“ตื่นตาตื่นใจกับ หอดูดาวแปดเหลี่ยม ที่หลงเหลือเพียงผนังบางส่วน ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดการเรียนรู้ดาราศาสตร์สากลในสยามภายใต้การดำเนินงานของคณะบาทหลวงชาวฝรั่งเศส”
วัดสันเปาโล (San Paolo Temple) หรือที่เรียกเพี้ยนมาจากชื่อนักบุญ “เซนต์ปอล” (Saint Paul) เป็นโบราณสถานที่มีความสำคัญระดับโลกในด้านประวัติศาสตร์วิทยาศาสตร์ โดยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชพระราชทานที่ดินให้แก่คณะบาทหลวงเยสุอิตชาวฝรั่งเศส เพื่อสร้างเป็นวัดในคริสต์ศาสนา ที่พัก และที่สำคัญที่สุดคือหอดูดาว เพื่อใช้เป็นฐานปฏิบัติการทางดาราศาสตร์ในช่วงพุทธศตวรรษที่ 23
เอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมของที่นี่คือการผสมผสานศิลปะแบบไทยและยุโรปเข้าด้วยกันอย่างลงตัว คล้ายคลึงกับบ้านวิชาเยนทร์ แม้ในปัจจุบันจะเหลือเพียงซากปรักหักพัง แต่โครงสร้างของหอคอยแปดเหลี่ยมยังคงแสดงให้เห็นถึงความล้ำสมัยในอดีต ซึ่งเคยติดตั้งกล้องโทรทรรศน์และเครื่องมือวัดทางดาราศาสตร์ที่ส่งตรงมาจากยุโรปเพื่อใช้สังเกตการณ์ปรากฏการณ์บนท้องฟ้าในยุคนั้น
ภายในบริเวณยังปรากฏฐานอาคารที่สันนิษฐานว่าเป็นโบสถ์ฝรั่งและอาคารที่พักของคณะบาทหลวงที่เดินทางเข้ามาพร้อมกับคณะทูตโกษาปาน บรรยากาศของวัดสันเปาโลให้ความรู้สึกขรึมขลังและเต็มไปด้วยเรื่องราวของการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและวิทยาการระหว่างโลกตะวันออกและตะวันตกที่เข้มข้นที่สุดยุคหนึ่งในประวัติศาสตร์ไทย
สถานที่แห่งนี้เป็นจุดเช็กอินที่ห้ามพลาดสำหรับผู้รักการเรียนรู้และนักถ่ายภาพ เนื่องจากผนังอิฐสีส้มที่ตัดกับสนามหญ้าสีเขียวและโครงสร้างทรงแปดเหลี่ยมที่ดูแปลกตา ให้มุมมองการถ่ายภาพที่ดูคลาสสิกและมีความหมายเชิงประวัติศาสตร์ที่แตกต่างจากโบราณสถานอื่นๆ ในเมืองลพบุรีอย่างชัดเจน
ขอเชิญทุกท่านมาร่วมสัมผัสร่องรอยแห่งความรุ่งเรืองของวิทยาการสยาม และรำลึกถึงมิตรภาพข้ามทวีปผ่านโบราณสถานอันทรงคุณค่า ณ วัดสันเปาโลแห่งนี้
วิธีการเดินทาง
รถยนต์ส่วนตัว:
- ขับมาตามถนนรามเดโช (ห่างจากศาลพระกาฬประมาณ 2 กิโลเมตร) โบราณสถานจะตั้งอยู่ติดริมถนนสังเกตได้ง่าย
รถจักรยานยนต์รับจ้าง:
- สามารถเรียกได้จากทุกจุดในตัวเมืองลพบุรี หรือจากสถานีรถไฟลพบุรี ใช้เวลาเดินทางเพียง 5-10 นาที
รถสองแถว:
- นั่งรถสองแถวสายที่มุ่งหน้าไปทางวงเวียนสระแก้วหรือสายรอบเมือง แล้วแจ้งจุดหมายที่วัดสันเปาโล
คำแนะนำ
ช่วงเวลาที่แนะนำ:
- สามารถเข้าชมได้ตลอดปี แต่ช่วง 09:00 - 10:00 น. และ 16:00 - 17:00 น. จะเป็นช่วงที่แสงแดดไม่ร้อนและส่องกระทบผนังอิฐได้สีที่สวยงามที่สุด
การแต่งกาย:
- แนะนำให้สวม รองเท้าที่กระชับ เนื่องจากพื้นที่รอบโบราณสถานเป็นพื้นหญ้าและมีทางเดินอิฐที่อาจจะไม่สม่ำเสมอในบางจุด
การถ่ายภาพ:
- มุมยอดฮิตคือ ภาพมุมเงยของหอคอยแปดเหลี่ยม เพื่อให้เห็นความสูงสง่าและรายละเอียดการก่ออิฐแบบโบราณ
ความรู้เพิ่มเติม:
- แนะนำให้ศึกษาประวัติของคณะบาทหลวงเยสุอิตในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มาก่อน จะทำให้การเดินชมซากปรักหักพังดูมีชีวิตและน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น
การวางแผนเดินทาง:
- เนื่องจากเป็นโบราณสถานขนาดเล็ก สามารถใช้เวลาชมประมาณ 30-45 นาที และควรจัดทริปคู่กับ "พระที่นั่งเย็น" ซึ่งมีเรื่องราวดาราศาสตร์ที่เกี่ยวเนื่องกัน
ค่าธรรมเนียมการเข้าชม
-
ชาวไทย: เข้าชมฟรี
-
ชาวต่างชาติ: เข้าชมฟรี
ช่วงเวลาเปิด-ปิด
-
เปิดให้เข้าชมทุกวัน: 08:30 – 16:30 น. (ตามเวลาปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ดูแลโบราณสถาน)