“ย้อนรอยประวัติศาสตร์การสถาปนาเสาหลักเมืองที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากรัชกาลที่ 9 ในการประกอบพิธีเจิมยอดเสา เพื่อเป็นหลักชัยและความเป็นปึกแผ่นของชาวชลบุรี”
ศาลหลักเมืองชลบุรี (Chonburi City Pillar Shrine) มีประวัติความเป็นมาที่สะท้อนถึงความพยายามของข้าราชการและประชาชนชาวชลบุรีในการสร้าง "หลักชัย" ของจังหวัด โดยการก่อสร้างศาลหลักเมืองในตำแหน่งปัจจุบันนี้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2534 โดยมีมูลเหตุมาจากความต้องการให้จังหวัดชลบุรีมีปูชนียสถานอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีและเป็นสิริมงคลตามความเชื่อโบราณที่ว่า เมืองที่สมบูรณ์จะต้องประกอบด้วย วัดสำคัญ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง และเสาหลักเมือง ที่ประดิษฐานเทพารักษ์ผู้ปกปักรักษาเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุข
เหตุการณ์สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของสถานที่แห่งนี้คือ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงประกอบพิธี วางศิลาฤกษ์ศาลหลักเมือง และทรงเจิมยอดเสาหลักเมือง ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ก่อนจะมีการอัญเชิญมาประดิษฐานอย่างสมเกียรติ ซึ่งเสาหลักเมืองนี้ทำจาก ไม้ชัยพฤกษ์ ซึ่งเป็นไม้มงคลนามที่มีความหมายถึงชัยชนะและความยิ่งใหญ่
ในส่วนของสถาปัตยกรรม ตัวอาคารศาลหลักเมืองถูกออกแบบโดย กรมศิลปากร ให้เป็นทรงจตุรมุขยอดปราสาทที่ผสมผสานศิลปะไทยอยุธยาและรัตนโกสินทร์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ตัวเสาหลักเมืองมีความสูงและลักษณะที่สง่างามตามตำราพราหมณ์ การก่อสร้างแล้วเสร็จและมีพิธีสมโภชอย่างยิ่งใหญ่ในปี พ.ศ. 2544 ซึ่งนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้บริเวณนี้กลายเป็นศูนย์กลางของงานประเพณีสำคัญต่างๆ ของจังหวัด โดยเฉพาะงานนมัสการพระพุทธสิหิงค์และงานสงกรานต์ ซึ่งจะมีการอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาประกอบพิธีบริเวณนี้เสมอ
เหตุการณ์ที่น่าสนใจและควรทราบคือ การเลือกสถานที่ตั้งศาลหลักเมืองแห่งนี้ ได้มีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนให้ตั้งอยู่บน ถนนวชิรปราการ ซึ่งเป็นถนนสายประวัติศาสตร์ที่ตัดผ่านย่านการค้าเก่าแก่และใกล้กับศาลากลางจังหวัดเดิม เพื่อให้เป็นชัยภูมิที่ตั้งอยู่ใจกลางการปกครองและการใช้ชีวิตของราษฎร นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าถึงความศักดิ์สิทธิ์ในช่วงการก่อสร้างที่ราบรื่นอย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้ชาวเมืองเชื่อกันว่าเทพารักษ์ได้รับรู้และแผ่เมตตาคุ้มครองเมืองชลบุรีนับแต่นั้นเป็นต้นมา
ปัจจุบัน ศาลหลักเมืองชลบุรีไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถานหรือที่สักการะเท่านั้น แต่ยังเป็นประจักษ์พยานทางประวัติศาสตร์ถึงการเปลี่ยนผ่านของเมืองชลบุรีจากเมืองท่าชายทะเลสู่เมืองอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจที่สำคัญ โดยที่ยังคงรักษา รากเหง้าทางวัฒนธรรมและความเชื่อ เอาไว้อย่างเหนียวแน่น เป็นจุดที่ผู้มาเยือนจะได้เรียนรู้เรื่องความศรัทธาที่ผูกพันกับอำนาจการปกครองและวิถีชีวิตชาวตะวันออกอย่างลึกซึ้ง
วิธีการเดินทาง
-
โดยรถยนต์ส่วนตัว: ใช้ถนนสุขุมวิทมุ่งหน้าเข้าเขต District เมืองชลบุรี เมื่อถึงแยกหอพระพุทธสิหิงค์ให้เลี้ยวเข้าถนนวชิรปราการ ศาลหลักเมืองจะตั้งอยู่ทางด้านขวามือ มีป้ายบอกทางชัดเจน
-
โดยรถโดยสารสาธารณะ: นั่งรถประจำทางสายกรุงเทพฯ-ชลบุรี ลงที่หน้าหน้าหอพระพุทธสิหิงค์ แล้วเดินเท้าต่อประมาณ 300 เมตร
-
การจอดรถ: สามารถจอดรถได้บริเวณริมถนนวชิรปราการหรือพื้นที่จอดรถรอบๆ ศาลากลางจังหวัดชลบุรี
คำแนะนำ
-
ช่วงเวลาที่แนะนำ: หากต้องการศึกษาประวัติศาสตร์และถ่ายภาพสถาปัตยกรรม แนะนำให้มาช่วง 08:00 - 10:00 น. แสงแดดจะตกกระทบตัวศาลอย่างสวยงามและคนไม่พลุกพล่าน
-
การเตรียมตัว: บริเวณศาลเป็นลานกว้างและค่อนข้างร้อนในช่วงเที่ยง ควรพกหมวกหรือร่มมาด้วย
-
เกร็ดความรู้: สังเกตที่ยอดเสาหลักเมือง จะมีการแกะสลักเป็นรูปพรหมสี่หน้า ซึ่งสื่อถึงพรหมวิหาร 4 ของผู้ปกครองเมือง
-
ของไหว้: นิยมใช้ดอกดาวเรือง (หมายถึงความเจริญรุ่งเรือง) และผ้าแพร 3 สีในการสักการะ ซึ่งมีจำหน่ายที่จุดบริการภายในศาล
-
ข้อควรระวัง: ห้ามปิดทองบริเวณที่องค์เสาหลักเมืองโดยตรง ให้ปิดที่แผ่นจำลองเพื่อรักษาเนื้อไม้และสภาพดั้งเดิมของเสาหลักเมืองจริง
ค่าเข้าชม:
-
ไม่มีค่าเข้าชม
เวลาเปิด-ปิด:
-
เปิดให้เข้าชมและสักการะทุกวัน: 07:00 – 18:30 น.