“วัดไม้สักศิลปะพม่าหลังคาซ้อนหลายชั้น ประดับลายฉลุไม้และสังกะสีแบบมัณฑะเลย์ ประดิษฐานพระพุทธรูปหินอ่อนจากเมืองมัณฑะเลย์ และพระอุปคุตจกบาตรที่ชาวแพร่ศรัทธา”
วัดสระบ่อแก้ว (Wat Sa Bo Kaeo) สร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 2419 ในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยกลุ่มชาว พม่า ต่องสู่ และไทยใหญ่ ที่เข้ามาทำสัมปทานป่าไม้ในเมืองแพร่ เดิมเรียกว่า “วัดจองกลาง” เนื่องจากตั้งอยู่ระหว่างวัดจองเหนือ (วัดจอมสวรรค์) และวัดจองใต้ (วัดต้นธง)
ที่มาของชื่อวัด
ชื่อ วัดสระบ่อแก้ว มาจากอดีตบริเวณวัดเคยมีสระน้ำขนาดใหญ่ น้ำใสสะอาดดุจแก้ว และมีต้นแก้วหรือพิกุลปลูกล้อมรอบ จึงกลายเป็นชื่อเรียกสืบต่อกันมา
สถาปัตยกรรมพม่าแท้
วิหารไม้สักของวัดมีหลังคาทรง พยาธาตุ (Pyatthat) ซ้อนลดหลั่นถึง 7 ชั้น สะท้อนคติจักรวาลและชั้นฟ้าตามความเชื่อพม่า ประดับงาน ฉลุไม้และฉลุสังกะสี (Metal Lace) อย่างอ่อนช้อย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของช่างศิลป์เมืองมัณฑะเลย์ นอกจากนี้ยังมี พระธาตุกู่กองคำ เจดีย์ทรงพม่าสีทองอร่ามที่จำลองแบบจากพระเจดีย์ชเวดากอง ประเทศเมียนมาร์
พระพุทธรูปสำคัญ
ภายในวัดประดิษฐาน พระพุทธรูปหินอ่อนสีขาวนวล แกะสลักจากหินอ่อนก้อนเดียว อัญเชิญมาจากเมืองมัณฑะเลย์ ทรงเครื่องกษัตริย์แบบพม่า ซึ่งพบเห็นได้ยากในประเทศไทย
ประเพณีสำคัญ
วัดสระบ่อแก้วเป็นศูนย์กลางของประเพณี ตักบาตรเป็งปุ๊ด หรือการตักบาตรเที่ยงคืน จัดขึ้นในคืนวันอังคารรอยต่อวันพุธ ขึ้น 15 ค่ำ เพื่อบูชาพระอุปคุต เชื่อกันว่าจะเสริมโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง และความสำเร็จในชีวิต (ควรตรวจสอบวันจัดพิธีในแต่ละปี เนื่องจากไม่ได้มีทุกเดือน)
วิธีการเดินทาง
- รถยนต์ส่วนตัว: จากศาลากลางจังหวัดแพร่ ใช้ถนนยันตรกิจโกศล เลี้ยวเข้าถนนน้ำคือ วัดตั้งอยู่ริมคูเมือง มีที่จอดรถภายในวัด
คำแนะนำ
-
มุมถ่ายภาพแนะนำ: ด้านหน้าวิหารไม้สัก เห็นลายฉลุและหลังคาซ้อนชั้นตัดกับท้องฟ้า
-
สายมูไม่ควรพลาด: กราบขอพร พระอุปคุตจกบาตร เสริมดวงการงานและการค้าขาย
-
ช่วงเวลาน่าเที่ยว: ช่วงเช้าและบ่ายแก่ แสงแดดกระทบงานไม้และเจดีย์สีทองได้งดงาม
-
สถานที่ใกล้เคียง: คุ้มเจ้าหลวง และบ้านวงศ์บุรี ใช้เวลาเดินทางเพียง 3–5 นาที
-
การแต่งกาย: ควรแต่งกายสุภาพเพื่อความเหมาะสม
ค่าเข้าชม:
- เข้าชมฟรี (สามารถร่วมทำบุญบูรณะวัดได้ตามกำลังศรัทธา)
เวลาเปิด–ปิด:
- เปิดทุกวัน: 08:00 – 17:00 น.