจนยิ่งขึ้น
เขตพระราชฐานภายในแบ่งออกเป็น 3 ชั้นหลัก ได้แก่ ชั้นนอก ชั้นกลาง และชั้นใน ซึ่งสะท้อนระบบการปกครองและลำดับชั้นของราชสำนักอย่างเคร่งครัด ภายในประกอบด้วยพระมหาปราสาทและพระที่นั่งสำคัญหลายแห่ง ซึ่งล้วนมีบทบาททางการเมืองและพิธีกรรมของรัฐ
พระที่นั่งที่สำคัญที่สุดคือ พระที่นั่งสรรเพชญปราสาท ซึ่งเป็นปราสาทประธานของพระราชวัง ใช้เป็นสถานที่เสด็จออกรับราชทูต แขกเมือง และประกอบพระราชพิธีสำคัญ ตัวอาคารมีมุขเด็จยื่นออกมาอย่างสง่างาม และถือเป็นต้นแบบของ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวังกรุงเทพมหานคร
ถัดมาคือ พระที่นั่งวิหารสมเด็จ ซึ่งเดิมมีชื่อว่า พระที่นั่งมังคลาภิเษก เป็นพระที่นั่งที่มีลักษณะเด่นด้วยยอดปรางค์งดงาม แสดงถึงอิทธิพลของสถาปัตยกรรมอยุธยาที่ผสมผสานคติความเชื่อทางศาสนาเข้ากับอำนาจของพระมหากษัตริย์อย่างแนบแน่น
พระที่นั่งสุริยาสน์อมรินทร์ ตั้งอยู่ชิดกำแพงพระราชวังด้านทิศเหนือ มีบทบาทสำคัญในฐานะสถานที่ที่พระมหากษัตริย์ใช้ทอดพระเนตร กระบวนพยุหยาตราทางชลมารค บนแม่น้ำลพบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งในพระราชพิธีที่ยิ่งใหญ่และศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของกรุงศรีอยุธยา
อีกหนึ่งพระที่นั่งที่โดดเด่นคือ พระที่นั่งจักรวรรดิไพชยนต์ ซึ่งตั้งอยู่บนกำแพงพระราชวังชั้นในด้านทิศตะวันออก หันหน้าออกสู่ สนามหน้าจักรวรรดิ หรือสนามหลวงเดิม ใช้เป็นสถานที่ทอดพระเนตรการฝึกทหาร การสวนสนาม และกระบวนแห่ของกองทัพ แสดงถึงบทบาทของพระราชวังในฐานะศูนย์กลางอำนาจทางทหาร
แม้พระราชวังหลวงจะถูกเผาทำลายอย่างหนักในเหตุการณ์ เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ. 2310 แต่กรมศิลปากรได้ดำเนินการขุดแต่งและบูรณะโบราณสถานอย่างต่อเนื่อง จนทำให้สามารถมองเห็นแนวผัง ฐานอาคาร และโครงสร้างสำคัญได้อย่างชัดเจน การเดินชมพระราชวังหลวงในปัจจุบันจึงไม่ใช่เพียงการชมซากอิฐเก่า หากแต่เป็นการเรียนรู้ประวัติศาสตร์การเมือง ภูมิปัญญาการวางผังเมือง และความยิ่งใหญ่ของอารยธรรมอยุธยาที่ฝังรากลึกอยู่ในแผ่นดินไทย
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- จากสะพานสมเด็จพระนเรศวร ขับตรงไปตามถนนโรจนะจนสุดถนน เลี้ยวขวาหน้าศาลากลางหลังเก่าไปประมาณ 500 เมตร ทางเข้าจะอยู่ซ้ายมือ (ทางเดียวกับวัดพระศรีสรรเพชญ์)
รถตุ๊กตุ๊ก:
- เหมาจากตัวเมืองอยุธยาหรือสถานีรถไฟ บอกชื่อ "พระราชวังโบราณ" หรือ "วัดพระศรีสรรเพชญ์"
การเดิน:
- หากชมวัดพระศรีสรรเพชญ์เสร็จแล้ว สามารถเดินทะลุประตูด้านข้างเพื่อเข้าสู่เขตพระราชวังหลวงได้ทันที
คำแนะนำ
การแต่งกาย:
- เนื่องจากเป็นโบราณสถานสำคัญและเชื่อมต่อกับพื้นที่วัด ควรแต่งกายสุภาพ (งดกางเกงสั้นเกินไปหรือเสื้อสายเดี่ยว)
เวลาที่แนะนำ:
- ช่วงเช้า (8:30 - 10:00 น.) หรือช่วงเย็น (16:30 น. เป็นต้นไป) เพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อนจัด และช่วงค่ำ (19:30 - 21:00 น.) จะมีการส่องไฟโบราณสถานซึ่งสวยงามมาก
อุปกรณ์:
- ควรพกร่มหรือหมวก และเตรียมน้ำดื่มให้พร้อมเนื่องจากพื้นที่กว้างขวางและมีร่มไม้น้อยในบางจุด
การวางแผน:
- แนะนำให้ซื้อ "บัตรรวม" หากต้องการเข้าชมโบราณสถานหลายแห่งในอุทยานประวัติศาสตร์ จะคุ้มค่ากว่า
ค่าเข้าชม
-
ชาวไทย: 10 บาท
-
ชาวต่างชาติ: 50 บาท
-
บัตรรวม 40 บาท / ชาวต่างชาติ 220 บาท เข้าชมได้หลายที่
เวลาทำการ
-
เปิดทุกวัน: 08:00 – 18:30 น. (ส่องไฟถึง 21:00 น.)