“ย้อนรอยอารยธรรมสยามท่ามกลางกลุ่มโบราณสถานขนาดใหญ่ที่ได้รับการดูแลอย่างประณีต โดยมีไฮไลท์คือเจดีย์สามองค์อันเป็นเอกลักษณ์และเศียรพระพุทธรูปในรากไม้ที่โด่งดังไปทั่วโลก”
อุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา (Ayutthaya Historical Park) เป็นแหล่งโบราณคดีขนาดใหญ่ที่สะท้อนร่องรอยของอดีตราชธานีซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางอำนาจทางการเมือง เศรษฐกิจ และการค้าในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์มายาวนานกว่า 417 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 1893 จนถึงการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2310 พื้นที่ของอุทยานครอบคลุมทั้งบริเวณในเกาะเมืองและพื้นที่รอบนอก โดยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี พ.ศ. 2534 ในฐานะหลักฐานอันทรงคุณค่าของอารยธรรมไทย
หัวใจสำคัญของอุทยานอยู่ที่ เขตพระราชวังโบราณ และ วัดพระศรีสรรเพชญ์ ซึ่งเคยเป็นวัดหลวงประจำพระราชวัง ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา ใช้สำหรับประกอบพระราชพิธีสำคัญของราชสำนัก สถาปัตยกรรมของวัดพระศรีสรรเพชญ์ โดยเฉพาะเจดีย์สามองค์ที่บรรจุพระบรมอัฐิของกษัตริย์อยุธยา ถือเป็นต้นแบบสำคัญที่ส่งอิทธิพลโดยตรงต่อการสร้าง วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์
ความโดดเด่นทางศิลปกรรมของอุทยานปรากฏชัดผ่าน กลุ่มวัดสำคัญ อาทิ วัดมหาธาตุ ที่มีภาพอันโด่งดังของเศียรพระพุทธรูปซึ่งถูกรากไม้โอบล้อมอย่างเป็นธรรมชาติ กลายเป็นสัญลักษณ์ของกาลเวลาและความไม่จีรัง และ วัดราชบูรณะ ที่มีกรุสมบัติล้ำค่าซ่อนอยู่ใต้ปรางค์ประธาน แสดงถึงความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและความศรัทธาทางศาสนาในอดีต โครงสร้างอาคารส่วนใหญ่สร้างด้วยอิฐสีแดงและปูนปั้น ซึ่งยังคงหลงเหลือเค้าโครงความยิ่งใหญ่ของเมืองหลวงที่เคยยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
บรรยากาศโดยรอบอุทยานประวัติศาสตร์ให้ความรู้สึก ขลัง โอ่อ่า และเปี่ยมด้วยพลังแห่งอดีต ซากปรักหักพังของวัดวาอารามผสานกับสวนสาธารณะที่ได้รับการจัดภูมิทัศน์อย่างร่มรื่น การเดินชมพื้นที่ในช่วงเช้าหรือยามเย็นช่วยให้ผู้มาเยือนได้ซึมซับความสงบและความงดงามของแสงเงาที่ตกกระทบองค์เจดีย์และกำแพงอิฐโบราณ ปัจจุบันยังมีกิจกรรมทางวัฒนธรรม เช่น การสวมชุดไทยถ่ายภาพและเดินชมโบราณสถาน ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากและช่วยเชื่อมโยงอดีตเข้ากับวิถีชีวิตร่วมสมัย
พื้นที่แห่งนี้เปรียบเสมือน พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง และ สตูดิโอธรรมชาติสำหรับช่างภาพ รวมถึงเป็นแหล่งเรียนรู้สำคัญสำหรับนักประวัติศาสตร์ นักเรียนนักศึกษา และครอบครัวที่ต้องการพาบุตรหลานมาเรียนรู้รากเหง้าของชาติ ผ่านโบราณสถานที่มีชีวิตชีวาและเรื่องราวอันลึกซึ้ง อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยายังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกอย่างต่อเนื่อง
ขอเชิญทุกท่านร่วมเดินทางข้ามกาลเวลา มาสัมผัสความภาคภูมิใจแห่งสยาม ณ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา สถานที่ซึ่งก้อนอิฐทุกก้อนมีเรื่องเล่า และทุกย่างก้าวจะพาคุณย้อนกลับไปสู่ความยิ่งใหญ่ของมรดกโลกที่ยังคงมีลมหายใจ
วิธีการเดินทาง
รถไฟ:
- ลงที่สถานีรถไฟอยุธยา แล้วข้ามเรือข้ามฟากจากท่าหน้าสถานีมาฝั่งเกาะเมือง จากนั้นเช่ารถจักรยานหรือเหมาตุ๊กตุ๊ก
รถยนต์ส่วนตัว:
- ขับรถเข้าสู่เกาะเมืองอยุธยาผ่านถนนโรจนะ อุทยานฯ ตั้งอยู่ใจกลางเกาะเมือง มีที่จอดรถตามวัดต่างๆ รอบพื้นที่
รถตู้สาธารณะ:
- ขึ้นรถจากสถานีขนส่งหมอชิต 2 หรือรังสิต มาลงที่ตลาดเจ้าพรหม แล้วต่อรถสองแถวรอบเมือง
คำแนะนำ
ช่วงเวลาที่ควรมา:
- เดือนธันวาคมถึงมกราคมเป็นช่วงที่อากาศดีที่สุด แต่หากต้องการชมไฟประดับโบราณสถาน (Ayutthaya Night Lights) ควรมาช่วงเย็นหลัง 18:00 น.
การแต่งกาย:
- ควรสวมหมวกและแว่นกันแดดเนื่องจากพื้นที่กว้างและมีที่ร่มน้อย และควรใส่รองเท้าผ้าใบที่เดินสบาย
การถ่ายภาพ:
- ช่วงเช้าที่วัดพระศรีสรรเพชญ์จะได้แสงแดดส่องหน้าเจดีย์สามองค์สวยงามที่สุด ส่วนช่วงค่ำโบราณสถานหลายแห่งจะมีการเปิดไฟสปอตไลท์ที่ดูอลังการ
วัฒนธรรมท้องถิ่น:
- แนะนำให้ลองชิม "โรตีสายไหม" ของดีเมืองอยุธยาที่มีวางขายอยู่รอบๆ อุทยานฯ เป็นของว่างระหว่างเดินชม
การวางแผน:
- แนะนำให้ซื้อ "บัตรเข้าชมโบราณสถานแบบเหมา" สำหรับ 6 วัดสำคัญจะคุ้มค่ากว่าซื้อแยกทีละแห่ง
ค่าเข้าชม
-
ชาวไทย: 10 บาท (หรือบัตรเหมา 6 วัด 40 บาท)
-
ชาวต่างชาติ: 50 บาท (หรือบัตรเหมา 6 วัด 220 บาท)
เวลาทำการ
-
เปิดทุกวัน 08:00 – 18:00 น. (การเปิดไฟประดับโบราณสถานมีถึงประมาณ 21:00 น.)
รีวิวทั้งหมด
(รีวิว 1 รายการ)รีวิวเมื่อ 30 พ.ค. 55
๑. สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑
(พระเจ้าอู่ทอง) พุทธศักราช ๑๘๙๓-๑๙๑๒ ราชวงศ์อู่ทอง
๒. สมเด็จพระราเมศวร พุทธศักราช ๑๙๑๒-๑๙๑๓ ราชวงศ์อู่ทอง
๓. สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๑
(ขุนหลวงพะงั่ว) พุทธศักราช ๑๙๑๓-๑๙๓๑ ราชวงศ์สุพรรณภูมิ
๔. สมเด็จพระเจ้าทองลัน (เจ้าทองจันทร์) พุทธศักราช ๑๙๓๑ ราชวงศ์สุพรรณภูมิ
สมเด็จพระราเมศวร (ครั้งที่ ๒) พุทธศักราช ๑๙๓๑-๑๙๓๘ ราชวงศ์อู่ทอง
๕. สมเด็จพระรามราชาธิราช พุทธศักราช ๑๙๓๘-๑๙๕๒ ราชวงศ์อู่ทอง
๖. สมเด็จพระอินทราชา (เจ้านครอินทร์) พุทธศักราช ๑๙๕๒-๑๙๖๗ ราชวงศ์สุพรรณภูมิ
๗. สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๒
(เจ้าสามพระยา) พุทธศักราช ๑๙๖๗-๑๙๙๑ ราชวงศ์สุพรรณภูมิ
๘. สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ พุทธศักราช ๑๙๙๑-๒๐๓๑ ราชวงศ์สุพรรณภูมิ
๙. สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๓ พุทธศักราช ๒๐๓๑-๒๐๓๔ ราชวงศ์สุพรรณภูมิ
๑๐. สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ (พระเชษฐา) พุทธศักราช ๒๐๓๔-๒๐๗๒ ราชวงศ์สุพรรณภูมิ
๑๑. สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ ๔
(หน่อพุทธางกูร) พุทธศักราช ๒๐๗๒-๒๐๗๖ ราชวงศ์สุพรรณภูมิ
๑๒. พระรัษฎาธิราช พุทธศักราช ๒๐๗๖ ราชวงศ์สุพรรณภูมิ
๑๓. สมเด็จพระไชยราชาธิราช พุทธศักราช ๒๐๗๖-๒๐๘๙ ราชวงศ์สุพรรณภูมิ
๑๔. พระยอดฟ้า (พระแก้วฟ้า) พุทธศักราช ๒๐๘๙-๒๐๙๑ ราชวงศ์สุพรรณภูมิ
ขุนวรวงศาธิราช
(ไม่ได้รับการยกย่องเป็นกษัตริย์) พุทธศักราช ๒๐๙๑
๑๕. สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ
(พระเจ้าช้างเผือก) พุทธศักราช ๒๐๙๑-๒๑๑๑ ราชวงศ์สุพรรณภูมิ
๑๖. สมเด็จพระมหินทราธิราช พุทธศักราช ๒๑๑๑-๒๑๑๒ ราชวงศ์สุพรรณภูมิ
๑๗. สมเด็จ พระมหาธรรมราชาธิราช
(สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๑) พุทธศักราช ๒๑๑๒-๒๑๓๓ ราชวงศ์สุโขทัย
๑๘. สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
(สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๒) พุทธศักราช ๒๑๓๓-๒๑๔๘ ราชวงศ์สุโขทัย
๑๙. สมเด็จพระเอกาทศรถ
(สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๓) พุทธศักราช ๒๑๔๘-๒๑๖๓ ราชวงศ์สุโขทัย
๒๐. พระศรีเสาวภาคย์
(สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๔) พุทธศักราช ๒๑๖๓ ราชวงศ์สุโขทัย
๒๑. สมเด็จพระเจ้าทรงธรรม
(สมเด็จพระบรมราชาที่ ๑) พุทธศักราช ๒๑๖๓-๒๑๗๑ ราชวงศ์สุโขทัย
๒๒. สมเด็จพระเชษฐาธิราช
(สมเด็จพระบรมราชาที่ ๒) พุทธศักราช ๒๑๗๑-๒๑๗๒ ราชวงศ์สุโขทัย
๒๓. พระอาทิตยวงศ์ พุทธศักราช ๒๑๗๒ ราชวงศ์สุโขทัย
๒๔. สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง
(สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๕) พุทธศักราช ๒๑๗๒-๒๑๙๙ ราชวงศ์ปราสาททอง
๒๕. สมเด็จเจ้าฟ้าไชย
(สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๖) พุทธศักราช ๒๑๙๙ ราชวงศ์ปราสาททอง
๒๖. สมเด็จพระศรีสุธรรมราชา
(สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๗) พุทธศักราช ๒๑๙๙ ราชวงศ์ปราสาททอง
๒๗. สมเด็จพระนารายณ์มหาราช
(สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๓) พุทธศักราช ๒๑๙๙-๒๒๓๑ ราชวงศ์ปราสาททอง
๒๘. สมเด็จพระเพทราชา พุทธศักราช ๒๒๓๑-๒๒๔๖ ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
๒๙. สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๘
(พระเจ้าเสือ) พุทธศักราช ๒๒๔๖-๒๒๕๑ ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
๓๐. สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๙
(พระเจ้าอยู่หัวท้ายสระ) พุทธศักราช ๒๒๕๑-๒๒๗๕ ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
๓๑. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ พุทธศักราช ๒๒๗๕-๒๓๐๑ ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
๓๒. สมเด็จพระเจ้าอุทุมพร
(ขุนหลวงหาวัด) พุทธศักราช ๒๓๐๑ ราชวงศ์บ้านพลูหลวง
๓๓. สมเด็จพระที่นั่งสุริยาสน์อมรินทร์
(พระเจ้าเอกทัศ) พุทธศักราช ๒๓๐๑-๒๓๑๐ ราชวงศ์บ้านพลูหลวง